The Godmother เมื่อผู้หญิงกลายเป็นหัวหน้ามาเฟีย 23 พฤษภาคม 2020 – Posted in: People & Places

ผู้หญิง ปืน ซิการ์ แก้วไวน์ รถหรู กลายเป็นของคู่กันกับภาพลักษณ์ของเจ้าพ่อมาเฟีย แต่จะเป็นอย่างไรเมื่อผู้หญิงข้างกายเจ้าพ่อต้องลุกขึ้นมารับบทเดอะก็อดมาเธอร์เสียเอง

บทบาทของสตรีในโลกภาพยนตร์มีหลากหลาย แต่บทหนึ่งที่มองข้ามไปไม่ได้เลยก็คือมาเฟียตัวแม่ เธอคือผู้หญิงแกร่ง กล้าหาญ อำมหิต ผู้อยู่เบื้องหลังธุรกิจสีเทา เช่น การค้ายาเสพติด การค้าอาวุธ การค้าของเถื่อน เก็บส่วยบ่อนคาสิโน คุมซ่อง ต่อรองผลประโยชน์กับมาเฟียตระกูลต่างๆ พัวพันกับคดีอาชญากรรม หรือแม้แต่ทำงานลับให้กับรัฐบาล บทบาทของผู้หญิงที่มีอำนาจชักใยเส้นทางแห่งเงินตราอย่างที่ชายอกสามศอกหลายคนก็คงทำไม่ได้ มีที่มาจากตำนานมาเฟียทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี จนอาจกล่าวได้ว่า “มาเฟีย” คือขบวนการที่ยากจะถอนรากถอนโคนไปจากอิตาลี และความจริงในสังคมข้อนี้ยังสร้างแรงจูงใจให้เหล่านักเขียน และผู้กำกับภาพยนตร์ ได้พาเราก้าวเข้าสู่โลกมืดหลังม่านอาชญากรรม

เสน่ห์ของอิตาลีในเมืองเล็กๆ เมื่อครั้งอดีต (Photographer : Renzo Tortelli)

ในสายตาบุคคลภายนอก อิตาลีคือจุดหมายที่งดงาม เป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่ที่มีหลักฐานความรุ่งเรืองของอาณาจักรโรมันปรากฎในรูปแบบของศิลปะและสถาปัตยกรรม แต่ลึกลงไปในชั้นใต้ดินของอิตาลีนั้นมี “มาเฟีย” ตำนานเกียรติยศและศักดิ์ศรีของผู้กุมอำนาจระดับท้องถิ่นที่บันทึกไว้ได้ในช่วงกลางศตวรรษที่ 18 ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ยังมีมาเฟียอยู่หลายกลุ่ม อาทิ Camorra, La Corsa nostra, Holy Crown Unita เป็นต้น ซึ่งถ้าเอ่ยชื่อขึ้นมา กลุ่มมาเฟียด้วยกันย่อมจะรู้กันดี และถ้าเป็นไปได้ก็จะไม่พยายามข้ามเขตปักปันผลประโยชน์ซึ่งแบ่งโซนกันไว้อย่างหลวมๆ

The Godfather รับบทโดยมาร์ลอน แบรนโด (Image cr. : lovedesigner.net)

โดยปกติแล้วข้างกายเดอะก็อดฟาเธอร์ทั้งหลายนั้นจะมีภรรยาเคียงคู่เสมอ ผู้หญิงที่ดูเหมือนจะไม่มีบทบาทอะไร เป็นแค่เมีย เป็นแค่แม่ เป็นแค่ผู้รับมอบอำนาจ หรืออย่างเก่งก็เป็นผู้ส่งสารจากบอสที่ติดอยู่ในคุกไปยังลูกน้องมาเฟียที่เคลื่อนไหวอยู่ข้างนอก บ่อยครั้งเธออาจจะนั่งบรรจุโคเคนหรือเฮโรอีนลงถุงอย่างเงียบๆ ขณะที่สามีกำลังต่อรองผลประโยชน์ทางธุรกิจมหาศาล

ผู้หญิงในอิตาลีสมัยก่อนจะไม่เรียนหนังสือ เว้นเสียแต่ว่าผู้หญิงคนนั้นถูกวางตัวให้เป็น “แม้หม้ายดำ” ที่ต้องรับผิดชอบแทนหัวหน้าครอบครัว (Photographer : Gianni Berengo Gardin)

ชีวิตมาเฟียนั้นมีแต่ความเสี่ยง ภรรยาต้องรู้และเผื่อใจไว้เสมอ เมื่อสามีตายลง หรือมีเหตุให้ไม่สามารถดูแลองค์กรได้ต่อไป ผู้หญิงข้างกายจะต้องลุกขึ้นมาทำหน้าที่แทน ไม่เช่นนั้นแล้วทุกอย่างจะตกไปอยู่ในมือของผู้ที่รอฉกฉวยผลประโยชน์ แต่ถ้าการเป็นแม่ หมายถึงการดูแลเหล่านักเลงมาเฟียที่แฝงตัวไปตามท้องถนนและในธุรกิจสีเทาแล้วล่ะก็ “แม่” ในที่นี้จะไม่ใช่แค่การป้อนข้าว ป้อนนม แต่รวมไปถึงการป้อนลูกกระสุน การตัดสินใจของเดอะก็อดมาเธอร์จึงเป็นสิ่งที่ท้าทายบทบาทของผู้หญิงเป็นอย่างมาก ซึ่งในทางตรงกันข้ามกับโลกที่ผู้หญิงถูกกดหัวไว้ตลอดเวลา การเป็น “มาเฟียตัวแม่” คือการปลดปล่อยพลังที่แสนจะสะใจในฐานะของสตรี

ว่ากันว่านายหญิงมักจะโหดกว่านายผู้ชาย เพราะเธอต้องพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าสามารถปกป้องและดูแลเครือข่ายมาเฟียได้ เมื่อก้าวขึ้นมารับตำแหน่งบอส “ผู้หญิง” จะมีสัญชาตญาณแบบจงอางหวงไข่ นายหญิงไม่เพียงยืนอยู่เบื้องหลังลูกสมุน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าบัลลังก์ผู้พิพากษาเธอก็ต้องทำหน้าที่นั้นให้ดีที่สุด จริงๆ แล้วเธอต้องพร้อมทำได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นฆ่าพี่ ฆ่าน้อง ฆ่าเพื่อน หรือแม้แต่ฆ่าตัวตาย เพื่อพิทักษ์องค์กร

(ซ้าย Image cr. : corriere.it) Giusy Vitale มาเฟียหญิงที่ร่วมมือกับอัยการหักหลังครอบครัว (ขวา Image cr. : alchetron.com) Maria Licciardi นายหญิงของกลุ่ม Camorra เมืองเนเปิลส์

ในช่วงศตวรรษที่ 20 มีผู้หญิง 7 คนในอิตาลีตอนใต้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นหัวหน้ามาเฟีย หนึ่งในนั้นคือ Grazia Genova เธอถูกจับถึง 20 ครั้ง อีกคนที่โดดเด่นคือ Maria Licciardi เป็นผู้นำหญิงของกลุ่ม Camorra แห่งเมืองเนเปิลส์ ช่วงทศวรรษที่ 1990’s เธอทำหน้าที่หัวหน้ามาเฟียแทนสามีได้อย่างดี ในแง่ที่พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการปะทะกันระหว่างกลุ่ม แต่ท้ายที่สุดก็ถูกจับได้ในปี 2001 และยังสามารถบงการแก๊งมาเฟียได้จากในคุก

แต่ในกรณีตรงกันข้าม ต้องยกให้ Giusy Vitale เธอเป็นน้องสาวเหล่าหัวหน้าแก๊งมาเฟียที่ถูกจับได้เมื่อปี 1998 เธอคือตัวอย่างของผู้หญิงที่รับช่วงต่อการเป็นหัวหน้ามาเฟียจากพี่ๆ ที่อยู่ในคุก ผู้หญิงคนนี้ฉีกหน้าประวัติศาสตร์ของวงการมาเฟีย ด้วยการหักหลังครอบครัว ทรยศองค์กร ร่วมมือกับอัยการ เธอคือผู้ร้ายที่กลายเป็นคนดี ซึ่งเป็นบทบาทที่เราอยากเห็นจากในจอภาพยนตร์

Rosarno (Reggio Calabria, Italia), 06/12/2012 Elisabetta Tripodi ขณะประชุมในซิตี้ฮอลล์ ถ่ายเมื่อวันที่ 06/12/2012 (Photographer : Gianluca Battista)

“Don Carina” ในภาคไทยชื่อว่า “ดอน การินา แม่หม้ายดำแห่งนาโปลี” อิงจากเรื่องจริงซึ่งของผู้หญิงที่สวมบทมาเฟียคนแรก ที่เปลี่ยนบทบาทจาก “หลังบ้านมาเฟีย” หรือ “เงาของเดอะก็อดฟาเธอร์” แล้วก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง “นายหญิงแห่งเมืองนาโปลี” ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองได้อย่างน่าสนใจ ในอิตาลีตอนใต้มีธรรมเนียมว่าเมื่อหัวหน้าครอบครัวเสียชีวิตลง และครอบครัวนั้นไม่มีลูกชาย ลูกสาวคนโตจะต้องรับตำแหน่งหัวหน้าครอบครัวแทนพ่อ ซึ่งเรียกว่า “แม่หม้ายดำ” เธอจะไม่มีสิทธิ์แต่งงานไปเป็นคุณนายเฉิดฉาย หากต้องเรียนหนังสือ ต้องคิดเลขเป็น และรู้จักการบริหารธุรกิจ ซึ่งอิตาลีก่อนสงครามโลกครั้งที่สองนั้นปลูกฝังกันมาว่า การเรียนหนังสือไม่ใช่เรื่องที่ผู้หญิงดีๆ ควรจะทำ หากเป็นเรื่องของผู้หญิงชั้นต่ำที่ต้องทำงานเยี่ยงชาย

มาเฟีย กับหญิงสาว 2 คนที่ถูกเก็บตาย ภาพถ่ายสารคดีจากเรื่อง “Shooting the Mafia” (Photographer : Letizia Battaglia)

ปัจจุบันนี้มาเฟียยังมีอยู่ในทุกๆ ที่ จากงานวิจัยขององค์กร Transcrime ในประเทศอิตาลี พบว่ามีผู้หญิงมาเฟียติดคุก 2.5% ของผู้ต้องขังทั้งหมด พวกเธอครอบครองทรัพย์สิน 1 ใน 3 ขององค์กรมาเฟีย ส่วนใหญ่แล้วเธอมีประวัติที่ขาวสะอาด ถ้าไม่สืบลงไปลึกๆ อาจจะไม่พบความเกี่ยวพันกับองค์กรใต้ดิน พวกเธอถือหุ้นในองค์กรใหญ่ๆ เช่น โรงแรม ภัตตาคาร โรงพยาบาล ธุรกิจขนส่ง ธุรกิจส่งออก และธุรกิจก่อสร้าง หลายองค์กรมีฉากหน้าที่ดูดีแต่เบื้องหลังแล้วเป็นธุรกิจกที่เกิดจากการฟอกเงิน

มาเฟียตัวแม่จากซีรี่ส์ชุด Gomorrah ที่ทำให้บทบาทของเดอะก็อดมาเธอร์โดดเด่นขึ้นมา (Image cr. : thetimes.co.uk)

ในปี 2014 เมื่อซีรี่สุดฮิตซีซัน 2 อย่าง “Gomorrah” ออกมากระแทกจอ ยิ่งตอกย้ำอิทธิพลของกลุ่ม Camorra ซึ่งเป็นมาเฟียสายหลักแห่งเมืองเนเปิลส์ อิตาลีตอนใต้ ในเรื่องนี้มีบทสำคัญของนายหญิงมาเฟีย รับบทโดย Maria Pia Calzone ซึ่งเธอยินดีน้อมรับความเกลียดชัง เมื่อซีรีส์นี้เผยแพร่ไปใน 70 ประเทศทั่วโลก ความท้าทายของบทนี้คือการเป็นมาเฟียตัวแม่ที่กุมอำนาจองค์กรขณะที่สามีถูกจองจำอยู่ในคุก

บทบาทของมาเฟียตัวแม่ที่เราเห็นในภาพยนตร์นั้นเป็นเพียงแค่ภาพสะท้อนส่วนเดียวของโลกแห่งความจริง องค์กรเหล่านี้ทำงานกันเป็นเครือข่ายภายใต้อิทธิพลของตระกูลใหญ่ ที่สืบต่ออำนาจกันมา และยังเชื่อมโยงกับตระกูลมาเฟียทั่วโลก ไม่ใช่แค่อิตาลีตอนใต้ แต่แผ่ขยายไปยังอัลบาเนีย รัสเซีย บราซิล อาร์เจนตินา ฯลฯ

จงอย่าได้แปลกใจที่เรายังเห็นเรื่องราวของขบวนการมาเฟียในภาพยนตร์ เพราะมันคือสิ่งที่มีอยู่จริงในสังคม

อ่านเรื่องราวของผู้หญิงที่ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งหัวหน้ามาเฟียท่ามกลางสงครามโลกครั้งที่สองได้จากหนังสือเล่มนี้

อ้างอิง

อ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ คลิกที่นี่

https://www.sanskritbook.com/category/story/

แมนซานาร์ ฝันร้ายของชาวอเมริกันสายเลือดญี่ปุ่น

เราต้องขริบเจ้า

ย้อนรอยเส้นทางอำนาจตระกูลคิม : ตอน 3 คิม จองอึน

« ห้องสมุดจิ๋วในตู้โทรศัพท์ลอนดอน
iRead Mobile Library ห้องสมุดติดล้อคันแรกของไนจีเรีย »