กามเทพเล่นกล ให้เธอตกหลุมรักแพทย์หนุ่มนักสู้ผู้พิการทางสายตา 14 กุมภาพันธ์ 2020 – Posted in: People & Places

เฉิน กวงเฉิง หนุ่มผู้พิการทางสายตา ผู้ถูกเรียกขานว่า “ทนายตีนเปล่า” อันเนื่องมาจากการผันตัวเองมาเป็นปากเป็นเสียงให้ชาวบ้านเหมือนเป็นทนาย ทั้งๆ ที่เขาจบการศึกษาเป็นแพทย์แผนโบราณจีน เฉินถูกทางการกักบริเวณในบ้านของตัวเอง ณ หมู่บ้านไกลปืนเที่ยง ‘ตงซือกู’ แต่สามารถหนึออกไปได้ ทั้งที่มียามเฝ้าแน่นหนา โดยไปโผล่ที่สถานทูตอเมริกาในกรุงปักกิ่งได้สำเร็จ ต่อมาภายหลัง เขาได้รับรางวัลมากมาย เป็นเครื่องยืนยันในความกล้าหาญ ท้าทายความอยุติธรรมทุกรูปแบบ…ทว่าการหลบหนีออกจากบ้านในปี 2012 จะไม่เป็นผลเลย หากปราศจากผู้หญิงที่เชื่อมั่นในตัวเขา

Image Cr. : dailymail.co.uk

หนึ่งในความเลวร้ายของนโยบายพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่เฉิน กวงเฉิงต่อสู้มาตลอดคือการคุมกำเนิด แรกเริ่มเดิมทีรัฐบาลเหมา  เจ๋อตุง สนับสนุนให้ประชากรมีลูกมากที่สุด โดยอ้างว่า “ยิ่งเยอะยิ่งเข้มแข็ง” จากนั้นในปี ค.ศ.1978 รัฐบาลเริ่มมีนโยบาย “ลูกคนเดียว” และปลายยุค 90 เริ่มมีคำขวัญที่เลวร้ายในทำนอง “มีแม่น้ำเป็นสีเลือดยังดีกว่ามีคนเพิ่มขึ้นหนึ่งคน” ออกมามากมาย…สำหรับเฉิน  กวงเฉิง แล้ว เขาทนไม่ได้ที่รัฐบาลคุกคามสิทธิขั้นพื้นฐานของการเป็นมนุษย์ นั่นคือสิทธิในการสร้างครอบครัวมีลูกมีหลานของตนเอง

ในปี 2005 เฉิน  กวงเฉิง และหยวน  เว่ยจิง ภรรยาของเขา เดินหน้าต่อสู้เพื่อชาวบ้านที่ถูกข่มขู่ ปรับเงิน กักขัง และถูกซ้อม เนื่องจากการไม่คุมกำเนิด เฉพาะในเขต 9 อำเภอ และ 3 เขตในหลินอี้ มีคนที่ถูกบังคับให้ทำแท้ง หรือทำหมันมากถึง 130,000 คน การต่อสู้ของเขาจึงเท่ากับว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ เฉิน  กวงเฉิง ถูกพิพากษาให้จำคุกตั้งแต่ปี 2006-2009 ทว่าในวันที่เขาได้รับอิสรภาพจากเรือนจำ กลับกลายเป็นว่าเขาต้องมาถูกคุมขังอยู่ในบ้าน ซึ่งไม่ต่างอะไรจากการติดคุกตลอดชีวิต

Image Cr. : https://www.amnesty.org/en/

เฉิน กวงเฉิงป่วยหนัก ภรรยาของเขารู้ดีว่าหากเธอไม่ช่วยให้เขาหนีรอดออกไปได้ สุดท้ายเขาก็คงต้องตายที่บ้าน เธอจึงเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของยามอย่างละเอียด และวางแผนการหนีร่วมกับสามีอย่างรัดกุม แต่กระนั้นมันก็ยังเต็มไปด้วยความเสี่ยง นอกจากสัญชาตญาณนักสู้ในตัวเขา และความเชื่อมั่นของผู้เป็นภรรยาแล้ว นอกนั้นไม่มีอะไรเป็นหลักประกันเลย เขาบอกกับเธอว่า ถ้าเขาหนีรอดไปได้สำเร็จ จะให้คนนำแอปเปิ้ล 6 ผล มาส่งให้เธอ เพราะในภาษาจีน “หก” มีความหมายแทนความสำเร็จ และคำว่าแอปเปิ้ล เป็นคำพ้องเสียงกับคำว่า “ปลอดภัย”

แม่ของเฉินโกรธแทบตายเมื่อรู้ว่าลูกสะใภ้เป็นต้นทางที่ทำให้ลูกชายหนีไปจากบ้าน เพราะนั่นอาจจะหมายถึงการส่งเขาออกไปตาย แม่ห่วงว่าเขาตาบอดและป่วย จะรอดชีวิตไปได้อย่างไร…ส่วนเว่ยจิงผู้เป็นภรรยารู้ว่าเขาตาบอด แต่ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเขานั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าจะกักขังเขาไว้ที่บ้าน

Image Cr. : https://www.firstpost.com/world/chen-fears-for-family-wants-to-leave-china-296196.html

ย้อนหลังไปในปี 2001

กามเทพนั้นแปลก ต่อให้คนอยู่ไกลแสนไกล ไม่เคยรู้จักกัน แต่ก็ยังอุตส่าห์นำพาให้มาพบกันจนได้ ดังเช่นเขาและเธอ ที่ความสัมพันธ์เดินทางผ่านคลื่นวิทยุ…กามเทพทำงาน ณ ยามเที่ยงวันหนึ่งในเดือนพฤษภาคม 2001 ขณะที่เฉินเอนหลังฟังรายการสดที่เปิดโอกาสให้ผู้ฟังจากทางบ้านโทรศัพท์เข้ามายังรายการเพื่อปรึกษาปัญหาต่างๆ เขาสะดุดใจกับหญิงสาวคนหนึ่งที่โทรเข้ามาขอคำปรึกษาเรื่องหางานทำ ดีเจขอให้เธอบอกเบอร์โทรศัพท์ออกอากาศ เผื่อจะมีผู้จ้างงานโทรไปหาเธอ

เฉิน กวงเฉิง แปลกใจที่เบอร์โทรนั้นติดอยู่ในใจเขา เขาโทรหาหญิงสาวชื่อ หยวน  เว่ยจิง เพื่อให้กำลังใจ แต่ในที่สุดเธอตัดสินใจขอพบเขา ทั้งที่เขายืนกรานว่าเขาเป็นเพียงชายพิการคนหนึ่ง

Image Cr. : https://www.nchrd.org/category/focuscampaigns/tracking-crackdowns/

21 กรกฏาคม 2001 หยวน  เว่ยจิง พบกับ เฉิน  กวงเฉิง ครั้งแรก

ทันทีที่แม่ตะโกนบอกว่า “มีคนมาหา” เขารู้ดีว่าต้องเป็นเธอ หยวน  เว่ยจิง ปรากฏตัวเงียบๆ ในบ้านของเขา ซึ่งเฉินมารู้ภายหลังว่าเธอรู้สึกทึ่งที่เห็นเขาขยับขึ้นมานั่งพร้อมสวมแว่นตาดำได้เหมือนคนปกติ เพราะในความคิดของเธอก่อนหน้านั้นมีภาพของชายพิการอัมพาตท่อนล่างที่นั่งอยู่ในรถเข็น

การพบกันครั้งแรกในวันนั้น ทำให้หยวน เว่ยจิงพบว่าเขาคือชายคนเดียวกันกับที่ให้กำลังใจเธอทางโทรศัพท์ เพียงแต่บ้านที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายของเขาทำให้เธอนึกถึงบ้านของปู่ย่าในชนบท ซึ่งตรงกันข้ามกับบ้านพ่อและแม่ของเธอซึ่งมีฐานะดีกว่า

“ถึงตอนนี้ เว่ยจิงเริ่มเข้าใจแล้ว เธอได้เห็นแล้วว่าชายผู้มีการศึกษาที่คุยกับเธอด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลมีเหตุผล ผ่านทางโทรศัพท์นั้นเป็นคนบ้านนอก ลูกชายตาบอดของชาวนายากจน”

Image Cr. : https://www.nybooks.com/articles/2015/07/09/blind-lawyer-vs-blind-chinese-power/

ผู้หญิงเราทุกคนย่อมอยากเลือกผู้ชายที่ดีที่สุดมาเป็นคู่ครอง ผู้ชายที่มีอวัยวะครบ 32 มีหน้ามีตา มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ทว่าการที่เขาตาบอดไม่ได้เป็นอุปสรรคที่จะทำให้เธอไม่รักเขา เพราะเฉิน  กวงเฉิง ได้พิสูจน์ให้เห็นเธอว่า เขามีทุกอย่าง อย่างที่คนตาดี จะพึงมีได้…แต่สิ่งที่คนตาดีอาจจะไม่มี ก็คือหัวใจของยอดนักสู้เช่นเดียวกับที่เขามี

แม้จะต้องพบกับอุปสรรคสารพัด แต่เว่ยจิงก็ไม่ยอมยุติความสัมพันธ์ ตรงกันข้ามเธอกลับพบว่าตัวเองมีจิตใจที่แข็งแกร่งและมีความเป็นนักสู้พอๆ กับเขา ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากคนในครอบครัว การเลือกของหยวน  เว่ยจิง จึงเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ไม่น้อยไปกว่าการต่อสู้บนเส้นทางของเฉิน  กวงเฉิง ซึ่งในมุมมองของคนธรรมดาคงนึกไม่ออกเลยว่าผู้หญิงที่มีความรู้ดี มีฐานะดี มีผู้ชายดีๆ ที่พ่อแม่หาไว้ให้เป็นคู่ครอง ทำไมจึงตัดสินใจอะไรโง่ๆ เช่นนั้น

เรื่องราวในชีวิตจริงของเฉิน  กวงเฉิง และหยวน  เว่ยจิง ภรรยาของเขา ที่ถ่ายทอดไว้ในหนังสือ “ทนายตีนเปล่า” สะท้อนให้เห็นว่า คนเราถ้าเลือกแล้วที่จะร่วมหัวจมท้ายกับใคร ต้องไม่กลัวที่จะฝ่าฟันทุกอุปสรรค ผู้หญิงที่รับบทบาทเมีย และแม่ ผู้หญิงที่ยืนเคียงข้างนักสู้เพื่อความยุติธรรม ต้องไม่ใช่ผู้หญิงที่อ่อนแอ

Image Cr. : https://www.rfa.org/english/news/china/chen-guangcheng-06172013104400.html

และนี่คือบทพิสูจน์รักแท้…ที่ต้องมีทั้งความศรัทธา และหัวใจที่กล้าหาญ เพราะความรักของเฉิน  กวงเฉิง ไม่ได้มีไว้สำหรับภรรยาของเขาเท่านั้น หากเป็นความรักที่กว้างใหญ่ เป็นสากล บนพื้นฐานของศักดิ์ศรี ความเท่าเทียมของความเป็นมนุษย์

หนังสือเรื่อง “The Barefoot Lawyer – ทนายตีนเปล่า” นอกจากจะงดงามด้วยการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมแล้ว ยังเป็นหนังสือของที่บอกให้เรารู้ว่า…

ด้วยความรักที่กล้าหาญของหญิงผู้เป็นกำลังใจ จึงทำให้ชายยืนหยัดต่อสู้ได้อย่างสง่างาม

อ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ คลิกที่นี่

https://www.sanskritbook.com/category/story/

ปั่น 7,000 กม. ระยะทางพิสูจน์รักแท้

สงครามในนามปฏิวัติวัฒนธรรม

มัดเท้า…สุขสมบนความปวดร้าว?

 

 

 

« ปลดแอกจัณฑาล
ปั่น 7,000 กม. ระยะทางพิสูจน์รักแท้ »