ย้อนรอยเส้นทางอำนาจตระกูลคิม : ตอน 2 คิม จองอิล 30 เมษายน 2020 – Posted in: People & Places

คิม จองอิล ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำที่รักของชาวเกาหลีเหนือ ตลอดช่วง 17 ปีที่อยู่ในตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนที่สอง และเป็นทายาทตระกูลคิมที่สืบทอดอำนาจต่อจากบิดาของเขาคือ คิม อิลซุง เกาหลีเหนือเผชิญปัญหาที่หนักหน่วงในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุพภิกขภัยในช่วงทศวรรษที่ 1990 ซึ่งคร่าชีวิตชาวเกาหลีเหนือไม่ต่ำกว่า 3 ล้านคน

ภาพครอบครัว คิม จองอิล ที่อยู่กันครบทุกคน รวมทั้งน้องชายคนเล็ก ที่เสียชีวิตตอน 4 ขวบ นั่งอยู่บนตักพี่เลี้ยง (Image cr. : nkleadershipwatch.org)

คิม  จองอิล เกิดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1941 ตามบันทึกของสหภาพโซเวียตระบุไว้ว่าเขาเกิดที่วยัตสโคเย ดินแดนฮาบารอฟค์ ในเขตตะวันออกของสหภาพโซเวียต ส่วนบันทึกฉบับเกาหลีเหนือระบุว่าเขาเกิดเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1942 ในค่ายทหารลับบนภูเขาแพ็กตู ซึ่งเป็นภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์ ในจังหวัดรยังกัง ประเทศเกาหลีเหนือ ในตอนที่เขาเกิดนั้น ธรรมชาติสำแดงปาฏิหารย์ด้วยการปรากฎรุ้งกินน้ำสองสาย เหนือยอดเขาแพ็กตูยามรุ่งอรุณ เป็นสัญญาณบอกให้โลกรู้ว่ามีดาวดวงใหม่จุติลงมาจากสรวงสวรรค์

ซึ่งต่อมาภายหลังมีชาวเกาหลีเหนือบางส่วนเริ่มรู้ว่า…ทั้งหมดคือเรื่องที่แต่งขึ้นมา…

ภาพประวัติครอบครัวที่แต่งขึ้นใหม่ (Image cr. : Michael Tyler on Flickr)

ในวัยเด็ก คิม  จองอิล แทบไม่ได้รับความอบอุ่นจากบิดาเลย เนื่องจากเขาเกิดมาในช่วงเวลาแบ่งแยกประเทศ ค.ศ.1950 หลังคาบสมุทรเกาหลีถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน คิม  อิลซุง เริ่มเปิดฉากรุกรานเกาหลีใต้ ทำให้ คิม จองอิล ถูกส่งตัวไปอยู่ในที่ปลอดภัย ทำให้ต้องห่างจากบิดาเป็นเวลาถึง 3 ปี และกลับมายังกรุงเปียงยางอีกครั้งหลังจากที่มีการเซ็นสัญญาสงบศึก แต่ความสัมพันธ์ของพ่อกับลูกชายคนโตก็มิได้กลับมาสนิทแน่นแฟ้น มิหนำซ้ำเขายังถูกแย่งความรักไปอีก ในปี ค.ศ.1954 คิม พยองอิล น้องชายต่างมารดาได้ลืมตาดูโลก ในฐานะของลูกชาย คิม  ซองแอ อดีตเลขานุการิณีข้างกายพ่อ ซึ่งดำรงตำแหน่งสตรีหมายเลขหนึ่งแทน คิม  จองชุก แม่ของเขาที่เสียชีวิตไป ทำให้เขาแทบไม่เหลือแต้มต่ออะไรเลย

ภาพวัยหนุ่มที่หาชมได้ยากของคิม จองอิล (Image cr. : english.sina.com)

ในขณะที่ผู้นำโลกส่วนใหญ่จะมาจากสายทหารและการปกครอง แต่ คิม จองอิล กลับเอาดีด้านการกำกับภาพยนตร์ เขาตระหนักถึงความทรงพลังของสื่อที่จะใช้เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนเกาหลีเหนือให้เป็นไปในทิศทางที่เขาต้องการ เขาเริ่มต้นจากการเขียนเรื่องราวตอนเกิดและประวัติครอบครัวเสียใหม่ แล้วตีพิมพ์เผยแพร่เป็นครั้งแรกในปี 1970 ต่อมามีการแก้ไขและตีพิมพ์ใหม่อีกสองครั้ง ในการจัดพิมพ์ครั้งที่ 3 เมื่อปี 1995 (หลังการอสัญญกรรมของคิม  อิลซุง หนึ่งปี) ได้มีการระบุเพิ่มเติมลงไปว่าสถานที่ในพงศาวดาร ณ เทือกเขาแพ็กตู เป็นสถานที่สำคัญที่ชาวเกาหลีเหนือต้องเคารพและไปศึกษา ราวกับว่าเป็นวิหารอันศักดิ์สิทธิ์

มาดโก้ของคิม จองอิลในวัยหนุ่ม (Image cr. : globalsecurity.org)

คิม  จองอิล ก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งอำนาจหลังจบการศึกษาระดับปริญญาตรีในปี 1964  เขาเริ่มงานในตำแหน่งระดับสูงของพรรคแรงงานเกาหลีเหนือ ภายใต้การดูแลของ คิม  ยองจู อาแท้ๆ ที่เป็นผู้มีอำนาจเบอร์สองรองจากพ่อของเขา ในช่วงต้นทศวรรษ 1970  คิม จองอิล มิได้แสดงความกระตือรือร้นในเรื่องงานของพรรคให้เป็นที่ประจักษ์ เป็นเหตุให้ คิม  พยองอิล น้องชายต่างมารดาได้รับความสนใจจากอามากกว่า ประกอบกับแม่ของ คิม  พยองอิล ก็เป็นสตรีหมายเลขหนึ่งที่กำอำนาจบางส่วนไว้ในมือตอนนั้น จึงเป็นแบ็คอัพชั้นดีให้กับลูกชาย

ความชื่นชอบ หลงใหล คลั่งไคล้ในภาพยนตร์ ทำให้ คิม  จองอิล สิงสู่อยู่ในศูนย์เผยแพร่ภาพยนตร์กลาง ซึ่งเป็นศูนย์รวบรวมภาพยนตร์ที่รัฐสะสมไว้ เขาอยู่ที่นั่นทั้งวันทั้งคืนเพื่อเรียนรู้โลกภายนอก ไม่ว่าจะเป็นยุโรป อเมริกา แอฟริกา เขาดูภาพยนตร์จนหมดคลัง นับเป็นหมื่นๆ เรื่อง จนกระทั่งไม่เหลืออะไรให้ดูอีก จึงต้องตั้งหน่วยงานขึ้นใหม่ เพื่อทำการลักลอบก๊อปปี้ภาพยนตร์ต้องห้ามจากต่างประเทศเข้ามาฉายให้ดูในคฤหาสถ์ส่วนตัวที่มีห้องฉายภาพยนตร์

คิม จองอิล หลังกล้องถ่ายหนัง สวมวิญญาณผู้กำกับภาพยนตร์ (Image cr. : oneroomwithaview.com)

และแล้วอานิสงส์ของความคลั่งไคล้ต่อภาพยนตร์ทำให้ คิม  จองอิล ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการฝ่ายศิลปวัฒนธรรม สังกัดกองประชาสัมพันธ์ รับผิดชอบเรื่องภาพยนตร์ ละคร และสื่อสิ่งพิมพ์ ในขณะที่เขาอายุได้ 25 ปี ต่อมาเขาได้เขียนหนังสือชื่อ “ศิลปะการภาพยนตร์” เมื่ออายุได้ 30 ปี เพื่ออธิบายทฤษฎีที่เขาเชื่อว่า “ศิลปะและวรรณกรรมที่เกี่ยวกับการปฏิวัติ เป็นเครื่องมืออันทรงประสิทธิภาพยิ่ง ในการสร้างแรงบันดาลใจ ในการทำงานให้ประชาชน ในการปฏิบัติภารกิจต่างๆ เพื่อการปฏิวัติ” (จากหนังสือ “ใต้เงาเกาหลีเหนือ” ผู้เขียน บาร์บาร่า  เดมิค)

ชิน ซังอก (ซ้าย) และ เชว อึนฮี (ขวา) ถ่ายรูปเคียงข้างท่านผู้นำ ในวันที่มองไม่เห็นหนทางว่าจะกลับบ้านได้ (Image cr. : kfaargentina.wordpress.com)

คิม  จองอิล ไม่ใช่คนที่ทำอะไรเล่นๆ เขาหมกมุ่นจริงจังกับทุกภารกิจ ไม่ต่างอะไรกับความสนใจในการชมภาพยนตร์ แต่ข้อเสียของเขาก็คือต้องชนะทุกสนามไม่ว่าจะด้วยวิธีการสกปรกเพียงใดก็ตาม ในช่วงปี 1970 คิม  จองอิล คือผู้บงการให้ลักพาตัวผู้กำกับภาพยนตร์ที่โด่งดังที่สุดในเกาหลีใต้ ชิน  ซังอก และนางเอกจอเงินเบอร์หนึ่งจากแดนโสมขาว เชว อึนฮี มายังเกาหลีเหนือ เพื่อให้ทั้งสองคนช่วยยกระดับมาตรฐานใหม่ของหนังเกาหลีเหนือให้ทัดเทียมภาพยนตร์ระดับโลกให้ได้

ในยุคนั้นเกาหลีเหนือขึ้นชื่อเรื่องการลักพาตัวมากที่สุด นอกจากผู้กำกับหนังและนางเอกชื่อดังแล้ว ยังมีผู้คนจากประเทศต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 12 ประเทศรวมแล้วกว่า 100 คน ถูกลักพาตัวเข้าไปยังเกาหลีเหนือ และมีเพียงไม่ถึง 5% เท่านั้นที่ได้กลับบ้าน นอกนั้นไม่มีใครรู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร คาดว่า คิม  จองอิล น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่เบื้องหลังทั้งหมด

คิม จองอิล ได้รับการยอมรับจากผู้บริหารระดับสูงในท้ายที่สุด (Image cr. : china.org.cn)

กระบวนการกำจัดเสี้ยนหนามทางการเมืองเป็นภาพสะท้อนความร้ายลึกของ คิม จองอิล เพื่อให้การปูทางไปสู่อำนาจของเขาไร้คำครหา เขาขานรับนโยบาย “จูเช” ของท่านผู้นำ คิม  อิลซุง ไปขับเคลื่อนให้เข้าถึงประชาชน ในระหว่างทางเขาได้ยก คิม  อิลซุง ให้เป็นผู้นำสูงสุดดุจดังเป็นพระเจ้า ใครที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายของรัฐแม้เพียงเล็กน้อย จะโดนลงทัณฑ์ภายใต้มาตรการ “ตรวจเข้ม” นั่นคือถูกจับไปลงโทษในค่ายกักกัน หรือประหารชีวิต อีกทั้งครอบครัวของผู้นั้นจะต้องได้รับการลงโทษไปถึง 3 ชั่วอายุคน มีรายงานว่ามาตรการ “ตรวจเข้ม” ทำให้มีการจับคนมาลงโทษถึง 20,000 คน ทั้งประหารชีวิตและส่งไปอยู่ในค่ายกักกัน ซึ่งตัวเลขจริงน่าจะสูงกว่านี้มาก เนื่องจากกฎหมายที่เอื้อให้เอาผิดกับคนที่เกี่ยวข้องกับผู้ที่ได้รับโทษด้วย

คิม พยองอิล (ซ้าย) น้องชายต่างมารดากับ คิมจองอิล (Image cr.: ibtimes.sg)

ในปี 1981 คิม  จองอิล เริ่มอ้างทฤษฎี “ตัดกิ่งแขนงเพื่อให้ต้นไม้เติบโต” เขาเริ่มกำจัดญาติ คนในตระกูล และคนที่อยู่รอบๆ ตัวบิดา ที่ไม่สนับสนุนเขาออกไปทีละคน สองคน มีคำสั่งให้กักบริเวณ คิม  ยองจู อาแท้ๆ และ คิม  ชองแอ แม่เลี้ยงของเขา ส่วน คิม  พยองอิล น้องชายต่างมารดาที่เคยวางตัวให้เป็นผู้นำต่อจาก คิม  อิลซุง ถูกส่งตัวไปเป็นทูตที่ฟินแลนด์ บัลแกเรีย และยูโกสลาเวียอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งกีดกันผู้นำระดับสูงในพรรคออกให้ห่างจาก คิม อิลซุง ใครที่ต้องการปรึกษาข้อราชการต้องอัดเสียงใส่เทป แล้วหน่วยงานของเขาจะเป็นคนคัดกรองเรื่องที่สมควรจะเสนอขึ้นไป แม้กระทั่งองครักษ์ส่วนตัวของ คิม  อิลซุง ก็ยังเป็นคนจากศูนย์บัญชาการรักษาความปลอดภัยที่ขึ้นตรงต่อกองบริหารฯ ที่ คิม  จองอิล ดูแลอยู่

คิม จองอิล กับเหล่าผู้นำของเขา (Image cr. : timeline.com)

หลังการอสัญกรรมของบิดา ปี 1994 คิม จองอิล ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งของผู้นำโสมแดงคนที่สองอย่างไร้เสี้ยนหนาม ช่วงนั้นเกาหลีเหนือเผชิญปัญหาทุพภิกขภัยอันเกิดมาจากการบริหารที่ผิดพลาด คิม  จองอิล นำงบประมาณประเทศไปใช้กับโครงการขีปนาวุธนิวเคลียร์ แทนที่จะนำไปแลกกับเชื้อเพลิง ซึ่ง 3 ใน 4 ส่วนของเชื้อเพลิงที่ใช้อยู่ในประเทศนั้นต้องนำเข้าจากประเทศจีน ทำให้กระบวนการผลิตทั้งหมดชะงักงัน กระทบไปถึงการเกษตรที่ต้องใช้น้ำและไฟฟ้า การล้มครืนแบบโดมิโน่สะท้อนให้เห็นจากความล่มสลายของระบบคูปอง ที่ตามปกติรัฐบาลจะแจกอาหารและของใช้ที่จำเป็นให้กับทุกคน และเมื่อไม่มีคูปองอีกต่อไป ประชาชนจึงอดอาหารจนเสียชีวิต น้ำประปาก็ยังต้องซื้อกิน เกาหลีเหนือในช่วงนั้นแร้นแค้นถึงขนาดมีข่าวการฆ่าเด็กมาทำเป็นซุปเนื้อมนุษย์เพื่อประทังความหิวโหย

นิทรรศการภาพถ่ายซึ่งจัดขึ้นกรุงโซลเมื่อวันที่ 8 ธ.ค.2008 สะท้อนให้เห็นความอดอยากและการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเกาหลีเหนือ (AP Photo/Ahn Young-joon)

ในท่ามกลางวิกฤตขาดแคลนอาหาร รัฐบาลกลับเดินหน้าสร้างแคมเปญรณรงค์ โดยขึ้นป้ายประชาสัมพันธ์ว่าการอดทนต่อความหิวโหยเป็นส่วนหนึ่งของการรักชาติ ประชาชนควรกินอาหารสองมื้อต่อวัน นอกจากนี้ยังมีการแต่งเพลงปลุกใจชื่อ “ข้าวปั้นของนายพล” เพื่อชี้นำให้เห็นว่าท่านผู้นำที่รักของพวกเขา ต้องเดินทางไกลไปแก้ปัญหาความยากจน วันทั้งวันได้กินแค่ข้าวปั้นเพียงก้อนเดียว แล้วน้ำตาของผู้นำก็หลั่งไหลผ่านจอโทรทัศน์ที่เปิดฉายซ้ำไปซ้ำมาทุกวัน ส่วนชาวเกาหลีเหนือที่ไม่อยากนอนรอความตายอยู่ที่บ้าน เริ่มหนีออกจากประเทศไปตายเอาดาบหน้า วิกฤติการขาดแคลนอาหารในครั้งนั้น คร่าชีวิตชาวเกาหลีเหนือไปไม่ต่ำกว่า 3 ล้านคน

คิม จองอิล พบกับ ปธน.วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย (Image cr. : apnews.com)

ภาพประวัติศาสคร์ การพบกันระหว่างคิม จองอิล และปธน.บิลล์ คลินตัน เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2009 (Image cr. : abcnews.go.com)

เปิดศักราชแห่งความร่วมมือระหว่าง คิม จองอิล และ คิม แดจุง ผู้นำเกาหลีใต้ ในปี 2000 (Image cr. : )

เมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 เกาหลีเหนือเริ่มผ่อนคลายมาตรการหลายๆ อย่าง และมีท่าทีที่เป็นมิตรกับเกาหลีใต้มากขึ้น ทั้งนี้น่าจะมาจากการที่เกาหลีใต้ให้ความช่วยเหลือจากด้านอาหารเพื่อบรรเทาความขาดแคลน ทำให้ทั้งสองประเทศงดเว้นการเผชิญหน้าทางด้านการทหาร ในปีค.ศ.2000 คิม  จองอิล ผู้นำเกาหลีเหนือ และ คิม แดจุง ผู้นำเกาหลีใต้ ได้ร่วมประชุมหารือด้านเศรษฐกิจที่กรุงเปียงยาง ซึ่งนับเป็นการพบปะกันครั้งแรกระหว่างสองผู้นำแดนโสม นับตั้งแต่สงครามเกาหลียุติลง ทว่าความพยายามในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างโสมแดงและโสมขาว มีอันต้องสิ้นสุดลงในปี 2009 ซึ่งเป็นปีที่เกิดยุทธการแทซอง มีการปะทะกันระหว่างเรือรบเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้

พี่น้องต่างมารดา คิม จองนัม (ซ้าย) บุตรของ ซัง ฮเยริม ส่วนคิม จองอึน เป็นบุตรของ โค ยองฮี ทั้งคู่เป็นทายาทของคิม จองอิล (Image cr. : voathai.com)

ด้านชีวิตส่วนตัว คิม  จองอิล เป็นนักรัก เขามีภรรยาในสมรส และนอกสมรสรวม 5 คน ทั้งนี้ยังไม่นับนางบำเรอซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในกองทหารหญิง ที่จัดตั้งขึ้นเป็นพิเศษเพื่อทำหน้าที่เอ็นเตอร์เทนกองทัพและบุคคลระดับสูง ในจำนวนภรรยาทั้งหมด คนที่มีบทบาทสำคัญคือ ซอง  ฮเยริม ดาราสาวที่เขาส่งเสริมให้ได้รับรางวัลต่างๆ และได้เดินทางไปต่างประเทศ เธอผู้นี้เป็นแม่ของ คิม  จองนัม ลูกชายคนโตที่ถูกวางตัวให้รับช่วงต่ออำนาจจาก คิม จองอิล แต่แล้วลูกชายคนนี้กลับก็ทำให้พ่อผิดหวัง ด้วยการลักลอบเข้าไปยังญี่ปุ่นโดยการปลอมแปลงหนังสือเดินทาง เก้าอี้ของผู้นำจึงมาตกแก่ คิม  จองอึน ลูกชายที่เกิดจาก โค  ยองฮี อดีตนักเต้นประจำคณะละครศิลป์มันซูแด ในเปียงยาง ซึ่งเป็นลูกครึ่งเกาหลีเหนือ-ญี่ปุ่น

ท่านผู้นำกับสไตล์การแต่งกายที่ไม่เคยเปลี่ยนตั้งแต่หนุ่ม จนกลายเป็นสไตล์ไอค่อนแบบฉบับเกาหลีเหนือ (Image cr. : telegraph.co.uk)

คิม  จองอิล รบไม่เก่ง ปกครองคนไม่เป็น แต่สร้างหนังเป็น เขาเชี่ยวชาญวิธีการใช้สื่อภาพยนตร์เพื่อชี้นำและล้างสมองประชาชน แต่น่าเสียดายที่ความชำนาญของเขาไม่สามารถเปลี่ยนมาช่วยให้ประชาชนรอดพ้นจากความอดอยากหิวโหยได้ จึกล่าวได้ว่าเขาคือผู้นำเกาหลีเหนือ ที่มีคนตายในแผ่นดินมากที่สุด

คิม จองอิล เสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ค.ศ.2011 จากการทำงานหนักมากเกินไป ประกอบกับการที่เขามีอาการป่วยด้วยโรคหลอดเลือดทางสมองอยู่แล้ว

ตำแหน่งผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือถูกส่งต่อมายังลูกชายของเขา คือ คิม  จองอึน ผู้นำโสมแดงคนปัจจุบัน

อ่านเรื่องราวเบื้องลึกในดินแดนโสมแดงได้จากหนังสือกลุ่มเกาหลีเหนือ

อ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ คลิกที่นี่

https://www.sanskritbook.com/category/story/

ย้อนรอยเส้นทางอำนาจตระกูลคิม : ตอน 1 คิม อิลซุง

ผู้สืบทอดอำนาจตระกูลคิม

ฝังศพกลางฟ้า…ฝากวิญญาณไปกับแร้ง

 

 

« ย้อนรอยเส้นทางอำนาจตระกูลคิม : ตอน 3 คิม จองอึน
ย้อนรอยเส้นทางอำนาจตระกูลคิม : ตอน 1 คิม อิลซุง »