อุ้มหายไปในโสมแดง 21 ธันวาคม 2019 – Posted in: People & Places – Tags: ,

“อโนชา  ปันจ้อย” คือชื่อของผู้หญิงไทยที่ถูกเกาหลีเหนือลักพาตัวไปราว 42 ปีก่อน…เธอคือหนึ่งในเหยื่อของภัยคุกคามด้านสิทธิมนุษยชน ท่ามกลางผู้คนอีกหลายร้อยชีวิตจาก 12 ประเทศทั่วโลก ที่ถูกเกาหลีเหนือลักพาตัวไปในช่วงปี 1970-1977 ซึ่งหนึ่งในประเทศที่พยายามเรียกร้องให้ทางการเกาหลีเหนือคืนตัวผู้ที่ถูกลักพาตัวคือประเทศญี่ปุ่น แต่จนถึงบัดนี้ความพยายามดังกล่าวก็ยังไม่บรรลุผลแบบ 100%

การลักพาตัวถือเป็นภัยที่คุกคามอิสรภาพในการดำเนินชีวิต ซึ่งสิทธิขั้นต้นของพลเมืองโลกไม่ควรมีใครถูกกักขังหน่วงเหนี่ยว คำถามของการที่เกาหลีเหนือลักพาตัวนั้นมีมากมาย

  • ลักพาตัวบุคคลจากประเทศต่าง ๆ ไปทำไม
  • ใครสั่งให้ทำ
  • พวกเขา (ผู้สั่งการ) ได้ประโยชน์อะไรจากการลักพาตัว
  • ปัจจุบันผู้ถูกลักพาตัวเป็นตายร้ายดีแค่ไหน อย่างไร
  • 40 กว่าปีที่ถูกลักพาตัวไปอยู่ภายใต้ปฏิบัติการลับของเกาหลีเหนือ พวกเขามีโอกาสจะได้คืนสู่มาตุภูมิหรือไม่

Photo : www.nouvelobs.com

หนังสือเรื่อง “A Kim Jong ILL Production” ที่สนพ.สันสกฤตนำมาแปลภาคไทยในชื่อ “ผู้กำกับคิมจองอิล” ฉายเรื่องราวในเกาหลีเหนือสมัยประธานาธิบดีคิม จอง อิล (ผู้พ่อของปธน.คิม จองอึน คนปัจจุบัน)  การก้าวขึ้นสู่อำนาจของเขา ต้องใช้ยุทธวิธีต่าง ๆ เพื่อให้ คิม อิลซุง (ผู้เป็นบิดาและเป็นปธน.ในขณะนั้น) เลือกเขาขึ้นครองอำนาจแทน และการกุมบังเหียนการสร้างภาพยนตร์ของเกาหลีเหนือ คือหนึ่งในกลยุทธ์หลัก ที่เขาใช้มันเพื่อก้าวขึ้นสู่อำนาจสูงสุด ด้วยเหตุที่เป็นสื่อหลักในการเข้าถึงชาวโสมแดงในการตอกย้ำหลักการสำคัญของประเทศใส่หัวประชาชน หลักการที่ว่านั่นคือ

Image : www.cbsnews.com

ท่านผู้นำสูงสุดคือบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด ความภักดีต่อเขาและต่อชาติที่หลอมรวมเป็นครอบครัวคือ สรณะอันพิสุทธิ์เหนืออื่นใด ชาวเกาหลีเหนือเป็นเชื้อชาติบริสุทธิ์สูงส่งเหนือชาติใด มีแต่ชาวเกาหลีเท่านั้นที่คู่ควรแก่การเป็นผู้นำสูงสุด เป็นดวงสุริยาแห่งมนุษยชาติ และด้วยเหตุที่ผู้นำสูงสุดเป็นที่สุดแห่งเกาหลี การไม่จงรักภักดีจะทำให้คุณเป็นผู้ทรยศต่อประเทศชาติ ต่อเชื้อชาติและวงศ์ตระกูล การเชื่อฟังและติดตามท่านผู้นำจะทำให้สวรรค์ของชนชั้นใช้แรงงานเป็นจริง

เกาหลีเหนือแยกจากเกาหลีใต้หลังสงครามโลกครั้งที่สองปิดฉากลง…ในปี 1970 เกาหลีเหนือยังคงเป็นแดนสนธยา ในขณะที่เกาหลีใต้ดำเนินไปในทิศทางตรงกันข้ามคือมีเสรีภาพ และอุตสาหกรรมภาพยนตร์เฟื่องฟูมากในเกาหลีใต้ตอนนั้น

คิม จองอิล วัยหนุ่ม เมื่อครั้งยังเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ ภาพจาก www.asiancrush.com

“ชิน  ซังอก” ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังในเวลานั้น และ “เชว  อึนฮี” นักแสดงสาวที่มีผู้ชมนิยมมากเป็นประวัติการณ์ เมื่อทั้งคู่จับมือกันในฐานะคนรัก ได้สร้างอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์เกาหลีใต้ บริษัทของ “ชิน  ซังอก” นั้นเทียบได้ค่ายหนังชอว์บราเดอร์สตูดิโอ อดีตผู้สร้างภาพยนตร์ที่ใหญ่ที่สุดของฮ่องกงเลยทีเดียว

ต่อมาสามีภรรยาแยกทางกันเพราะฝ่าย “ชิน  ซังอก” มีความสัมพันธ์กับดาราสาวอีกคนหนึ่ง แม้ทั้งคู่จะตัดสินใจแยกบ้านกันในภายหลัง แต่โชคชะตากลับเล่นตลกให้ทั้งคู่ต่างโคจรไปพบกันในประเทศเกาหลีเหนือ โดย “เชว อึนฮี” ถูกลักพาตัวไปจากฮ่องกง เธอถูกอุ้มขึ้นเรือและฉีดยาให้หมดสติ เมื่อขึ้นฝั่งก็ได้พบกับผู้ชายที่ชื่อ “คิม จองอิล” ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ซึ่งเธอแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเขาเลย

“ชิน ซังอก” และ “เชว อึนฮี” เมื่อครั้งยังเป็นคู่รักผู้ทรงอิทธิพลในโลกภาพยนตร์เกาหลีใต้ ภาพจาก www.news.com.au

ในที่สุดข่าวการหายตัวของดาราสาว “เชว อึนฮี” ก็ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลกโดยไม่สามารถหาตัวผู้บงการได้  “ชิน  ซังอก” อดีตสามีของเธอและเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดังจากเกาหลีใต้ตกเป็นผู้ต้องสงสัย ในขณะที่เขาพยายามตามหาเบาะแสของอดีตภรรยาที่หายตัวไป เพียงหลังจากนั้นไม่กี่เดือน เขาก็ถูกกระชากตัวออกมาจากรถยนต์ที่ฮ่องกงโดยชายฉกรรจ์ 4 คน ที่เอามีดจ่อคอหอยเขาแล้วครอบหัวเขาด้วยถุงไนลอนก่อนจะพ่นสเปรย์ที่ทำให้ชิน ซังอก หมดสติไป

ชินตื่นขึ้นมาในเรือสินค้าลำเดียวกันกับที่เชว อึนฮี ถูกอุ้มตัวไป วินาทีที่ลืมตาตื่น เขาเห็นภาพถ่ายติดผนังเรือ มันเป็นภาพใบหน้ากลมแป้นของผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือในช่วงเวลานั้น…ประธานาธิบดี คิม อิลซุง นั่นเอง

ชิน ซังอก และ เชว อึนฮี เคียงข้างประธานาธิบดี คิม จองอิล ภาพจาก www.scmp.com/

การผจญภัยของผู้กำกับชื่อดังและนักแสดงสาวดาวค้างฟ้า อดีตสามีภรรยาคู่นี้ เริ่มต้นอีกครั้งที่เกาหลีเหนือ  “คิม จองอิล” ในวัยหนุ่ม กำลังนั่งแท่นผู้อำนวยการสร้างและผู้กำกับสตูดิโอในกรุงเปียงยาง จองอิลคลั่งไคล้ภาพยนตร์มาตั้งแต่เด็ก การก้าวเข้ามาคุมบังเหียนภาพยนตร์ของเขาเพื่อพัฒนาหนังเกาหลีเหนือต้องอาศัยมืออาชีพที่ในกรุงเปียงยางไม่มี การนำเข้าผู้กำกับหรือดารานักแสดง มีวิธีเดียวเท่านั้น นั่นคือการลักพาตัว!

ในช่วงเวลาที่ผู้กำกับชิน ซังอก กับดาราสาวเชว อึนฮี  ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเปียงยางเพื่อทำหนังเกาหลีเหนือให้บรรลุเป้าหมายตามคำสั่งคิม จองอิล  ทั้งคู่ได้พบกับคนที่ถูกลักพาตัวมามากมาย หญิงสาวบางคนมาจากจอร์แดน บางคนมาจากญี่ปุ่น บางคนมาจากมาเก๊า รวมทั้งผู้หญิงไทย!!!

เชว อึนฮี ขณะปฏิบัติหน้าที่ในเกาหลีเหนือ ภาพจาก www.koogle.tv

แคทเธอรีน ห่ง ถูกลักพาตัวมาเช่นเดียวกับคนอื่นๆ ในปี 1978 เธอทำงานเป็นไกด์นำเที่ยวอยู่ในมาเก๊า มีผู้ชายวัยสามสิบสองคนมาจ้างเธอ “ฉันพาพวกเขาเที่ยวรอบมาเก๊าอยู่สองวัน” แคทเธอรีนเล่าให้ เชว อึนฮี ฟัง

“พวกเขาจ่ายเงินให้ฉันไม่อั้น บอกว่าพ่อแม่รวย พวกเขาพูดภาษาอังกฤษได้ดี บอกว่ามาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วันถัดมาสองคนนั่นขอให้ฉันพาไปชายหาด เมื่อไปถึงมีผู้หญิงไทยรออยู่คนหนึ่ง เธอบอกว่าทำงานอยู่ในไนต์คลับ ดูเหมือนจะแก่กว่าฉันสักสิบปี ตอนนั้นฉันอายุยี่สิบ เราสี่คนขึ้นเรือ เรือแล่นวนอยู่รอบหาดพักหนึ่งก่อนจะมุ่งหน้าออกทะเล เรือเล็กพาพวกเขาออกไปที่เรือใหญ่ที่จอดรออยู่ แคทเธอรีนกับผู้หญิงไทยถูกบังคับเอาตัวขึ้นเรือ แรกทีเดียวทั้งคู่ถูกส่งไปเปียงยาง หญิงสาวเล่าว่าเธอพยายามหนีแต่ไม่สำเร็จ เธอพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้ง จากนั้นพวกเกาหลีเหนือเอาตัวเธอไปไว้ในกระท่อมหลังเล็กและเอาทุกอย่างไปจากเธอ เพื่อที่เธอจะทำร้ายตัวเองไม่ได้ และลงโทษด้วยการให้กินข้าวถ้วยเล็กๆ

ผู้นำเกาหลีเหนือ 3 เจนเนอเรชั่น (ซ้ายสุด) คิม อิลซุง (กลาง) คิม จองอิล บุตรชายของคิม อิลซุง (ขวา) คิม จองอึน บุตรชายของคิม จองอิล หลานของคิม อิลซุง ภาพจาก https://blog-kim-jong-un.blogspot.com/

 

คิม จองอิล (คนซ้าย) กับลูกชายทั้งสองคนของเขา (คนกลาง) คิม จองนัม ถูกสายลับฆ่าตายอย่างเป็นปริศนาที่มาเลเซีย (คนขวา) คิม จองอึน น้องชายคนละแม่กับคิม จองนัม ผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีเหนือคนปัจจุบัน ภาพจาก https://blog-kim-jong-un.blogspot.com/

“อัน เมียงจิน” อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการลับของเกาหลีเหนือกล่าวว่า “การลักพาตัวเพิ่มมากขึ้นหลังกลางยุค 1970…เมื่อได้รับการกำหนดตัวให้สืบทอดอำนาจต่อจากคิม อิลซุง ผู้พ่อ  คิม จองอิลเริ่มเข้าควบคุมหน่วยงานของพรรคที่รับผิดชอบการแทรกซึมเกาหลีใต้ทันที เขาออกคำสั่งให้ฝึกฝนสายลับจนแน่ใจว่าจะสามารถทำตัวเป็นคนท้องถิ่นและแทรกซึมได้อย่างแนบเนียน”

“คิม จองอิล สั่งให้ลักพาตัวชายชาวญี่ปุ่นมาจำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นครูสอนภาษาและวัฒนธรรมในโรงเรียนฝึกจารชนของเขา สอนว่าที่สายลับให้รู้จักวางตัวเหมือนเป็นประชาชนญี่ปุ่น…ส่วนที่เหลือนั้นถูกลักพาตัวมาเพื่อที่สายลับเกาหลีเหนือจะได้สวมรอยเป็นตัวตนของบุคคลนั้นๆ …มีผู้หญิงบางคนที่ถูกลักตัวมาเพราะรูปร่างหน้าตาดี และถูกบังคับให้แต่งงานกับผู้ก่อการร้ายชาวญี่ปุ่นที่ปฏิบัติการจากเกาหลีเหนือ เพื่อเป็นรางวัลให้ผลงานของคนพวกนั้น” …พอล ฟิชเชอร์ ผู้เขียนหนังสือเรื่องนี้ ถ่ายทอดไว้ในตอนหนึ่งของเรื่อง

นายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีประเทศญี่ปุ่น ภาพจาก www.brighttv.co.th

ทุกวันที่ 10-16 ธันวาคม ของทุกๆ ปี ที่ประเทศญี่ปุ่นจะจัดงานเพื่อให้คนตระหนักถึง “การคุกคามสิทธิมนุษยชนโดยเกาหลีเหนือ” เพื่อให้ครอบครัวชาวญี่ปุ่นที่ถูกลักพาตัวไปโดยเกาหลีเหนือได้มาพบปะกัน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีชินโสะ  อาเบะ ตั้งเป้าอย่างชัดเจนที่จะนำตัวชาวญี่ปุ่นทุกคนที่ถูกลักพาตัวกลับมาที่ญี่ปุ่นให้ได้ โดยข้อมูลที่เป็นทางการระบุว่ามีชาวญี่ปุ่นที่ถูกลักพาตัว 17 คน ซึ่งเกาหลีเหนือคืนตัวมาแล้ว 5 คน แต่ข้อมูลจากภาคประชาชนคาดว่าอาจจะมีมากกว่า 100 คน ซึ่งก็ไม่รู้ว่าป่านนี้พวกเขาอยู่แห่งหนตำบลใด

อโนชา ปันจ้อย ภาพจาก www.dailynk.com

นับเป็นเวลา 42 ปีแล้ว ที่ “อโนชา  ปันจ้อย” หญิงสาวชาวไทยยังไม่ได้กลับประเทศไทย  มีเพียงความพยายามเดียวที่เหลืออยู่คือหลานชายของเธอ…นายบรรจบ  ปันจ้อย…ที่ยังคงเดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ นับเป็นสิบครั้ง เขาไปในทุกๆ ที่  ทุกเวทีเพื่อทวงถามสิทธิ์ให้น้าสาวของเขาได้กลับบ้าน แต่โอกาสเช่นนั้นช่างดูริบหรี่เสียเหลือเกิน

ในท่ามกลางความสงสัยที่ไร้คำตอบ ว่าผู้ถูกลักพาตัวเป็นตายร้ายดีประการใดในดินแดนเกาหลีเหนือ หนังสือเรื่อง “KIM JONG ILL Production – ผู้กำกับคิม จองอิล” อาจจะทำให้เราเห็นภาพเค้าลางของการกระทำที่ไร้ซึ่งมนุษยธรรมจากประเทศเผด็จการโสมแดง ผนวกเกร็ดประวัติศาสตร์ก่อนการขึ้นสู่อำนาจของ “คิม จองอิล” ที่อ่านแล้วต้องอึ้ง

“KIM JONG ILL Production – ผู้กำกับคิม จองอิล” สำหรับผู้สนใจเกาหลีเหนือไม่อ่านเล่มนี้ไม่ได้ คลิกเพื่อสั่งซื้อได้ที่นี่

อ้างอิงจาก

https://news.thaipbs.or.th/content/287132
ที่นี่ ThaiPBS https://www.youtube.com/watch?v=X_b2wYzfUMo

อ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ คลิกที่นี่

https://www.sanskritbook.com/category/story/

ชีเฆห์…ประเพณีรัญจวน

มองโกเลียหลังม่านเหล็ก

มองโกล ชีวิตใต้ผืนฟ้าอันเป็นนิรันดร์

 

« ไม่รัก…ปักไม่ได้
ชีเฆห์…ประเพณีรัญจวน »