ทาสกาม สงครามโลกครั้งที่ 2 27 กันยายน 2019 – Posted in: People & Places – Tags: , , , ,

แม้สงครามโลกครั้งที่ 2 จะปิดม่านลงไปตั้งแต่ปีพ.ศ.2488 แต่สิ่งที่ยังไม่ยุติคือความบาดหมางระหว่างประเทศเกาหลี และญี่ปุ่น ที่ดำเนินต่อเนื่องมานานกว่า 70 ปี

คนรุ่นใหม่ที่เกิดไม่ทันฝุ่นควันสงครามโลกครั้งที่ 2 ยากจะจินตนาการถึงความโหดร้ายทารุณและความยิ่งใหญ่ของกองทัพแห่งจักรวรรดิญี่ปุ่นเราทราบเพียงว่า แม้จะเป็นประเทศเล็ก ๆ แต่ทหารญี่ปุ่นก็มีจิตใจที่เหี้ยมหาญราวกับพรรคนาซีแห่งเอเชียบูรพาว่ากันว่ากลไกที่ทำให้ทหารญี่ปุ่นมีความฮึกเหิม และกร้าวแกร่งผิดมนุษย์มนาคือเซ็กส์นั่นเอง พวกเขามีกองกำลัง “Comfort Women” ของตัวเองในทุกหน ทุกแห่ง ที่กองทัพญี่ปุ่นไปตั้งค่ายรบ

Photo Cr : akg-images / Pictures From History

ภารกิจอาสาสมัครปลอบขวัญทหารในนามของ “Comfort Woman” แท้จริงแล้วก็คือหญิงบำเรอกาม หรือทาสกามให้กับทหารญี่ปุ่นนั่นเอง นักประวัติศาสตร์คาดการณ์ว่า มีหญิงสาวเคยถูกลักพาตัว ล่อลวง ถูกบังคับ ให้เป็นวัตถุสนองความต้องการทางเพศให้กับทหารญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ.2482-2488) ไม่ต่ำกว่า 200,000 คน โดยหญิงสาวเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นชาวเกาหลี เนื่องจากขณะนั้นเกาหลีเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่น รองลงมาเป็นหญิงชาวจีน และจากประเทศอื่น ๆ ในแถบเอเชียแปซิฟิก และบางส่วนจากยุโรป

Photo Cr. : US National Archives

หนังสือเรื่อง White Chrysanthemum ซึ่งสันสกฤตนำมาแปลเป็นไทยในชื่อ “เบญจมาศสีเลือด” อิงจากเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับหญิงชาวเกาหลีรุ่นคุณย่าคุณยายในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง โดยผู้เขียนถ่ายทอดผ่านตัวละคร 2 สาวพี่น้องในครอบครัว “แฮเนียว” หรือนักดำน้ำที่งมหาอาหารทะเลสดๆ ขึ้นมาขาย อันเป็นอาชีพพื้นถิ่นที่เป็นความภาคภูมิใจของหญิงชาวเกาหลีในอดีตที่ดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องง้อผู้ชาย ซึ่งสืบทอดกันมานานหลายชั่วอายุคน  บนเกาะเชจู ทางตอนใต้ของประเทศเกาหลี วันหนึ่งสาวรุ่นผู้พี่ผู้โชคร้าย ถูกทหารญี่ปุ่นอุ้มตัวหายไปขณะโผล่ขึ้นมาจากทะเลหลังเสร็จสิ้นจากภารกิจดำน้ำประจำวัน  ปล่อยให้น้องสาวหวนหาผู้เป็นพี่ไปตลอดชีวิต

ตลอดเวลาที่ถูกลักพาตัวมาอยู่ในซ่องทหาร เธอต้องพยายามอดทนเอาชีวิตให้รอด แม้จะต้องรองรับการกระทำชำเราจากทหารญี่ปุ่นวันละไม่ต่ำกว่า 50 คน มันเป็นสภาพทารุณทั้งร่างกายและจิตใจราวตกนรกทั้งเป็น

แมรี่ ลิน แบรชต์ ผู้เขียนสายเลือดเกาหลี ได้ค้นคว้าเรื่องนี้จากหลักฐานมากมายก่อนจะลงมือถ่ายทอดออกมาเป็นตัวอักษรที่กลั่นกรองความเจ็บปวดของผู้หญิงชาวเกาหลี จึงเป็นหนังสือที่สะท้อนสิทธิมนุษยชน และการเรียกร้องให้มีการชำระประวัติศาสตร์เปื้อนเลือด คาวโลกีย์ ที่มีความร่วมสมัยที่สุดเรื่องหนึ่งในวันนี้

Photo Cr. : www.womanofchina.cn

แม้ว่านักวิชาการ และนักประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นหลายคนจะพยายามปฏิเสธเรื่องหญิงบำเรอกามว่าไม่น่าจะรุนแรงอย่างที่ถูกเปิดเผยออกมาจากคำให้การของหญิงบำเรอรุ่นคุณย่าที่ยังรอดชีวิตอยู่ ทว่าประวัติศาสตร์ก็หนีตัวมันเองไม่พ้น ปีพ.ศ.2560 ได้มีการเผยแพร่ฟิล์มภาพยนตร์ประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่2 ซึ่งเก็บรักษาไว้ที่องค์การบริหารจดหมายเหตุและบันทึกแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (National Archives and Records Administration) ความยาว 18 นาที ในฟิล์มดังกล่าวนอกจากจะมีภาพเคลื่อนไหวของหญิงสาวชาวเกาหลี7 คนที่ยืนเท้าเปล่า สีหน้าหวาดกลัวต่อทหารที่เข้ามาพูดคุย (ทหารอเมริกันบันทึกไว้ได้ ตอนที่ปลดปล่อยพวกเธอจากขุมนรก)ในฟิล์มดังกล่าวยังมีภาพโรงแรม หรือโรงเชือด ที่นายทหารญี่ปุ่นเดินเข้าออกเพื่อไปหาความสำราญทางเพศ ซึ่งหลักฐานนี้ยิ่งทำให้ภาพถ่ายและคำบอกเล่าที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ มีน้ำหนักมากขึ้นไปอีก

Photo Cr. : CreateSpace Independent Publishing Platform

แม้ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะเคยขอโทษเกาหลีอย่างเป็นทางการไปตั้งแต่ปี พ.ศ.2536 และในปี พ.ศ.2558 นายกรัฐมนตรี ชินโสะ  อาเบะของญี่ปุ่น ก็ยังออกมาขอโทษเหยื่อกามอย่างเป็นทางการอีกครั้ง พร้อมทั้งยินยอมชดใช้ค่าทำขวัญ 1,000 ล้านเยนในกับทางเกาหลี แต่บาดแผลร้าวลึกครั้งนั้นก็ยังคงเป็นแผลสด ราวกับเป็นเครื่องย้ำเตือนให้โลกรู้ว่า เวลาไม่อาจจะเยียวยาความเจ็บปวดของการถูกทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การชำระประวัติศาสตร์คาวโลกีย์จะเป็นไปได้จริงหรือไม่ ต่อให้ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีจะยอมหลับตาลืมอดีต แต่นี่คืออดีตที่เกิดขึ้นจริง และกรีดรอยแผลให้กับผู้หญิงมาจนถึงปัจจุบัน

อ่านเรื่องราวของทาสกามในสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้จากหนังสือเล่มนี้ “เบญจมาศสีเลือด”

ฮัมมัม … ความลับในโรงอาบน้ำ »