ซานติอาโก  รงคากลิโฮโล…หนุ่มละตินโนผู้อยู่เบื้องหลังสุสานกุหลาบ 21 สิงหาคม 2019 – Posted in: The Authors – Tags: , ,

ซานติอาโก  รงคากลิโฮโล (Santiago  Roncagliolo) นักเขียนชาวเปรู เกิดในกรุงลิมาแต่ไปโตในเม็กซิโก ในฐานะลูกชายของผู้ลี้ภัย ทำให้เขามีเพื่อนร่วมชั้นเรียนทั้งชาวชิลี อาร์เจนติน่า อุรุกวัย ฯลฯ ต่อมาเขาได้กลับไปยังเปรูอีกครั้ง ในช่วงที่การเคลื่อนไหวทางการเมืองดำเนินไปอย่างเข้มข้น นำความหวาดหวั่น ขวัญผวา และการนองเลือดในทุกหย่อมหญ้า เขาเผชิญหน้ากับความกลัว และมันได้สร้างประสบการณ์ชนิดที่ทำให้เขากลั่นออกมาเขียนหนังสือได้เป็นเล่มๆ หนึ่งในนั้นคือ“Red April” ซึ่งสันสกฤตนำมาแปลภายใต้ชื่อ “สุสานกุหลาบ”

ซานติอาโก เขียนหนังสือมาตลอดแต่ยังไปไม่ถึงจุดที่เขาปรารถนา จนกระทั่งปีพ.ศ.2543 เขาตัดสินใจบินไปยังเมืองมาดริด ประเทศสเปน ด้วยหมายมั่นว่าจะประสบความสำเร็จในฐานะนักเขียนให้จงได้

ปีพ.ศ. 2549 หนังสือเรื่อง “Red April – สุสานกุหลาบ” ของเขา คว้ารางวัลชนะเลิศ The Alfaguara Prize 2006 และในปี พ.ศ.2554 ยังชนะรางวัล The Independent Foreign Fiction Prize 2011 อีกด้วย

คุณอุทิศ  เหมะมูล นักเขียนรางวัลซีไรต์ปี พ.ศ.2552 ผู้สนใจเรื่องราวสะท้อนการเมืองในอเมริกาใต้ ได้รีวิวหนังสือเรื่อง “สุสานกุหลาบ” ได้อย่างน่าติดตาม ดังนี้

“The Communist Party of Peru หรือขบวนการเซนเดริสต้า (Senderistas) หรือ Shining Path ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์เปรู แรกเริ่มก่อตั้งในมหาวิทยาลัย โดยมีศาสตราจารย์สายปรัชญาและเหล่านักศึกษา นับตั้งแต่ปี 1960 และในปี 1980 ขบวนการเซนเดริสต้าได้ก่อตั้งกองกำลังปฏิวัติและจับอาวุธขึ้นต่อสู้กับรัฐบาลในขณะนั้น ด้วยสงครามแบบกองโจร ต่อเนื่องยาวนานจนสิ้นสุดลงในปี 1999 ในระหว่างขวบปีนั้น การสู้รบของรัฐบาลทหารกับเซนเดริสต้า มีประชาชนบาดเจ็บล้มตายและหายสาบสูญกว่า 70,000 คน กว่าครึ่งเป็นการกระทำจากขบวนการเซนเดริสต้า ที่เหลือมาจากฝ่ายกองกำลังทหารและกลุ่มย่อยฝ่ายอื่นๆ

แม้นวนิยาย สุสานกุหลาบ (Red April) จะยึดฐานเวลาที่ปี 2000 เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นราวหนึ่งเดือน ในช่วงพิธีศักดิ์สิทธิ์ทางคริสต์ศาสนา แต่จิตวิญญาณ ภูตผี และการกระทำลับลมคมในแบบเซนเดริสต้ากลับลอยกรุ่นคลุมเมือง สร้างความประหวั่นพรั่นพรึง และขนหัวลุกไปทั่วช่วงเทศกาลศักดิ์สิทธิ์

นวนิยายเริ่มเรื่องด้วยการตายอย่างโหดเหี้ยมและผิดวิสัยของชายคนหนึ่ง นำสืบสาวเรื่องราวโดยตัวละครหลักนาม ชาคัลตานา ซึ่งเป็นอัยการ ตัวแทนจากรัฐทหาร พาคนอ่านเข้าสู่โลกของกฎอัยการศึก ความลดเลี้ยวฉ้อฉลของผู้บังคับบัญชาในหน่วยงานราชการต่างๆ อำนาจการต่อรองและหมากเกม นำพาหลากสถานภาพ ทั้งผู้บัญชาการทหาร ผู้พิพากษา อัยการ ผู้นำศาสนา ชาวบ้าน อดีตสมาชิกกลุ่มผู้ก่อการร้าย ที่ช่วยเผยแผ่ให้เห็นโยงใยที่ทุกคนทุกฝ่ายต่างมือเปื้อนเลือด และฉวยใช้ ‘ความหวาดกลัว’ เป็นเครื่องมือกำราบประชาชน กระทั่งสร้างสถานการณ์ว่ากลุ่มเซนเดริสต้ากลับมาหลอกหลอนอีกครั้งเพื่อบังตาผู้ใต้ปกครอง

เรื่องราวเชิงสืบสวนสอบสวน เหี้ยมเกรียม และเข้มข้น ตัวละครทุกตัวล้วนต่างมีความทรงจำเกี่ยวกับกลุ่มเซนเดริสต้า ทั้งอย่างแจ่มชัดและทั้งพยายามจะลืมเลือน แต่ความทรงจำนี้กลายเป็นผีที่คอยหลอกหลอน กัดกินอยู่ในวิญญาณ และพร้อมจะเผยพฤติกรรมอันเป็นด้านมืดของตนให้ออกมาเพ่นพ่านในยามบ้านเมืองถูกปกครองอย่างไม่ปกติ – ในช่วงเทศกาลศักดิ์สิทธิ์ทั้งล้างบาปและกำเนิดใหม่

ภาพสะท้อนของฉากและอารมณ์ที่ผู้อ่านจะได้สัมผัสจากตัวอักษรในเรื่อง “Red April – สุสานกุหลาบ”จะเข้มข้นแค่ไหน คำบอกเล่าของคุณอุทิศ  เหมะมูล น่าจะทำให้เห็นภาพได้แจ่มชัดยิ่งขึ้น เขากล่าวว่า “สุสานกุหลาบ เป็นนวนิยายที่หนักแน่น เข้มขลัง ชวนอ่านด้วยความใส่ใจจริงจัง มันเขียนขึ้นจากเลือดของประวัติศาสตร์เปรู โดยผู้ประพันธ์ทำงานเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างละเอียดและระมัดระวัง ทั้งนี้ในรสของวรรณกรรมแล้วก็ไม่ขาดตกบกพร่อง”

สำหรับนักอ่านที่ชอบเปิดโลก สนใจประวัติศาสตร์ การเมือง ตลอดจนผลงานการเขียนจากทวีปอเมริกาใต้ที่หาอ่านได้ยากในบ้านเรา “สุสานกุหลาบ” จึงเป็นหนังสือที่คุณพลาดไม่ได้

« คอร์เนอร์ เกร็นแนน…กับพันธะสัญญาเปลี่ยนชีวิต
อานิตา อามีร์เรซวานี…9 ปีกับการถักทอ “พรมสีเลือด” »