Click to Sanskrit Homepage
   สินค้าในตะกร้า (จำนวน 0 เล่ม) check out
search
my lines

 

my bookmark

ข้อมูลหนังสือ

เลดี้ได

Prayers for the stolen

ผู้แต่ง : เจนนิเฟอร์ คลีเมนท์
ผู้แปล : นรา สุภัคโรจน์
ราคา 350  บาท 


add to cart


เลดี้ได อาศัยอยู่ในหมู่บ้านในรัฐเกร์เรโรทางตอนใต้ของเม็กซิโก ที่นั่นครอบครัวใดมีลูกสาวจะกลายเป็นเรื่องอันตรายใหญ่หลวง แม่ทุกคนจึงต้องจับลูกสาวแต่งตัวให้เป็นเด็กผู้ชายตั้งแต่เกิด ถ้าเด็กคนไหนฉายแววสวยออกมา แม่ก็ยิ่งต้องทำ.ให้ลูกสาวน่าเกลียดยิ่งขึ้น ด้วยการจับกร้อนผม ทาหน้าทาฟันให้ดำ.ๆ ด่างๆ และเมื่อใดที่รถสีดำ.ขับเข้ามาในหมู่บ้าน เลดี้ไดกับเพื่อนๆ ต้องไปหลบอยู่ในหลุมหลังบ้านที่ขุดเตรียมไว้ จนกว่ารถคันนั้นจะออกจากหมู่บ้านไป ถึงจะออกมาจากหลุมได้

 

เรื่องย่อ




เลดี้ได เติบโตมาในหุบเขาเกร์เรโร ประเทศเม็กซิโก
ดินแดนร้อนระอุที่มีประชากรแมงป่องมากกว่ามนุษย์
ดินแดนที่อยู่ใต้เงื้อมเงาของเจ้าพ่อยาเสพติด
ที่นั่น บ้านทุกหลังต้องขุดหลุมไว้หลังบ้าน
สำหรับให้เด็กผู้หญิงลงไปซ่อนเมื่อมีรถแล่นเข้ามา
บรรดาแม่ๆ ที่มีลูกสาวต้องจับพวกเธอกร้อนผม
ทาฟันดำให้น่าขยะแขยงหรือสวมเสื้อผ้าหลวมโพรก
เพื่อปกป้องลูกจากแก๊งค้าผู้หญิง

เลดี้ได วาดฝันถึงอนาคตนอกหุบเขาเกร์เรโร
และได้ไปเป็นพี่เลี้ยงลูกเศรษฐีในเมืองอคาปุลโก
เป็นครั้งแรกที่เลดี้ไดได้ลิ้มรสความรัก
โลกกำลังจะเปลี่ยนเป็นสีชมพู
แต่มีเหตุเกิดขึ้นเสียก่อน และมันโยงมาถึงตัวเธอ
ดูเหมือนอนาคตของเลดี้ไดจะดับวูบลงทันที

เรื่องราวของผู้หญิงเม็กซิกัน ดินแดนแห่งเสียงเพลงกับสีสันเจิดจ้า
ที่ถ่ายทอดได้สนุกสนานและแสบสัน

ทดลองอ่าน


หนึ่ง


  เอาล่ะ เราจะมาทำให้แกดูน่าเกลียดกัน ..แม่ว่า..แล้วก็ผิวปาก ปากของแม่ใกล้หน้าฉันมากจนน้ำลายกระเซ็นถูกคอและได้กลิ่นเบียร์หึ่ง ในกระจก ฉันนั่งมองแม่เอาถ่านถูหน้าฉัน ปากบ่นพึมพำกับชีวิตอันเส็งเคร็ง
  นี่คือความทรงจำครั้งแรกของฉัน แม่ถือกระจกบานเก่าๆ ที่มีรอยร้าวอยู่ตรงหน้าฉัน ตอนนั้นฉันอายุราวห้าขวบน่าจะได้ รอยร้าวในกระจกทำให้ดูเหมือนใบหน้าแตกเป็นสองส่วน การเป็นเด็กผู้หญิงในเม็กซิโก หน้าตาต้องน่าเกลียดเข้าไว้เป็นดีที่สุด
ฉันชื่อเลดี้ได กราเซีย มาร์ติเนซ ผิวสีน้ำตาล ดวงตาสีน้ำตาล ผมหยิกหยอยสีน้ำตาลเช่นกัน หน้าตาของฉันก็ดูเหมือนทุกๆ คนที่ฉันรู้จักนั่นแหละ ไม่มีอะไรพิเศษหรอก ตอนเด็กๆ แม่จับฉันแต่งตัวเป็นเด็กผู้ชาย และเรียกฉันว่าบอย
  ฉันบอกใครว่าฉันได้ลูกชาย ..แม่เล่า
  เพราะถ้าฉันเป็นเด็กผู้หญิงคงถูกคนลักพาตัวไปแล้ว ทันทีที่แก๊งค้ายาเสพติดได้ข่าวว่ามีเด็กหญิงหน้าตาดี พวกมันจะขับรถคาดิแลค เอสคาเลด เอสยูวี สีดำคันโตเข้ามาจับตัวเด็กหญิงไปดื้อ ๆ
  ในโทรทัศน์ฉันเห็นเด็กสาวหน้าตาสะสวยนั่งหวีผม ถักเปีย ผูกโบสีชมพู บางทีก็แต่งหน้าทาปาก แต่เรื่องแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นที่บ้านของฉันหรอกนะ
  บางทีฉันอาจต้องทำให้แกฟันหลอด้วย ..แม่ว่า เมื่อโตขึ้นอีกหน่อยฉันจะเอาปากกาเมจิสีเหลืองหรือสีดำแต้มฟัน ให้ดูเหมือนฟันผุ
ไม่มีอะไรน่าขยะแขยงเท่ากับปากสกปรก ฟันเหลืองเป็นคราบเกรอะกรังอีกแล้ว ..แม่บอก
  แม่ของพอลลาเป็นคนต้นคิดเรื่องขุดหลุม บ้านหลังเล็กๆ และไร่มะละกอของแกอยู่ตรงกันข้ามกับเรา
แม่บอกว่าเกร์เรโร กำลังกลายเป็นดินแดนแห่งโพรงกระต่ายที่มีเด็กสาวซ่อนตัวอยู่ทุกหัวระแหง
  ทันทีที่ใครได้ยินเสียงรถเอสยูวีแล่นเข้ามา หรือเห็นจุดสีดำหนึ่ง หรือสอง หรือสามจุด โผล่มาแต่ไกล เด็กผู้หญิงทุกคนจะกรูกันวิ่งไปลงหลุม
   นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในรัฐเกร์เรโร  ดินแดนแห่งต้นยาง งูเงี้ยวเขี้ยวขอ และอิกัวนากับแมงป่องสีทองที่ตัวใสจนเราแทบมองไม่เห็นลามารถต่อยเราเอาถึงตายได้เลย เกร์เรโร แห่งนี้ยังมีแมงมุมชุกชุมกว่าที่ไหน ๆ ในโลกอีกด้วย เรื่องนี้เรารับประกันได้เลยล่ะ อ้อ...แล้วก็มดด้วย มดแดงที่ต่อยใครเข้าเมื่อไหร่แล้ว แขนจะบวมเท่าขาได้เลย
  ที่นี่แหละ คือที่ๆ พวกเราภาคภูมิใจกับความเกรี้ยวกราดดุร้ายที่สุดในโลกของเรา..แม่บอก
ตอนฉันเกิด แม่เที่ยวประกาศกับเพื่อนบ้านและใครๆ ในตลาดว่าแกได้ลูกชาย
ขอบคุณพระเจ้า ฉันได้ลูกชาย!
   โอ้ ขอบคุณพระเจ้า ขอบคุณพระนางมารี ชาวบ้านทุกคนแสดงความยินดี แต่ไม่มีใครเชื่อหรอก ในแถบภูเขาที่เราอยู่ ใคร ๆ ก็ได้ลูกชายกันทั้งนั้น เพียงแต่ว่าพออายุราวๆ สิบเอ็ดหรือสิบสองปี บางคนจะกลายเป็นเด็กหญิงหน้าตาดูไม่ได้ ที่ต้องวิ่งไปซ่อนตัวในหลุมอยู่เนือง ๆ
  พวกเราเหมือนกระต่ายที่จะต้องวิ่งไปซ่อนตัวเมื่อมีสุนัขจรจัดหิวโหยเดินท่อมๆ อยู่ในทุ่ง...สุนัขประเภทที่จะเดินแยกเขี้ยวเมื่อได้กลิ่นกระต่ายตั้งแต่ยังไม่เห็นตัวนั่นแหละ เวลาที่เห็นภัยมา กระต่ายตัวจริงจะเอาเท้าหลังกระทืบดินส่งสัญญาณสั่นสะเทือนแล่นไปตามพื้น เตือนให้กระต่ายตัวอื่นวิ่งเข้าไปหลบในโพรง ทว่าในดินแดนของเรา เราไม่สามารถส่งสัญญาณเตือนภัยให้กันและกันได้เหมือนกระต่าย เพราะบ้านของเราอยู่ห่างกันเกินไป แต่พวกเราจะคอยระแวดระวังอยู่เสมอ เราพยายามเงี่ยหู หัดฟังเสียงที่ดังมาไกลๆ แม่ของฉันจะเอนศีรษะ หลับตา เงี่ยหูฟังเสียงอย่างใจจดใจจ่อเมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์หรือเสียงนกหรือสัตว์เล็ก ๆ ที่มักจะส่งเสียงเวลาที่มีรถแล่นผ่าน
ไม่เคยมีใครได้กลับมา.. เด็กสาวที่ถูกลักพาตัวจะไม่เคยได้กลับบ้านอีกเลย ไม่แม้แต่จะส่งข่าวคราว ..แม่บอก.. ไม่มีแม้จดหมายสักฉบับ ใช่แล้ว เด็กสาวทุกคนยกเว้นพอลลา พอลลากลับมาหลังจากถูกลักพาตัวไปหนึ่งปี
  เราได้ยินเรื่องการลักพาตัวพอลลาไปจากแม่ของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า แต่แล้ววันหนึ่ง จู่ ๆ เธอก็เดินกลับมา ที่ติ่งหูซ้ายมีตุ้มหูเม็ดกลมๆ เรียงกันเป็นแถวเจ็ดเม็ด สีฟ้า เหลือง และเขียว รอบข้อมือซ้ายสักคำว่า Cannibal’s Baby ความหมายประมาณว่า อีหนูของมนุษย์กินคน ทำนองนั้น
  อยู่ดีๆ พอลลาก็เดินลงมาจากทางหลวง เดินมาตามถนนดินที่ตรงไปยังบ้านของเธอ เธอเดินช้า ๆ สายตาจ้องจับที่พื้นราวกับกำลังเดินตามก้อนกรวดที่โรยไว้
   ไม่จริงหรอก..แม่ฉันว่า พอลลาไม่ได้เดินตามก้อนกรวด แต่เธอเดินมาตามกลิ่นแม่ของเธอต่างหาก
   พอลลาเดินเข้าไปในห้องนอนของเธอ แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงที่ยังมีตุ๊กตาสัตว์ยัดนุ่นหลายตัววางอยู่ เธอไม่เคยปริปากเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ที่เรารู้ก็คือ ตั้งแต่นั้นมา แม่ของพอลลาจะชงนมใส่ขวดป้อนเธอ แกให้เธอดูดนมจากขวด!
   จะว่าไปแล้วแกอุ้มพอลลาไว้บนตักด้วยซ้ำขณะที่เธอนอนดูดนมจากขวด ตอนนั้นพอลลาอายุสิบห้า..เพราะฉันน่ะสิบสี่แล้ว แม่ของเธอยังซื้อเกอร์เบอร์อาหารสำหรับทารก และป้อนเธอด้วยช้อนพลาสติกสีขาวอันเล็ก ๆ ที่แถมมากับกาแฟที่แกซื้อจากร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมันที่อยู่อีกฝั่งของทางหลวงด้วย
   แกเห็นมั้ย แกเห็นรอยสักของพอลลามั้ย..แม่ฉันถาม
   เห็นจ้ะ ทำไมเหรอแม่
   แกรู้ใช่มั้ยว่ามันหมายถึงอะไร พอลลาเป็นสมาชิกของพวกมันแล้ว
   โอ..พระเจ้า พระเยซู พระนางมารี ขอให้ปกป้องเราทุกคนด้วยเถิด
   ไม่ ฉันไม่รู้มาก่อนเลยว่ามันแปลว่าอะไร แม่ไม่อยากเล่า ทว่าฉันรู้เองในตอนหลัง แต่ก็ไม่เข้าใจว่าเป็นไปได้ยังไงที่อยู่ดี ๆ เราจะถูกพวกพ่อค้ายาเสพติดที่โกนหัวเกลี้ยง มือถือปืนกล มีลูกระเบิดสีเทาอยู่ในกระเป๋าหลัง บุกเข้ามาจับตัวไปจากกระท่อมเล็ก ๆ บนภูเขา แล้วเอาไปขายราวกับเนื้อบดตามตลาด
   ฉันคอยจับตาดูพอลลา ฉันอยากจะคุยกับเธอ แต่เดี๋ยวนี้เธอไม่เคยโผล่หน้าออกจากบ้านเลย เราสองคนเคยเป็นเพื่อนสนิทกัน มาเรียกับเอสเตฟานีด้วย ฉันอยากทำให้เธอหัวเราะ ฉันคิดถึงตอนที่เราไปโบสถ์ด้วยกันในวันอาทิตย์และแต่งตัวเป็นเด็กผู้ชาย ฉันชื่อบอย ส่วนเธอชื่อเปาโล ฉันอยากเตือนความจำเธอ สมัยที่เรานั่งดูนิตยสารดาราด้วยกัน เพราะพอลลาชอบเสื้อผ้าสวย ๆ ที่พวกดาราโทรทัศน์ใส่ อีกอย่างฉันอยากรู้ด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ
   สิ่งหนึ่งที่ทุกคนรู้เหมือนกันก็คือ พอลลาเป็นเด็กหญิงที่สวยที่สุดในแถบนี้ของเกร์เรโร  ชาวบ้านพูดกันว่าเธอสวยยิ่งกว่าสาวๆ ในเมืองอคาปุลโกเสียอีก อันนี้ถือว่าเป็นคำชมชั้นยอดเลยล่ะ เพราะอะไรที่เก๋ไก๋เลิศเลอจะต้องมาจากอคาปุลโกเสมอ แต่ความสวยจนเป็นที่ร่ำลือของพอลลานี่แหละที่เป็นตัวต้นเหตุ
   แม่ของพอลลาจะเอาผ้าขี้ริ้วยัดใส่เสื้อพอลลาเพื่อทำให้เธอดูอ้วนเผละ แต่ทุกคนรู้ว่า ไม่ไกลจากท่าเรือ อคาปุลโก เท่าไรนัก มีเด็กผู้หญิงหน้าตาสะสวยยิ่งกว่า
   เจนนิเฟอร์ โลเปซ อยู่ในบ้านหลังเล็กๆ กับแม่และไก่สามตัว เพราะฉะนั้นเธอต้องโดนแน่ ไม่ช้าหรือเร็วเท่านั้น ถึงแม้แม่ของพอลลาจะเป็นคนต้นคิดเรื่องขุดหลุมซ่อนตัวเด็กผู้หญิงก็ตาม แต่เธอก็ไม่สามารถช่วยลูกสาวตัวเองได้
ที่จริง มันมีสัญญาณเตือนภัยหนึ่งปีก่อนที่พอลลาจะถูกลักพาตัว
   เช้าตรู่วันที่เกิดเรื่อง คอนชา แม่ของพอลลาได้ยินเสียงรถแล่นมาตามถนนตอนที่แกกำลังเลี้ยงไก่สามตัวของแกด้วยแป้งตอร์ตีญาที่กินเหลือ ส่วนพอลลายังหลับอยู่บนเตียง ใบหน้าสะอาดเกลี้ยงเกลา ผมเปียยาวดำขลับ พันอยู่รอบคอเธอ
เธอสวมเสื้อยืดผ้าฝ้ายสีขาวเก่าๆ ตัวโคร่ง ยาวเลยเข่า ที่หน้าอกมีรูปขนมปังยี่ห้อ วอนเดอร์เบรด สีน้ำเงินเข้ม ใส่กางเกงในสีชมพู ที่แม่ของเธอพูดเสมอว่า มันแย่ยิ่งกว่าไม่ใส่เสียอีก!
   พอลลายังหลับสนิทตอนที่พวกแก๊งค้ายาบุกเข้ามาในบ้าน
   คอนชาบอกว่าเธอกำลังเลี้ยงเจ้าไก่ไม่รักดีสามตัวซึ่งไม่เคยออกไข่ให้เลยสักฟอง ตอนที่เธอมองเห็นรถบีเอ็มดับเบิลยูสีน้ำตาลอ่อนแล่นเข้ามาตามทางลูกรัง แวบแรกเธอคิดว่ามันเป็นวัวกระทิงหรือสัตว์อะไรบางอย่างที่หลุดมาจากสวนสัตว์อคาลปุลโกเสียอีก เพราะไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะมีรถสีน้ำตาลอ่อนแล่นเข้ามาหาเธอ ทุกครั้งที่คิดถึงแก๊งค้ายา แกคิดว่าพวกมันต้องขับรถเอสยูวีสีดำคันโต กระจกติดฟิล์มดำ เพื่อไม่ให้ตำรวจมองเห็นข้างใน ความจริงการติดฟิล์มแบบนี้ผิดกฎหมาย แต่คนก็ติดกันอยู่ดี แม่เคยบอกว่าคาดิแลค เอสคาเลดสีดำ สี่ประตู หน้าต่างติดฟิล์มดำที่มีแก๊งค้ายาถือปืนกลนั่งอยู่ข้างในพวกนี้เหมือนกับม้าโทรจันหรืออะไรประมาณนั้น
แม่ของฉันรู้เรื่องม้าโทรจันกับกรุงทรอยได้อย่างไรหรือ? เป็นไปได้ยังไงที่หญิงเม็กซิกันตัวคนเดียวกับลูกสาวอาศัยอยู่ในชนบทของเกร์เรโร  ที่ห่างจากอคาลปุลโกครึ่งชั่วโมงหากขับรถยนต์ หรือถ้าขี่ลาก็จะใช้เวลาสี่ชั่วโมงจะรู้เรื่องกรุงทรอย? เรื่องนี้ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเลย
ตอนที่พ่อกลับจากอเมริกา สิ่งเดียวที่นำมาฝากแม่คือจานดาวเทียมเล็ก ๆ ตั้งแต่นั้นมาแม่ก็ติดรายการสารคดีเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และรายการทอล์คโชว์ของโอปราห์วินฟรีย์ หนึบ ที่บ้านของฉันมีแท่นบูชาโอปราห์ตั้งเคียงข้างแท่นแม่พระแห่งกัวดาลูป แม่เรียกโอปราห์ว่าโอ-เป-รา แกไม่รู้ชื่อจริงของโอปราห์ด้วยซ้ำ แกจะพูดว่าโอ-เป-รา ยังงั้น
   โอ-เป-รา อย่างงี้
   นอกจากสารคดีกับโอปราห์แล้ว เราดูหนังเรื่อง มนต์รักเพลงสวรรค์เป็นร้อยๆ ครั้งได้ แกจะคอยติดตามข่าวเสมอว่า เมื่อไหร่มันจะกลับมาฉายอีก
   แต่ทุกครั้งที่คอนชาเล่าให้เราฟังว่าเกิดอะไรขึ้นกับพอลลา มันไม่เคยเหมือนกันเลย ทำให้เราไม่รู้ว่า จริงๆ แล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่
พวกแก๊งค้ายาเคยมาดูตัวพอลลาก่อนหน้านั้นแล้ว พวกมันเคยมาดูเพื่อให้เห็นกับตาว่าเธองามสมคำร่ำลือจริงไหม และพบว่ามันเป็นความจริง
   แต่ตอนที่พอลลาถูกลักพาตัวไปจริง ๆ นั้น เหตุการณ์เป็นอีกแบบ
   บนภูเขาของเราไม่มีผู้ชาย ซึ่งก็เหมือนการอยู่โดยไม่มีต้นไม้นั่นแหละ
เหมือนคนแขนด้วนข้างหนึ่ง อ้อ ไม่สิ ไม่สิ เหมือนการนอนโดยไม่เคยฝันต่างหาก..แม่ว่า ผู้ชายของเราพากันข้ามแม่น้ำเข้าไปในอเมริกา พวกเขาเดินลุยน้ำสูงท่วมเอว เพื่อที่จะไปตายอีกฝั่ง พวกเขาสลัดทิ้งลูกเมียในแม่น้ำ เพื่อมุ่งหน้าไปยังสุสานอันยิ่งใหญ่แห่งอเมริกา ถูกของแม่ พวกผู้ชายจะส่งเงินกลับมาให้ กลับมาเยี่ยมบ้านครั้งหรือสองครั้ง จากนั้นก็หายลับไปตลอดกาล ดังนั้นดินแดนของเราจึงเต็มไปด้วยผู้หญิงที่ทำงานหนักเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว ผู้ชายที่มีคือพวกที่จะโผล่มากับรถเอสยูวีหรือมอเตอร์ไซค์ สะพายปืนกล AK-47 ที่ไหล่ มีห่อโคเคนยัดอยู่ในกระเป๋าหลังกางเกงยีน มีซองบุหรี่มาร์ลโบโรสีแดงในกระเป๋าเสื้อเชิ้ต สวมแว่นตาเรย์แบน เราห้ามสบตาพวกนี้เด็ดขาด..ห้ามมองเข้าไปในลูกตาดำเล็ก ๆ เพราะจะทำให้เราอ่านออกว่ามันคิดอะไร
   ครั้งหนึ่ง เราเห็นข่าวการลักพาตัวชาวไร่สามสิบห้า คน พวกเขากำลังเก็บข้าวโพดกันอยู่ ตอนที่รถบรรทุกขนาดใหญ่สามคันแล่นเข้ามาจับตัวพวกเขา พวกโจรเอาปืนจ่อและสั่งให้เดินไปขึ้นรถบรรทุก ชาวไร่ต้องยืนเบียดเสียดกันบนรถเหมือนวัวเหมือนควาย หลังจากนั้นสองสามอาทิตย์จึงถูกปล่อยตัวกลับบ้านพร้อมคำขู่ว่า ถ้าใครปริปากเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ใครรู้ โทษทัณฑ์คือจะต้องตายสถานเดียว แต่ใคร ๆ ก็รู้ดีว่า พวกชาวไร่นั่นถูกลักพาตัวไปเพื่อเก็บเกี่ยวใบกัญชา
   ถ้าเราไม่ปริปากพูดเสียอย่าง เรื่องต่าง ๆ ก็ไม่เคยเกิดขึ้น แน่นอน วันหนึ่งจะต้องมีคนเขียนเพลงเกี่ยวกับเรื่องนี้ อะไรก็ตามที่เราไม่ควรจะรู้หรือพูดไป ในที่สุดจะออกมาในรูปของบทเพลง
   พวกงั่งบางคนหาเรื่องให้ถูกเก็บด้วยการเขียนเพลงเกี่ยวกับชาวไร่ที่ถูกลักพาตัว...แม่บอก
  วันเสาร์อาทิตย์ แม่กับฉันจะเข้าอคาปุลโกเพื่อไปทำความสะอาดบ้านให้กับครอบครัวเศรษฐีจากเม็กซิโกซิตี้ พวกเขาจะเดินทางมาพักผ่อนที่บ้านตากอากาศนี้ในวันสุดสัปดาห์เดือนละสองหรือสามครั้ง เมื่อก่อนนี้พวกเขาจะขับรถมากัน แต่เดี๋ยวนี้พวกเขาซื้อเฮลิคอปเตอร์แล้ว ต้องใช้เวลาหลายเดือนในการสร้างลานจอดเฮลิคอปเตอร์ แรกสุดต้องถมสระว่ายน้ำ จากนั้นก็สร้างสระว่ายน้ำใหม่ห่างออกไปไม่กี่ฟุตจากสระเดิมที่ถูกถม แล้วย้ายสนามเทนนิส เพื่อที่ลานจอดจะอยู่ห่างจากตัวบ้านมากที่สุด
   พ่อของฉันก็เคยทำงานในอคาปุลโก พ่อเป็นพนักงานเสิร์ฟในโรงแรมก่อนที่จะไปอเมริกา พ่อเคยกลับมาเยี่ยมเราสองสามครั้ง จากนั้นก็หายหน้าไปเลย ครั้งสุดท้ายที่พ่อมาเยี่ยม แม่รู้ดีว่ามันคือครั้งสุดท้าย
  นี่เป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ..แม่บอก
  หมายความว่าอะไรจ๊ะแม่?
  มองหน้าพ่อแกให้ดี จดจำทุกสิ่งไว้ เพราะแกจะไม่ได้เห็นหน้าพ่อแกอีกแล้ว รับรองได้ รับรองได้เลย
  แม่ชอบพูดคำนี้
  เมื่อฉันถามว่า แม่รู้ได้อย่างไรว่าพ่อจะไม่กลับมาอีก แม่บอกว่า เอาน่ะ ดูไปก็แล้วกัน เลดี้ได แกรอดูเองแล้วกันว่าฉันพูดถูกรึเปล่า
แต่แม่รู้ได้ยังไงล่ะจ๊ะ ..ฉันเซ้าซี้ถามอีก
  แกก็ไปคิดหาคำตอบเองสิ ว่าฉันรู้ได้ยังไง..แม่ว่า
   นี่คือการสอบ แม่ชอบใช้ฉันทำข้อสอบ และคราวนี้คำถามคือ ทำไมพ่อฉันจึงจะไม่กลับมาอีก?
ฉันเริ่มจับตาดูพ่อ คอยเฝ้าสังเกตเวลาพ่อทำสิ่งต่าง ๆ ในบ้านและในสวนเล็ก ๆ ของเรา ฉันเดินตามพ่อต้อย ๆ ราวกับเป็นคนแปลกหน้าที่จะแอบขโมยข้าวของเมื่อฉันเผลอ
  และแล้วคืนหนึ่ง ฉันก็รู้ว่าถูกของแม่ มันเป็นคืนที่ร้อนมาก แม้แต่แสงจันทร์ก็ยังทำให้ผืนดินเล็ก ๆ บนโลกของเราร้อนได้ ฉันจึงเดินออกไปนั่งข้างนอกกับพ่อที่กำลังสูบบุหรี่อยู่
   ให้ตายสิ ที่นี่น่าจะเป็นที่ๆ ร้อนที่สุดในโลก..พ่อพูด พลางพ่นควันบุหรี่ออกจากปากและจมูกพร้อมๆ กัน
   ตอนที่พ่อยกมือโอบฉัน ผิวของพ่อร้อนยิ่งกว่าฉันเสียอีก ร้อนจนแทบจะทำให้เราสองคนไหม้ได้เลย
  ..แล้วพ่อก็เผยคำตอบออกมา
   แกกับแม่ของแกดีเกินไปสำหรับพ่อ พ่อไม่คู่ควรกับแกสองคน
   ฉันได้ A ในการสอบครั้งนี้
  ไอ้สารเลว ไอ้สารเลว แม่เรียกพ่อด้วยคำนี้อยู่เป็นปี และแม่ก็ไม่เคยเอ่ยชื่อพ่ออีกเลย สำหรับแม่ พ่อคือไอ้สารเลวตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
เช่นเดียวกับหลายคนในภูเขาของเรา แม่เชื่อเรื่องการสาปแช่งขอให้ลมเป่าเปลวเทียนในหัวใจมันให้ดับมืด ขอให้ปลวกยักษ์โตในท้องของมัน ขอมดเข้าหูมัน...แม่แช่งพ่อ ขอให้ไอ้จู๋มันขึ้นหนอน
  จากนั้นพ่อก็หยุดส่งเงินรายเดือนจากอเมริกามาให้เรา มันทำให้ฉันคิดว่า พวกเราคงดีเกินไปสำหรับเงินของพ่อกระมัง
แน่นอน เส้นทางของข่าวลือจากอเมริกาสู่เม็กซิโกคือเส้นทางของข่าวลือที่ดุเด็ดเผ็ดมันที่สุดในโลก ถึงเราจะไม่รู้เรื่องจริงๆ แต่เราจะต้องเคยได้ยินเรื่องที่ร่ำลือกันมา และเรื่องที่เล่าต่อ ๆ กันมา ก็มักจะดุเด็ดเผ็ดร้อนมากกว่าความจริงนับล้าน ๆ เท่า
  ยังไง ฉันก็จะเชื่อเรื่องที่บอกต่อกันมาเป็นทอดๆ มากกว่าความจริงอยู่ดีนั่นแหละ..แม่ว่า
   เรื่องที่แพร่ออกจากร้านอาหารเม็กซิโกในนิวยอร์ก สู่โรงฆ่าสัตว์ในเนบราสกา สู่แมคโดนัลด์ในโอไฮโอ สู่ไร่ส้มในฟลอริดา สู่โรงแรมในซานดิเอโก ก่อนที่จะข้ามแม่น้ำและถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้งในบาร์ที่ติฮัวนา สู่ไร่กัญชานอกโมเรเลีย สู่เรือท้องกระจกในอคาปุลโก สู่โรงอาหารในชิลปันซิงโก เรื่อยมาตามถนนลูกรัง สู่ร่มเงาของต้นส้มในบ้านของเราก็คือ...พ่อฉันมีครอบครัวใหม่ ‘ที่โน่น’
  สิ่งที่เกิดขึ้น ‘ที่นี่’ คือเรื่องของเรา แต่ก็เป็นเรื่องของทุกคนด้วย
ที่นี่ เราอยู่กันสองคนแม่ลูกในกระท่อม รายรอบด้วยข้าวของที่แม่แอบหยิบมาจากที่นั่นที่นี่มาเป็นเวลาหลายปี เรามีปากกาดินสอเป็นโหล ๆ มีขวดเกลือและแว่นตานับไม่ถ้วน และยังมีถุงขยะขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยน้ำตาลซองที่แม่แอบหยิบมาจากร้านอาหารด้วย แม่ไม่เคยออกจากห้องน้ำโดยไม่ได้แอบหยิบกระดาษทิชชูทั้งม้วนติดกระเป๋ามา แกบอกว่านั่นไม่ได้เรียกว่าขโมย แต่พ่อบอกว่าใช่ ตอนที่พ่อยังอยู่กับเรา สองคนเคยทะเลาะกัน และพ่อบอกว่าพ่ออยู่บ้านเดียวกับขโมยดี ๆ นี่เอง แต่แม่เชื่อว่าสิ่งที่แม่ทำคือการยืม แต่ฉันไม่เคยเห็นแม่เอาอะไรกลับไปคืนเลย เพื่อนของแม่ต่างรู้ว่าต้องคอยเก็บซ่อนทุกอย่างไม่ให้แม่เห็นเวลามาบ้าน ไม่ว่าเราจะไปไหนก็ตาม เมื่อกลับถึงบ้าน จะมีของกระจุกกระจิกออกมาจากกระเป๋าโน้นกระเป๋านี้ของแม่ บางทีก็อยู่ในร่องอก จากผมเผ้าก็ยังมี แม่มีเคล็ดลับในการซ่อนของในนั้น ฉันเคยเห็นแม่หยิบช้อนกาแฟบ้าง หลอดด้ายบ้าง ออกจากผมหยิกหยอยดกหนาของแก ครั้งหนึ่ง แม่หยิบช็อกโกแลตสนิกเกอร์หลายอันที่แอบหยิบมาจากบ้านเอสเตฟานี แม่ซ่อนมันไว้ในผมที่รวบอยู่ด้านหลัง ขนาดของ ๆ ลูกสาวตัวเองแกยังขโมย จนเดี๋ยวนี้ฉันเลิกคิดว่าแล้วว่ามีอะไรที่เป็นของฉันเองบ้าง
  ตอนที่พ่อทิ้งเราไป แม่ซึ่งไม่เคยยั้งคำพูดตะโกนด่าพ่อว่า ไอ้สารเลว! เราสูญเสียผู้ชายของเราไปและได้เอดส์กลับมาจากพวกมันแทน..เอดส์จากเมียโสเภณีอเมริกันของพวกมัน ลูกสาวของเราถูกลักพาตัว ลูกชายพากันทิ้งบ้าน แต่ฉันก็ยังรักประเทศนี้มากกว่าลมหายใจของตัวเองอยู่ดี
  แล้วแม่ก็พูดคำว่าเม็กซิโกช้า ๆ แล้วก็พูดอีกครั้ง และอีกครั้ง เหมือนกับแกกำลังละเลียดเลียคำว่าเม็กซิโกที่อยู่บนจานให้เกลี้ยง
ตั้งแต่เด็กๆ แม่จะสอนให้ฉันอธิษฐานขอสิ่งของที่อยากได้ เราสองคนแม่ลูกจะอธิษฐานกันอยู่เสมอ ฉันเคยอธิษฐานขอก้อนเมฆและชุดนอน บางทีก็ขอหลอดไฟและผึ้ง
  อย่าอธิษฐานขอความรักหรือสุขภาพแข็งแรงเป็นอันขาดเชียว..แม่ว่า เงินด้วย ถ้าพระเจ้ารู้ว่าเราอยากได้อะไรจริง ๆ พระองค์จะไม่มีวันประทานให้เราเด็ดขาด รับรองได้
  ตอนที่พ่อทิ้งเราไป แม่บอกว่า คุกเข่าลงสิ แล้วอธิษฐานขอช้อน