Click to Sanskrit Homepage
   สินค้าในตะกร้า (จำนวน 0 เล่ม) check out
search
my lines

 

my bookmark

ข้อมูลหนังสือ

สุสานกุหลาบ

Red April

ผู้แต่ง : ซานติอาโก รงคากลิโอโล
ผู้แปล : 'ณวรา'
ราคา 365  บาท 


add to cart


.รางวัล The Alfaguara Prize                                
เรื่องราวสะเทือนขวัญชวนสยดสยองในเปรู อัยการหนุ่มผู้เคร่งครัด สองสิ่งในชีวิตที่เขาโปรดปรานคือการเขียนรายงานกับคุยกับแม่ที่ตายจากไปนานแล้ว แต่ทุกอย่างต้องเปลี่ยนไป เมื่อเขาได้รับคำสั่งให้สืบคดีฆาตกรรมวิปริต ที่ศพถูกเผาเกรียมจนจำหน้าไม่ได้ หน้าผากมีรูปไม้กางเขนกดฝังลึกเป็นรอย แต่ทุกคนที่เขาพูดคุยด้วยกลับต้องพบจุดจบโดยไม่คาดฝันและเขาเริ่มตระหนักว่ายิ่งสอบสวนภัยก็ยิ่งเข้าใกล้ตัว ทั้งเทศกาลสัปดาห์ศักดิ์สิทธิ์ของเปรูใกล้เข้ามา เหตุการณ์ก็ยิ่งบิดเบือนเข้มข้น จนนำไปสู่อวสานสุดหักมุม 
 

เรื่องย่อ


 
เสาไฟตกแต่งด้วยพวงมาลา
ที่คงเหลือมาจากเทศกาลคาร์นิวัล
จนมายืนใต้เสาไฟเขาถึงได้เห็นว่า
ไอ้ที่แขวนห้อยมาจากเสานั้นคือสุนัข
บางตัวถูกตัดหัว บางตัวถูกกรีดลำตัว
มีป้ายเขียนว่า “คนทรยศสมควรตาย”
อัยการเย็นวาบไปตามไขสันหลัง
 
ชาคัลตานา อัยการหนุ่มชาวเปรูผู้เคร่งครัด
สองสิ่งในชีวิตที่เขาโปรดปรานคือ
การเขียนสำนวนคดีเพื่อส่งฟ้อง
กับการพูดคุยกับแม่ที่ตายจากเขาไปนานแล้ว
 
ทุกอย่างเปลี่ยนไป เมื่อเขาได้รับคำสั่งให้ทำคดีฆาตกรรมวิปริต
ศพทุกศพถูกเผาไหม้เกรียมจนจำไม่ได้ว่าใครเป็นใคร
โดยที่หน้าผากมีรูปไม้กางเขนกดฝังลึกเป็นรอย
และทุกคนที่เขาพูดคุยด้วย ต้องพบจุดจบโดยไม่คาดฝัน
ยิ่งสัปดาห์เทศกาลศักดิ์สิทธิ์ของเปรูใกล้เข้ามาเท่าไร
เหตุการณ์ก็ยิ่งบิดเบือนเข้มข้น
นำไปสู่บทสรุปชวนสยองที่คาดไม่ถึง

ทดลองอ่าน


 
  วันพุธที่ 8 เดือนมีนาคม ค.ศ. 2000 ฮูสตีโน มาอิตา คาราโซ (วัย 31) พบร่างผู้เสียชีวิตขณะเดินผ่านละแวกบ้านตัวเองในบริเวณเขตคีนอัว  
  ตามคำให้การกับหน่วยงานที่ตั้งขึ้นตามกฎหมาย ผู้ให้ปากคำได้ไปเที่ยวงานฉลองเทศกาลคาร์นิวัลในเขตดังกล่าวเป็นเวลาสามวัน และได้ร่วมงานเต้นรำของหมู่บ้านตนเอง ด้วยเหตุข้างต้น ผู้ให้ปากคำยืนยันว่าจำไม่ได้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนในคืนก่อนหน้านั้น เพราะในช่วงเวลาดังกล่าว เขาบอกว่าได้ดื่มสุราเข้าไปมาก อย่างไรก็ดี ผู้ที่อาศัยอยู่ในท้องที่ดังกล่าวจำนวน 1,576 คน ต่างให้การว่าตนเองอยู่ในสภาพเมาสุราตลอดเจ็ดสิบสองชั่วโมงที่ผ่านมา และไม่สามารถยืนยันคำให้การของพยานได้ 
   ในช่วงรุ่งสางของวันที่ 8 มีนาคม ฮูสตีโน มาอิตา คาราโซ ระบุว่าเขาอยู่ที่จัตุรัสใหญ่ของเขตดังกล่าวกับมานูเอลชา พาชาส อิสปีฮุย (วัย28) และ เดโอลินโด ปาอูการ์ คีสเป (วัย32) แต่ทั้งสองก็ไม่สามารถยืนยันเรื่องนี้ได้ ผู้ให้ปากคำ นึกขึ้นได้ว่าตัวเองต้องเข้าเวรร้านขายของชำ เพราะเขาเป็นพนักงานขายด้วย เขาจึงเดินไปที่ร้านแต่เดินไปได้ครึ่งทางก็รู้สึกเหนื่อย จึงตัดสินใจกลับที่พัก
   ก่อนจะเดินถึงที่พัก เขารู้สึกเหนื่อยมากขึ้น และแวะเข้าไปในบ้านของเพื่อนบ้าน เนเมซิโอ ลีมันตา อัวมาน (วัย 41) เพื่อขอพักเหนื่อย แล้วเดินต่อไปอีกห้าสิบเมตรซึ่งเป็นระยะทางที่เหลือก่อนถึงประตูที่อยู่ของตนเอง เมื่อเข้าไปในบริเวณที่พัก เขาไม่เห็นบุคคลหรือสิ่งน่าสงสัยใดๆ ทั้งสิ้น เขาเดินข้ามลานบ้านตรงไปยังโรงนาแล้วล้มตัวลงนอน เขาระบุว่าใช้เวลาหกชั่วโมงอยู่ในนั้นตามลำพัง เนเมซิโอ ลีมานตา อัวมาน ให้ปากคำตรงกันข้ามกับฮูสตีโน มาอิตา คาราโซ และยืนยันว่าเมื่อเวลา 12.00 น. เขาเจอหญิงสาว - เตโอฟีลา เซนตีโน เด ปาอูการ์ (วัย 23) ที่กำลังออกมาจากโรงนาโดยบังเอิญ หญิงสาวคนนี้เป็นภรรยาของเดโอลินโด ปาอูการ์ คีสเป และมีพยานหลายคนให้การว่า เป็นหญิงที่มีช่วงสะโพกค่อนข้างใหญ่และมีความต้องการทางเพศสูง แต่สามีของนางปฏิเสธเรื่องนี้ และ ฮูสตีโน มาอิตา คาราโซ ผู้ให้ปากคำ ก็ยังปฏิเสธเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน 
   หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น เวลา 13.00 น. ขณะที่กำลังบิดตัวตื่นขึ้นมา ฮูสตีโน มาอิตา คาราโซ กล่าวว่าเขาแตะถูกอะไรบางอย่างแข็งๆ ที่มีฟางปกปิด ทีแรกเขาคิดว่าเป็นกล่องเก็บของมีค่าของเจ้าของโรงนา เขาจึงตัดสินใจเคลื่อนย้ายร่างที่ไร้ชีวิต สำนักงานอัยการเขตกล่าวโทษเขาทันทีว่ามีเจตนาร้าย ซึ่งเขาแสดงทีท่าเสียใจอย่างจริงใจ พร้อมประกาศว่าเขาจะไปสารภาพบาปกับคุณพ่อฮูเลียน กอนซาเลซ คาสคีญาน (วัย 65) บาทหลวงที่ดูแลท้องที่ดังกล่าว
    เวลา 13.10 น. ฮูสตีโน มาอิตา คาราโซ คิดว่า สิ่งของนั้นใหญ่เกินกว่าจะเป็นกล่องและมีลักษณะคล้ายลำต้นไม้ที่ถูกไฟไหม้ สีดำๆ เหนียวๆ เขาหยิบฟางที่คลุมออก และพบพื้นผิวขรุขระ มีรูหลายแห่ง คำให้การระบุว่า เขาพบว่าหนึ่งในหลายๆ รูนั้นคือปากที่เต็มไปด้วยฟันสีดำและตามร่างกายยังมีเศษเสื้อเชิ้ตติดอยู่ มันถูกเผาจนละลายติดผิวเนื้อและผิดรูปผิดร่างเพราะถูกไฟเผา
    เวลาประมาณ 13.15 น.เสียงร้องของฮูสตีโน มาอิตา คาราโซ ปลุกคนอีก 1,575 คน ให้ตื่นขึ้นเพื่อเป็นพยานหลักฐานในการนี้ ข้าพเจ้าได้ลงนามในเอกสารฉบับนี้ ในวันที่ 9 เดือนมีนาคม ค.ศ.2000 ในจังหวัดอัวมังกา
   เฟลิกซ์ ชาคัลตานา ซัลดิวาร์ - อัยการเขต