Click to Sanskrit Homepage
   สินค้าในตะกร้า (จำนวน 0 เล่ม) check out
search
my lines

 

my bookmark

ข้อมูลหนังสือ

ฉ่ำ ชื่น ช้ำ ชอก ... อาร์ซี่

ผู้แต่ง : ชยัม เซวาดูไร
ผู้แปล : ภูธนิน
ราคา 315  บาท 


add to cart


ฉ่ำชื่นช้ำชอกอาร์ชี่

 

หนูน้อยอาร์ชี่ลูกหลานคหบดีชาวศรีลังกามีชีวิตวัยเด็กที่แสนสุข จนเมื่อเผชิญความแปลกแยกของตัวเองที่ไม่

เหมือนใครทำให้ความสัมพันธ์กับครอบครัวต้องร้าวฉาน ท่ามกลางสงครามกลางเมืองของชาวสิงหลและทมิฬ

 

เรื่องย่อ


คนจะเล่นเป็นเจ้าสาวต้องเป็นเด็กผู้หญิงไม่ใช่ผู้ชาย” หญิงอวบมองหน้าผม...  เรื่องราวของหนูน้อยอาร์ชี่ที่เติบโตในครอบครัวใหญ่ของคหบดีชาวศรีลังกา ชีวิตวัยเด็กสนุกสดใส กระทั่งต้องเผชิญความแปลกแยกของตัวเองที่ทำให้ความสัมพันธ์กับครอบครัวต้องเปลี่ยนไป เขาต้องอยู่ในโลกที่ไม่มีใครเข้าใจได้เลย

ทดลองอ่าน


นอกจากคริสต์มาสและงานเทศกาลรื่นเริงอื่นๆ “วันอิสระ”

คือวันที่พวกเรา ซึ่งหมายถึงบรรดาลูกพี่ลูกน้อง อาผู้หญิง อาผู้ชาย

ต่างตั้งตาคอยกันมากที่สุด

สำหรับพวกผู้ใหญ่แล้ว “วันอิสระ” คือวันอาทิตย์หนึ่งวันใน

แต่ละเดือนที่พวกเขาจะไม่ต้องวุ่นวายกับพวกลูกหลาน ความใจจดใจจ่อ

รอคอยให้ถึงวันนี้ของพวกผู้ใหญ่เห็นได้ชัดจากการที่ อัมมา (แม่)

ปลุกพี่ชาย น้องสาว และตัวผมเช้ากว่าปกติ ต่างจากวันธรรมดาที่ต้อง

ไปโรงเรียน ที่อัมมาจะยอมให้พวกเราบิดขี้เกียจได้นิดหน่อย พวกเรา

ล้วนรีบเร่งกับการเตรียมตัวในตอนเช้า หลังอาหารเช้า เราก็จะถูกพา

ขึ้นรถไปบ้านคุณปู่คุณย่า

อย่างแรกที่สะดุดตาเมื่อก้าวเข้าไปในบ้านคุณปู่คุณย่า หลังจาก

ที่ต้องพิถีพิถันกับการเช็ดเท้าตรงพรมหน้าประตูแล้วคือ ทางเดินที่มืด

และทอดยาวไปจนสุดตัวบ้าน ฟากหนึ่งของทางเดินขนาบด้วยห้องนอน

หลายห้อง ส่วนอีกฟากเป็นห้องรับแขกกับห้องทานข้าว ทางเดินที่ว่านี้

ผนวกกับรูปถ่ายเก่าๆ ที่ติดอยู่บนผนังทั้งสองข้างกับเพดานที่สูงสุดเอื้อม

สะท้อนเสียงฝีเท้าตอนก้าวเดิน ทำให้ผมมักรู้สึกหวาดๆ ห้องรับแขก

เป็นที่ที่พวกเราต้องถูกพาไปทำความเคารพสวัสดีคุณปู่คุณย่านั้นมืด

และมีกลิ่นอับ เหมือนเสื้อผ้าที่ถูกเก็บทิ้งในหีบผ้ามานาน อัมมาชิ (ย่า)

กับ อัปปาชิ (ปู่) นั่งรอรับอยู่ที่เก้าอี้เอนหลังตัวใหญ่ ส่วนใหญ่คุณปู่ก็แค่

เงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์พลางพึมพำรับไหว้ว่า “เออ สวัสดีลูก

สวัสดี” แล้วก็กลับไปซ่อนหน้าหลังหนังสือพิมพ์ต่อไป แต่อัมมาชินั้น

มักจะกระดิกนิ้วเรียกพวกเราเข้าไปหา เราก้าวขาสั่นๆ ไปหาอัมมาชิ

ก็ความทรงจำเรื่องไม้เรียวอันใหญ่ที่ซ่อนอยู่หลังตู้เสื้อผ้าที่เรียกว่า

อัลมารีอาห์นั้นยังฝังประทับแน่นอยู่ในใจของพวกเรา อัมมาชิจะประคอง

หน้าเราด้วยมืออันอวบอูมของท่านและบรรจงประทับรอยจูบเปียกๆ

ลงบนแก้มทั้งสองข้างของเราทีละคนแบบเรียงตัว พร้อมทั้งพร่ำรำพันว่า

“พระเจ้าช่างบันดาลให้ฉันมีหลานถึงสิบห้าคนไว้ดูแลยามแก่เฒ่า”

เนื้อตัวอัมมาชิมีกลิ่นหืนเหมือนน้ำมันมะพร้าว หนำซ้ำมุกกุธี (ต่างหู)

ชนิดที่ใช้ติดประดับจมูกที่อัมมาชิใส่อยู่ก็มักจะกดฝังลงไปบนแก้มของผม

 

จนเจ็บจี๊ดเหมือนโดนเข็มแทง