Click to Sanskrit Homepage
   สินค้าในตะกร้า (จำนวน 0 เล่ม) check out
search
my lines

 

my bookmark

ข้อมูลหนังสือ

ปมอาฆาต

Some Kind of Peace

ผู้แต่ง : คามิลล่า เกรเบ้ และ อาซา ทราฟ
ผู้แปล : คำเมือง
ราคา 350  บาท 


add to cart


ซีรี่ เบอร์กแมน จิตแพทย์สาวแห่งเมืองสต็อกโฮล์ม ผู้บำบัดคนไข้ที่มีปัญหาด้านจิต คนไข้ของเธอมีทั้งเด็กสาวผู้สับสน สาวใหญ่นักบริหาร หนุ่มนักการตลาดที่ประสบความสำเร็จ เธอบำบัดคนไข้เหล่านั้นอย่างมืออาชีพ ในขณะที่ตัวเองมีชีวิตส่วนตัวที่อึมครึมกับปมมืดที่ฝังใจมาแสนนาน  กระทั่งคนไข้ของเธอถูกฆาตกรรมไปทีละรายสองราย ....

 

เรื่องย่อ


   ซีรี่ เบอร์กแมน จิตแพทย์สาววัย 34 บำบัดผู้ป่วยในคลินิกย่าน
กลางเมืองสต็อกโฮล์ม คนไข้ของเธอมีทั้งเด็กสาวผู้สับสน สาวใหญ่นักบริหาร  หนุ่มนักการตลาดผู้ประสบความสำเร็จ
    ซีรี่อาศัยอยู่ในบ้านนอกเมืองริมทะเลสาบเพียงลำพัง บ้านที่โดดเดี่ยว สงบเงียบ ปราศจากเพื่อนบ้าน ชีวิตที่มีความหลังดำมืดและปมปริศนาค้างคาในใจ ทำให้เธอกลัวความมืด
    ทุกค่ำคืนยามอาทิตย์ลาลับ เธอต้องเปิดไฟในบ้านทุกดวง ...ใครจะรู้ว่า จิตแพทย์สาวมืออาชีพ ไม่อาจผ่านพ้นค่ำคืนไปได้ หากปราศจากไวน์ย้อมใจและไฟสว่างโร่ทั่วทั้งบ้าน
     ...เธอรู้สึกได้ถึงการถูกเฝ้ามองจากใครบางคน มันทำให้เธอหวาดหวั่นพรั่นพรึงตลอดมา จนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง ร่างไร้วิญญาณของเด็กสาวที่เป็นคนไข้ของเธอลอยมาติดที่ท่าน้ำ
    ซีรี่พบว่าการตายของคนไข้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเธอ
    ใครบางคนเฝ้าสะกดรอยตามเธอ
    ใครบางคนรู้เรื่องราวทุกย่างก้าวของเธอ
    ใครบางคนรู้เรื่องบาดแผลในใจเธอ
    ใครบางคนที่ใช้คนไข้เป็นเหยื่อล่อ
    เธอต้องหาคำตอบให้ได้ว่า ใครคือคนๆ นั้น...
    ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

ทดลองอ่าน


ทุกอย่างดูช่างสงบเหลือเกิน


  บรรยากาศยามเช้าสงัด น้ำค้างเกาะพราว แสงอรุณค่อยคืบคลานเข้าครอบครองด้านหน้าอาคารที่ประดับรูปปูนปั้นทำเทียมศิลปะดั้งเดิมช้าๆ แผ่รังสีความร้อนอาบรูปปูนปั้น ก่อให้เกิดประกายระยิบระยับที่ไม่อาจเห็นได้ในรัตติกาลราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นราวกับอาทิตย์อุทัยจะบอกกล่าวการมาถึงของวันใหม่ที่ไม่ต่างจากวันที่แล้วมาในฤดูร้อน วันที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา  ผู้คนขี่จักรยานเหงื่อซึม หัวร่อต่อกระซิกกันหน้าแผงขายไอศกรีมริมอ่าว เนื้อตัวถูกแดดแผดเผาระอุ ร่วมรักกันอย่างงุ่มง่ามในยามท้องฟ้าสีอ่อนเพราะอาทิตย์ไม่เคยอัสดงเปลี่ยนเป็นทิวาวารโดยไม่รู้ตัว กลิ่นไวน์ขาวและน้ำมะนาวอบอวลอยู่ที่ชายป่าด้านเหนือของร้านพิซซ่าที่มีใบสนคลุมพื้นหนาราวกับพรม น้ำเย็นในทะเลสาบสาดใส่เด็กๆ ที่ผอมแห้งจนซี่โครงแทบจะดันทะลุผิวบางราวกระดาษและขาวราวน้ำนม
  เด็กหนุ่มร่างผอมเก้งก้างกลุ่มหนึ่งว่ายน้ำแข่งกันไปที่เกาะและว่ายกลับมา แลเห็นเงาร่างคล้ายมนุษย์กบสีซีด เหมือนเรือใบสะเทินน้ำสะเทินบก ตัดกับผิวน้ำสีน้ำตาลอมฟ้าทึบทึม เด็กกลุ่มนั้นส่งเสียงโห่ร้องลั่นตอนกระโดดจากโขดหินลงไปในน้ำ กลิ่นเนื้อย่างฟุ้งตลบในอากาศ เสียงเครื่องยนต์ติดท้ายเรือแว่วมาไกลๆ ยุง ต่อ แตน แมลงต่างๆ เกาะทั่วเนื้อตัวที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ ทั้งหัวหูคันยุบยิบเป็นสวีดิชอย่างที่จะพึงเป็นฤดูร้อนที่ไม่มีวันสิ้นสุดราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

   แม้แต่ตัวตึกเองก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรผิดแผก มันมั่นคงปราศจากชีวิต ห้อมล้อมด้วยสวนเขียวชอุ่มที่น้ำค้างจับพราวบนต้นไม้ใบหญ้า ตัวอาคารสามชั้นใหญ่มหึมาเสียดยอดขึ้นหาท้องฟ้าสีครามสดใส ปูนที่ฉาบปราศจากรอยหลุดร่อน สีเขียวอมเทาบนขอบประตูหน้าต่างยังใหม่สดเป็นมันวาว กระจกหน้าต่างฉาบตะกั่วย้อมสีเป็นลวดลายเถาดอกไม้ไร้ทั้งรอยแตกและฝุ่นผง หลังคาแผ่นทองแดงสีเขียวมรกตแบบที่ไม่มีใครใช้กันแล้ว
  ทั้งสงบและงดงามแต่มีสิ่งหนึ่งที่ผิดเพี้ยน
บนลานจอดรถโรยกรวด มีรถจี๊ปสีดำสะอาดมันวับจนเห็นเงาสะท้อนของเถาคลีมาทิส (ไม้เลื้อยชนิดหนึ่ง) ที่เลื้อยพันขึ้นไปบนลำต้นแอปเปิ้ลที่เป็นปุ่มปมชูช่อดอกใหญ่สีขาวสะอาดตา ใครคนหนึ่งนอนอยู่ใต้ลำต้นเตี้ยๆ กิ่งก้านบิดเบี้ยว
  สาวน้อย เด็กหญิงเธอนอนขดตัวบนพื้นหญ้าเหมือนนก ผมสีแดงชุ่มน้ำค้าง แขนแบบบางทั้งสองข้างกางออกข้างลำตัว หงายฝ่ามือขึ้นในท่าแสดงการยอมจำนน เลือดที่ซึมออกจากร่างจับตัวเป็นแผ่นสีน้ำตาลแดงบนกางเกงยีนส์และพื้นหญ้า ดวงตาลืมค้างแลดูราวกับกำลังตรวจตรายอดแอปเปิ้ลบนกิ่งเหนือขึ้นไป มีผลแอปเปิ้ลเล็กๆ สีเขียวห้อยระย้า ในอีกสองสามเดือนข้างหน้าต้นไม้นี้จะติดผลเต็ม เหนือขึ้นไปนกนางแอ่นและนางนวลโผบินไม่รับรู้เรื่องราวใดๆ มันจะใส่ใจอะไรกับร่างที่ปราศจากชีวิตของลูกมนุษย์
  ใต้ร่างนั้น ตัวด้วงตัวเล็กสีดำคลานแทรกเข้าไประหว่างขอบกางเกงและหนังเย็นชืดขาวซีดเพื่อหาสิ่งที่กินได้ แมลงวันไปปักหลักอยู่ในกลุ่มผมนุ่มสลวยสีแดง และสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นกำลังคืบคลานช้าๆ เข้าไปในช่องคดเคี้ยวของใบหู
  ไม่ช้า คนที่อยู่ในบ้านก็จะตื่นขึ้นและมองหาเด็กคนนี้ เมื่อไม่พบพวกเขาก็จะออกมาตามหาเธอในสวน ที่นั่นพวกเขาจะเห็นเธอนอนอยู่บนพื้นหญ้าใต้ต้นไม้ ดวงตาเบิ่งค้างมองขึ้นสู่ท้องฟ้า
  พวกเขาจะเขย่าร่างเด็กหญิงราวจะปลุกให้ตื่น เมื่อวิธีนั้นไม่ได้ผลก็จะตบแก้มเธอ ทำให้คราบเลือดที่มือเขาเปรอะเปื้อนใบหน้าเธอ
พวกเขาจะอุ้มเด็กหญิงขึ้นมาไว้ในวงแขนและโยกไกว คนหนึ่งจะก้มลงกระซิบบางอย่างที่ข้างหู ส่วนอีกคนจะซุกหน้าลงในมุ่นมวยผมสีแดง

   ต่อมา ผู้ชายที่ไม่เคยรู้จักเธอ ไม่รู้แม้กระทั่งว่าเธอชื่ออะไร จะมารับตัวเด็กหญิงไป พวกนั้นจะใช้มือที่หยาบกร้านยกร่างเธอขึ้นวางบนเปลเย็นเยียบอย่างง่ายดาย
  ใช้พลาสติกคลุมร่างเธอและขับรถพาเธอไปยังสถานที่ห่างไกลจากบ้าน พวกเขาจะเอาร่างเธอวางลงบนเตียงเหล็ก ด้านข้างจะมีเครื่องมือผ่าตัดที่จะกรีดเฉือนเปิดร่างเธอด้วยความหวังว่าจะสามารถไขปริศนา อธิบายสิ่งที่อธิบายไม่ได้ นำความชัดเจนมาสู่บางสิ่งที่ไม่มีใครเข้าใจยุติเรื่องทั้งมวลและนำพาความสงบในใจมาสู่ความสงบบางประการ