Click to Sanskrit Homepage
   สินค้าในตะกร้า (จำนวน 0 เล่ม) check out
search
my lines

 

my bookmark

ข้อมูลหนังสือ

ตามหาซาห์รา

The Flying Carpet of Small Miracles

ผู้แต่ง : ฮาลา จาเบอร์
ผู้แปล : วิภาดา กิตติโกวิท
ราคา 350  บาท 


add to cart



 

เรื่องย่อ


                9ชีวิตในรถแท็กซี่ที่ผู้เป็นพ่อเหยียบคันเร่งหนีสงครามสุดชีวิต  แต่หนีไม่พ้น 7ชีวิตแหลกลาญทันที เหลือเพียงสองหนูน้อยที่รอดมาได้ เพราะคนเป็นแม่เหวี่ยงลูกน้อยออกนอกหน้าต่างรถ เรื่องจริงที่เป็นจุดเริ่มต้นของความผูกพันลึกล้ำระหว่างผู้สื่อข่าวหัวเห็ดกับหนูน้อยเหยื่อสงครามอิรัก

ทดลองอ่าน


 4 เมษายน 2003  แบกแดด

                ถ้าหน้าต่างบ้านไม่ระเบิด อาลีกับราสมีเยห์ คาเธ็ม ก็ไม่คิดจะหนีออกจากบ้าน ทั้งคู่กับลูกเจ็ดคนนั่งอกสั่นขวัญแขวนมาเป็นชั่วโมง ขณะที่พายุเพลิงรุกใกล้เข้ามาเรื่อยๆ   แสงวูบวาบจัดจ้าร้อนแรงข้างนอกยิ่งสว่างเท่าไร เหงื่อที่ไหลลงตามแผ่นหลังของทั้งคู่ยิ่งเย็นเฉียบเท่านั้น        ขณะใช้มือป้องตา

ของลูกๆ ตัวเล็กๆ เสียงบึ้มๆ ที่ดังสนั่นอยู่รอบบ้านคอนกรีตชั้นเดียวดังมากเท่าไร     เสียงกระซิบที่ทั้งสองปลอบประโลมลูกสาวที่หวาดกลัวก็ยิ่งเบาลงเท่านั้นคนที่กลัวมากที่สุดคงจะเป็นซาห์ราวัยสามขวบ เด็กวัยนี้โตพอที่จะรู้ว่ามีเหตุร้ายเกิดขึ้น ทว่ายังเด็กเกินกว่าจะควบคุมความหวาดกลัว  แต่อย่างน้อยที่สุด เฮาราซึ่งยังแบเบาะ ก็หลับลงได้อีกครั้งในอ้อมอกแม่ เมื่อทารกน้อยสะดุ้งตื่นจากพื้นดินที่สั่นสะเทือน

               อาลีพยายามทำสีหน้าว่าไม่กลัว จะได้ไม่สร้างความตระหนกให้ลูกชาย แต่ในใจนั้นร้อนรนจากภาพนรกที่เห็นอยู่ตรงหน้า  ครั้นจะหลบอยู่ในบ้าน ก็อาจถูกระเบิดเป็นผุยผงจากระเบิดที่เจตนาทิ้งลงบนค่ายทหารที่อยู่ใกล้เคียง แต่กลับพลาด ครั้นจะหนีไปโดยรถแท็กซี่ที่เขาใช้ขับเลี้ยงชีพ ก็อาจถูกเขมือบโดยไฟนรกในถนนโล่งนั่น  จนกระทั่งกระจกหน้าต่างแตกร่วงลงบนฟูก ลูกโตๆ ต้องวิ่งมาเบียดกันอยู่ในห้องนั่งเล่น  เสียงกรีดร้องของลูกๆ ทำให้เขาตัดสินใจ

               เขาตะโกนสั่งพลางรวบเอกสารสำคัญใส่แฟ้ม ราสมีเยห์ห่อเสื้อผ้าไว้ในผ้าผืนใหญ่ หยิบเครื่องประดับทองสองสามชิ้นหย่อนลงในกระเป๋าถือแล้วพ่อแม่ลูกก็ขนข้าวของที่หาค่ามิได้นี้ ไปขึ้นรถของอาลีที่จอดอยู่บนถนนข้างนอกด้วยความเร็วมากที่สุดเท่าที่จะทำได้  มุนตาเธอร์ ลูกชายคนโตวัยสิบแปดปี ดูแลน้องชายสามคนกับน้องสาวหนึ่งคนที่เบาะหลัง ราสมีเยห์อุ้มลูกสาวคนเล็กสองคนขึ้นนั่งเบาะหน้า แล้วเริ่มสวด

               เมื่อขึ้นนั่งหลังพวงมาลัยและติดเครื่องยนต์แล้ว อาลีเริ่มสวดบทแรกของคัมภีร์อัลกุรอาน1  เขาเข้าใจว่าการที่ความวุ่นวายมาถึงละแวกนี้ ก็เพราะมันเป็นย่านที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับทหารและครอบครัวดังนั้น สิ่งที่เขาต้องทำเพื่อพาลูกๆ ไปหาความปลอดภัยก็คือ ขับรถข้ามเมืองไปยังบ้านแม่ของเขา เขาเคยทำเช่นนี้มานับร้อยๆ ครั้งแล้ว  ทว่า การรวบรวมสติให้มั่นเพื่อขับรถบนถนนนั้นก็ทำได้ยากมาก เพราะบนท้องฟ้ามีอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด เขายื่นคอออกไปนอกหน้าต่างเพื่อดูว่าเสียงดังสนั่นหวั่นไหวมากมายนั้นเกิดจากอะไร  เห็นเฮลิคอปเตอร์บินเต็มท้องฟ้าที่เริ่มสาง เหมือนนกสีดำตัวมหึมาบินหาเหยื่อ จะเป็นอย่างไรถ้าพวกมันยิงขีปนาวุธลงบนทางหลวง?  อาลีเหยียบคันเร่งจนมิด

              ข้างหน้ามีรถบรรทุกสองคันแล่นตามกันไปความสูงใหญ่ของมันทำให้อาลีคิดว่า มันจะปกป้องรถของเขาจากแรงระเบิดได้ เขาขับแซงรถบรรทุกคันหลัง แล้วหักเข้าไปวิ่งอยู่ตรงกลางระหว่างรถบรรทุกคันแรกกับคันหลัง

              ถ้าเขาจะทันได้คิดสักนิดว่า รถบรรทุกเหล่านี้อาจเป็นเป้าของเฮลิคอปเตอร์แล้ว เขาจะไม่มีวันไปแทรกอยู่ระหว่างกลางของมัน  เขามองเห็นลูกห้าคนที่นั่งบนเบาะหลังจากกระจก เหลือบมองไปยังลูกเล็กสองคน คือซาห์รากับเฮาราในอ้อมแขนเมียที่นั่งอยู่ข้างๆ  ไม่มีใครสักคนจะเฉลียวใจว่าพายุเพลิงที่พวกเขาหนีมานั้น ได้พัดกลับมาตรลบหลังพวกเขาด้วยความเร็วที่ไม่อะไรจะหยุดยั้งได้ เหมือนสายฟ้าสีขาวจ้าร้อนจัดฟาดใส่จากฟากฟ้า กว่าเสียงกัมปนาทจากขีปนาวุธที่แตกระเบิดนั้นจะเลือนหาย อาลีกับราสมีเยห์คาเธ็มก็ตายไปแล้วและลูกทั้งเจ็ดคนก็กำลังจะตาย ยกเว้นลูกคนเล็กสองคน

 

              ถ้าไม่ใช่คำสั่งพิลึกจากสำนักงานฉันคงไม่ได้เดินตามทางซึ่งจะนำฉันฝ่าเมืองอันแออัดและน่ากลัว เพราะสงครามนั้นไปถึงโรงพยาบาลที่ฉันได้พบซาห์รา

"เราต้องการเด็กกำพร้าหนึ่งคน" นายบอกมา "ไม่ใช่แค่เด็กกำพร้าธรรมดานะ ต้องเป็นเด็กกำพร้าพิเศษด้วย"คำสั่งของเขาชวนแปลกใจ  เขาบอกชัดเจนว่า ไม่ควรเลือกเอาเด็กกำพร้าบาดเจ็บคนแรกที่เจอ ฉันควรเดินดูให้ทั่วหอผู้ป่วยเด็ก เพื่อมองหาเด็กที่พิเศษ

              เด็กทารกใช้ไม่ได้เพราะไม่สามารถแสดงสีหน้าที่ชัดเจน เด็กกำพร้าที่เราต้องการนั้นต้องโตหน่อย แต่ต้องเล็กพอที่จะแสดงให้เห็นถึงความไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ เด็กผู้หญิงจะดีกว่า เพราะจะดูเปราะบางกว่าเด็กผู้ชาย  ที่เยี่ยมที่สุดคือ ต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่ยังคงน่ารัก เพราะแม่หนูต้องเป็นนางแบบที่ยอดเยี่ยมให้เรา

ดังนั้นกล่าวโดยสรุปคือฉันกำลังมองหาเด็กผู้หญิงที่ได้รับบาดเจ็บ อายุระหว่างหนึ่งถึงห้าขวบ ที่พ่อแม่เสียชีวิตไป และหน้าตาน่ารักๆ ของแก ต้องไร้รอยขีดข่วน

"เจ้าค่ะ" ฉันตอบ

              ฉันบอกรายละเอียดพวกนี้ให้สตีฟ สามี ที่เป็นช่างภาพให้กับงานของฉัน แล้วบอกให้คนขับรถของเราเตรียมพร้อมภายในห้านาทีชั่วขณะหนึ่งนั้นฉันสงสัยว่าในสำนักงานที่ลอนดอน จะมีใครสักคนไหมที่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร การขับรถฝ่าเข้าไปในแบกแดดซึ่งเต็มไปด้วยการยิง การปล้นฆ่า เพื่อเฟ้นหาและเลือกเด็กเล็กๆ ที่ได้รับบาดเจ็บสักรายกับครอบครัวของแก เพราะเราอยากได้เรื่องสั้นๆ สักเรื่องไปตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ของเรา

                แต่ฉันไม่สนใจหน้าที่ที่ดูเหมือนตลกร้ายนั่น ฉันรู้ว่ามันเป็นเจตนาดี  หนังสือพิมพ์เรากำลังทำโครงการระดมทุนเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากสงคราม ภารกิจของฉันคือ หาภาพถ่ายของเด็ก และเขียนเรื่องราวเพื่อการรณรงค์นั้น  หน้าตาและเรื่องราวของเด็กต้องทำให้ผู้อ่านสะเทือนใจ มิฉะนั้นพวกเขาก็ไม่ให้เงิน  ก็ในเมื่อฉันเป็นคนขอให้นายรณรงค์ครั้งนี้ จึงไม่มีสิทธิ์โวย ฉันเห็นเด็กมากมายที่บาดเจ็บสาหัสจากระเบิดและยินดีทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือพวกเขา

                ฉันเขียนรายชื่อโรงพยาบาลให้คนขับรถการไปควานหา "เด็กกำพร้าในฝัน" ของเราตามโรงพยาบาลต่างๆ ในยามนี้ ลำบากยิ่งกว่าสามสัปดาห์ที่แล้วที่สงครามเพิ่งเริ่ม2 เพราะมีการสร้างสิ่งกีดขวางจำนวนมาก เพื่ออารักขาหน่วยแพทย์พยาบาลต่างๆ จากการถูกโจมตี  ยามติดอาวุธถูกจ้างมาคอยขับไล่พวกก่อความวุ่นวาย ประตูปิดเพื่อป้องกันพวกจี้ปล้นที่อาจฝ่าด่านยามเข้าไปปล้นคนเจ็บคนป่วย  ฉันได้ข่าวมาว่า แม้กระทั่งแพทย์ผู้ได้ให้สัตย์สาบานว่าจะรักษาชีวิตนั้น ก็ยังต้องพกปืนในกรณีที่พวกเขาอาจต้องฆ่าเพื่อป้องกันตัวเอง เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลไม่เพียงแต่ต้องรับพลเรือนที่ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ที่ทะลักเข้าไปจากการทิ้งระเบิดของกองทัพอเมริกันเท่านั้น ความหวาดผวาต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างปัจจุบันจากเพื่อนร่วมชาติ ยังได้แปรพวกเขา ให้เป็นผู้รักษาความสงบเรียบร้อยภายในหอผู้ป่วยไปด้วย  ถ้าจะมีสัญญาณเตือนว่า การพังทลายของกลไกการรักษาความมั่นคงของชาติ จะนำไปสู่ภาวะสับสนไร้ขื่อแปอันโหดเหี้ยม อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนแล้วล่ะก็ นี่แหละมันล่ะ

                ออกเดินทางจากโรงแรมกลางเมือง โดยรถเมอร์เซเดสที่เช่ามา เราแล่นช้าๆ ผ่านกระทรวงต่างๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่เลื่องลือ เพราะก่อการรุกรานอย่างป่าเถื่อน3 แต่บัดนี้ถูกทิ้งไร้ซึ่งการป้องกันต่อการทิ้งระเบิดอย่างหนักของทหารสหรัฐฯ  หลังคาพังยับไปแล้ว ข้างในถูกรื้อ เหลือเพียงเศษเสี้ยวของความรุ่งโรจน์ในอดีตให้เห็น  กระทรวงสารนิเทศซึ่งเป็นกระบอกเสียงการโฆษณาของซัดดัม ฮุซเซน จอมเผด็จการที่ถูกโค่นล้มนั้น พังพินาศลงเป็นกองฝุ่น  ควันไฟลอยขึ้นจากซากวังแห่งหนึ่งของจอมเผด็จการ

 

คนที่สนใจเล่มนี้ มักเลือกเล่มเหล่านี้ด้วย


 

ราคา : 0  บาท 

add to cart

 




ขออภัย หนังสือเล่มนี้หมดชั่วคราว

ราคา : 0  บาท 

add to cart

 




ขออภัย หนังสือเล่มนี้หมดชั่วคราว

ราคา : 0  บาท 

add to cart