Click to Sanskrit Homepage
   สินค้าในตะกร้า (จำนวน 0 เล่ม) check out
search
my lines

 

my bookmark

ข้อมูลหนังสือ

พยาบาลเวรมรณะ

NightRounds

ผู้แต่ง : เฮเลน เทอร์สเต็น
ผู้แปล : อุษา ฤทธาภิรมย์
ราคา 350  บาท 


add to cart


 

ใบหน้าซีดจนเกือบขาวของนางพยาบาลผู้เป็นพยานเพียงคนเดียว หันมา

มองผู้กำกับและยืนยันด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกแต่หนักแน่นว่า “ฉันเห็น
นางพยาบาลคนนั้นจริงๆ นะคะ” 

“นางพยาบาลที่คุณเห็นนี่ตายไป 50 ปี แล้วนะครับ…” ผู้กำกับแย้งพลางกล้ำกลืนสบถในลำคอ

  “ฉันรู้ค่ะ แต่ฉันเห็นเธอจริงๆ นี่คะ!!” พยาบาลยืนกราน

 

ค่ำคืนหนึ่งที่จู่ๆ เกิดเหตุไฟฟ้าดับทั่วทั้งโรงพยาบาล พยาบาลสาวเวรกลางคืนนอนตายเป็นศพคว่ำหน้าอยู่บนเครื่องปั่นไฟสำรองในขณะที่พยาบาลสาวสวยอีกคนหายตัวไปอย่างลึกลับ  พยานคนเดียวที่เห็นเหตุการณ์ยืนยันว่า  เธอเห็นพยาบาลชื่อเทคลาเดินผ่านไปในที่เกิดเหตุ ....เพียงแต่ว่านางพยาบาลคนที่เธอเห็นนั้น เสียชีวิตไปนานถึง 50 ปีแล้ว!!

 

คดีฆาตกรรมสุดซับซ้อน ซ่อนเงื่อนปมแห่งอดีต อาบความลี้ลับที่ไม่อาจพิสูจน์ได้ด้วยวิทยาศาสตร์ เป็นความท้าทายฝีมือแผนกสืบสวนตำรวจสวีเดนทั้งทีมที่ต้องระดมนักสืบฝีมือดี  เพื่อคลี่คลายหาปมเหตุฆาตกรรมที่ยากแท้จะหยั่งถึง...กระทั่งหน้าสุดท้ายมาถึง!!

 

เรื่องย่อ


ค่ำคืนหนึ่งที่จู่ๆ เกิดไฟฟ้าดับทั่วโรงพยาบาล พยาบาลสาวเวรกลางคืนตายเป็นศพในขณะที่พยาบาลสาวสวยอีกคนหายตัวไปลึกลับ พยานที่เห็นเหตุการณ์ยืนยันว่าเห็นพยาบาลเดินผ่านไปในที่เกิดเหตุ...เพียงแต่ว่าพยาบาลคนที่เธอเห็นนั้น เสียชีวิตไป 50 ปีแล้ว!!

ทดลองอ่าน


นางพยาบาลเวรกลางคืน

 ซิฟ เพอร์สัน เพิ่งจะก้าวเข้าไปในโถงทางเดินเมื่อไฟดับมืดลง แสงจากไฟถนนข้างนอกสาดเข้ามาทางหน้าต่างให้เห็นเป็นเงาสลัว แต่ก็ไม่มากพอที่จะทำให้โถงทางเดินสว่างไปทั่วถึง ดูเหมือนว่าไฟในโรงพยาบาลจะดับ

หล่อนหยุดชะงัก พูดออกมาดังๆ ในความมืด “ไฟฉายฉัน!” แล้วหันหลังกลับไปที่ห้องทำงาน อาศัยแสงไฟถนนงุ่มง่ามควานหาเก้าอี้แล้วทรุดตัวนั่งอย่างแรง แต่ก็ต้องสะดุ้งตกใจ เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณเครื่องช่วยหายใจในห้องไอซียูเล็กๆ ดังขึ้น เสียงนั้นเบาบางลงเพราะมีประตูกั้นอยู่ถึงสองชั้น แต่ก็ได้ยินเสียงที่กรีดแหลมอยู่ในความเงียบอยู่ดี

หล่อนเหลือบมองไปที่โถงทางเดิน แล้วต้องกรีดร้องออกมา มีเงาดำๆ เงาหนึ่งทอดทะมึนอยู่ที่ประตู

“ผมเอง” น้ำเสียงของนายแพทย์หนุ่มใหญ่ฉุนเฉียว พยาบาลซิฟกระโดดลุกจากเก้าอี้ นายแพทย์สาวเท้าเดินตรงไปยังห้องไอซียู พยาบาลรีบเดินตาม ใช้เสื้อกาวน์สีขาวของเขาเป็นเหมือนไฟนำทางไปในความมืด เสียงสัญญาณเตือนภัยดังก้องทั่วห้องไอซียูจนหูแทบแตก

“มารีอานน์! ปิดสัญญาณเสียสิ!” แพทย์ตะโกนสั่ง

ไม่มีคำตอบจากพยาบาลประจำไอซียู

“ซิฟ หาไฟฉายมาสักอันสิ”

นางพยาบาลซิฟอ้ำอึ้ง ตอบตะกุกตะกักว่า “ดิ…ดิฉันลืมไฟฉายไว้ตอนมาช่วยมารีอานน์พลิกตัวคุณปีเตอร์เซนน่ะค่ะ มันน่าจะอยู่ใต้รถเข็นที่ใช้ตรวจมั้งคะ”

“รีบไปเอามาสิ!” 

หล่อนงุ่มง่ามเดินกลับไปที่ประตู มือควานไปในความมืดจนสัมผัสกับกล่องพลาสติกแข็งๆ ใบหนึ่ง หล่อนลากกล่องออกมาแล้วเดินกลับไปหานายแพทย์

“คุณหมออยู่ไหนคะ?” หล่อนร้องถาม

มือของเขาที่ยื่นมาแตะแขนทำเอาหล่อนถึงกับสะดุ้ง เขากระชากกล่องไปจากมือหล่อน

“นี่อะไร กล่องปฐมพยาบาลฉุกเฉินเรอะ? เราจะใช้มันได้ยังไงถ้ามองไม่เห็น!” 

“ลองดูข้างในสิคะ มีหน้ากากช่วยหายใจกับเครื่องส่องหลอดลมด้วย เครื่องส่องหลอดลมชาร์จไฟไว้เต็ม คุณหมอใช้ไฟจากมันได้”

นายแพทย์บ่นงึมงำพลางเปิดกล่องดู หลังควานหาในกล่องอยู่พักหนึ่งเขาก็เจอโคมไฟเล็กๆ สำหรับส่องนำทางท่อช่วยหายใจที่ใช้สอดเข้าไปในคอของผู้ป่วยที่ดมยาสลบ เขาเปิดโคมไฟที่ให้แสงสว่างจ้าไปยังชายชราที่นอนอยู่บนเตียง

เมื่อทั้งคู่มองเห็นแล้ว นางพยาบาลซิฟจึงก้าวเข้าไปใกล้ๆเครื่องช่วยหายใจข้างเตียงแล้วปิดสัญญาณเตือนภัยเสีย ความเงียบสงัดก้องสะท้อนอยู่ในหัวของทั้งคู่ มันเงียบจนได้ยินเสียงหายใจของตัวเอง

“หัวใจเขาหยุดเต้นแล้ว มารีอานน์อยู่ไหนน่ะ มารีอานน์!” นายแพทย์ตะโกนเรียก เขาวางหน้ากากช่วยหายใจครอบจมูกและปากของคนไข้ “คุณมาดูการหายใจของเขาระหว่างที่ผมทำซีพีอาร์1” เขาสั่งการลอดไรฟัน ริมฝีปากเม้มแน่น

ซิฟเริ่มปั๊มอากาศเข้าสู่ปอดที่ไร้การขยับเขยื้อน นายแพทย์กดฝ่ามือ
ลงบนหน้าอกของชายชรา ฝ่ามือขยับเป็นจังหวะ พยายามกระตุ้นหัวใจที่เงียบงัน ทั้งสองไม่พูดจากันเลยระหว่างทำงาน นายแพทย์ใช้เวลาหนึ่งนาทีฉีดอะดรีนาลิน2 ตรงเข้ากล้ามเนื้อหัวใจแต่ไม่เป็นผล ท้ายที่สุดทั้งสองจำต้องยอมเลิก

“ไม่ได้ผลเลย ให้ตายสิ! มารีอานน์อยู่ไหนนี่ แล้วทำไมเครื่องสำรองไฟฉุกเฉินถึงไม่ทำงาน?” 

นายแพทย์หนุ่มใหญ่ฉายไฟจากเครื่องสอดท่อกวาดไปรอบๆ ห้อง
นาง
พยาบาลซิฟเหลือบมองรถเข็นตรวจอาการ ก้าวเข้าไปใกล้ๆ อย่างระมัดระวัง หล่อนใช้มือขวาไล้ไปด้านบนรถเข็น แตะเครื่องมือตรวจและถุงมือพลาสติก ที่สุดก็เจอไฟฉายที่ลืมไว้และกดสวิตช์เปิด

แสงไฟฉายส่องไปเข้าตานายแพทย์พอดี เขายกมือขึ้นอย่างหงุดหงิดแล้วสบถออกมาเบาๆ

“เอ้อ…ขอโทษค่ะ” ซิฟตะกุกตะกัก “ดิฉันไม่ทราบว่าคุณหมออยู่ตรงนั้น”

“เอาล่ะ เอาล่ะ ดีที่คุณเจอไฟฉายที่ใช้งานได้ซะที ส่องไฟดูตามพื้นซิว่ามารีอานน์อยู่บนพื้นหรือเปล่า เธออาจเป็นลมไปก็ได้”

แต่นางพยาบาลประจำห้องไอซียูไม่อยู่ในห้องนั้น

แสงไฟส่องไปต้องโทรศัพท์เครื่องหนึ่ง นายแพทย์เดินฉับๆ เข้าไปยกหูขึ้นมาฟัง “ดับสนิท” เขานิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “มือถือของผมอยู่ที่ห้องพักแพทย์เวร เอาไฟฉายมาให้ผมแล้วผมจะไปโทรเรียกเจ้าหน้าที่ฉุกเฉินเองแล้วจะไปตามหามารีอานน์ คุณไม่เห็นเธอเดินผ่านห้องทำงานพยาบาลเลยหรือ?”

“ไม่ค่ะ ฉันพบเธอครั้งสุดท้ายตอนห้าทุ่ม ตอนที่เราเข้ามาช่วยพลิกตัวคุณปีเตอร์เซน”

“เธอคงออกไปทางประตูหลัง ผมจะเดินกลับไปห้องแพทย์เวรทางนั้นดู แล้วจะขึ้นบันไดผ่านห้องผ่าตัด นั่นเป็นทางที่ใกล้ที่สุดแล้ว”

นายแพทย์ฉายไฟสาดไปที่ประตู นอกประตูมีบันไดกับลิฟต์ขึ้นไปยังห้องผ่าตัดซึ่งอยู่เหนือขึ้นไปหนึ่งชั้น ต่ำลงไปหนึ่งชั้นเป็นคลินิกรักษาโรคกับห้องกายภาพบำบัดที่อยู่บนชั้นเดียวกับพื้นดิน ต่ำลงไปอีกหนึ่งชั้นคือ ชั้นใต้ดินซึ่งมีห้องเอ็กซเรย์ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าสำหรับเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และห้องเครื่องจักรกล ตึกโรงพยาบาลนั้นค่อนข้างกว้าง แต่นายแพทย์สแวร์เกอร์ หัวหน้าแผนกอายุรกรรมเป็นผู้ที่รู้จักแผนผังของโรงพยาบาลดีที่สุด

นางพยาบาลซิฟถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวในความมืด ขาของหล่อนสั่นเล็กน้อยขณะเดินไปตามโถงทางเดินเพื่อกลับไปห้องทำงานของพยาบาล หล่อนเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างหอผู้ป่วยด้วยความเคยชิน ดวงจันทร์สีขาวราวกระดูก ช่วยขยายแสงไฟจางๆ จากเสาไฟริมถนนให้ดูใหญ่ขึ้น ในแสงไฟทางหน้าต่างนั้น หล่อนมองเห็นร่างหญิงคนหนึ่งกำลังเดินอยู่ที่บันไดอย่างชัดเจน หันหลังให้ห้องทำงานพยาบาล คอปกเสื้อของหล่อนส่องแสงเปล่งประกายขาวสะอาดตัดกับชุดกระโปรงสีเข้มความยาวประมาณครึ่งน่องที่หล่อนสวมอยู่ หล่อนมีผมสีบลอนด์รวบตึง สวมหมวกนางพยาบาลลงแป้งแข็ง