Click to Sanskrit Homepage
   สินค้าในตะกร้า (จำนวน 0 เล่ม) check out
search
my lines

 

my bookmark

ข้อมูลหนังสือ

หนีเกาหลีเหนือ

ESCAPE FROM CAMP 14

ผู้แต่ง : เบลน ฮาร์เดน
ผู้แปล : คำเมือง
ราคา 350  บาท 


add to cart


 

เรื่องย่อ


 

เปิดโปงชีวิตจริงของ ชิน อิน กึน หนุ่มเกาหลีเหนือที่ถือกำเนิด ในค่ายกักกันจากผู้หญิงที่เขาเรียกว่าแม่ โดยไม่รู้ถึงความหมายใดๆ เขาเรียกค่ายนรกแห่งนั้นว่า “บ้าน” จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาตัดสินใจ หนีออกมา ด้วยความฝันว่าจะได้กินเนื้อย่างหอมหวน และได้เปิดเผยเรื่องราวชีวิตหลังค่ายกักกันที่น่าสะพรึงกลัว!

ทดลองอ่าน


 

ความทรงจำแรกสุดที่เขามีคือการประหารชีวิต

  เขาเดินเคียงคู่กับแม่ไปยังทุ่งข้าวสาลีริมแม่น้ำแทดอง  ที่นั่นผู้คุมต้อนนักโทษหลายพันคนมารวมกัน   ด้วยความตื่นเต้นที่พบเจอผู้คนจำนวนมาก  เด็กชายคลานลอดขาผู้ใหญ่ออกไปที่แถวหน้า   สิ่งที่เขาเห็นคือ ผู้คุมกำลังมัดร่างชายคนหนึ่งเข้ากับหลักไม้

  ชิน อิน กวน เพิ่งจะอายุสี่ขวบ   อ่อนเยาว์เกินกว่าจะเข้าใจข้อความประกาศที่ถูกอ่านให้ได้ยินทั่วกันก่อนการประหาร  อีกหลายปีต่อมาและในการประหารชีวิตอีกหลายครั้ง   ชินจะได้ฟังหัวหน้าผู้คุมบอกกับคนที่มาชุมนุมกันในที่นั้นว่า   นักโทษที่กำลังจะตายได้รับข้อเสนอให้ ชดเชย ความผิดด้วยการทำงานหนัก   แต่เขาหรือเธอคนนั้นปฏิเสธความใจกว้างที่รัฐบาลเกาหลีเหนือหยิบยื่นให้   และเพื่อป้องกันไม่ให้นักโทษก่นด่าประณามรัฐที่กำลังจะคร่าชีวิตตนเอง   ผู้คุมจะเอากรวดยัดใส่ปากนักโทษก่อนจะเอาถุงผ้าคลุมหัว

  ครั้งแรกที่ได้ดูการประหารชีวิต   ชินเห็นผู้คุมสามคนยกปืนขึ้นเล็งและยิงนักโทษคนละสามนัด   เสียงปืนดังสนั่นทำให้เด็กชายตกใจจนผงะหงายหลัง   แต่เขาตะกายลุกขึ้นยืนทันได้เห็นผู้คุมแก้มัดร่างที่อ่อนระทวยชุ่มเลือดออกมาห่อด้วยผ้าห่มแล้วโยนขึ้นเกวียน

  ในค่ายกักกันที่ 14 ซึ่งเป็นที่คุมขังปรปักษ์ทางการเมืองของรัฐบาลเกาหลีเหนือ   ไม่อนุญาตให้นักโทษจับกลุ่มคุยกันเกินกว่าสองคน   ยกเว้นแต่เมื่อมีการประหารชีวิต ซึ่งนักโทษทุกคนต้องไปเป็นประจักษ์พยาน   ค่ายกักกันแห่งนี้ใช้การประหารชีวิตต่อหน้านักโทษและความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นจากการนั้น เป็นเครื่องมือสำหรับสั่งสอนคนที่เหลือ

  ผู้คุมของชินในค่ายกักกันแห่งนี้ เป็นทั้งครูและคนที่จัดการผสมพันธุ์ที่ก่อกำเนิดเป็นตัวเขา   พวกนั้นเป็นคนที่เลือกว่าใครคือพ่อและแม่ของเขา   เป็นคนอบรมสั่งสอนว่า นักโทษที่ละเมิดกฎของค่าย มีโทษสมควรตาย   บนเนินเขาข้างๆ โรงเรียนของชิน มีป้ายเขียน
คำขวัญไว้ว่า   “เป็นไปตามกฎระเบียบทุกประการ”   เด็กชายจดจำกฎสิบข้อของค่าย ที่เขาเรียกในภายหลังว่า บัญญัติสิบประการ ได้อย่างขึ้นใจแม้จนถึงทุกวันนี้   กฎข้อแรกกล่าวว่า   “ใครก็ตามที่ถูกจับได้ขณะกำลังพยายามหนี จะถูกยิงทิ้งในทันที

 

  สิบปีหลังจากการประหารชีวิตครั้งแรกที่เขาจดจำได้   ชินกลับมายังทุ่งแห่งเดิมอีกครั้ง   ครั้งนี้อีกเช่นกันที่ผู้คุมต้อนนักโทษมารวมกัน   หลักไม้ถูกตอกลงไปในดิน   นอกจากนี้ยังมีตะแลงแกงที่ถูกสร้างขึ้นลวกๆ

  ครั้งนี้ชินนั่งมาหลังรถ   มีผู้คุมเป็นคนขับ   เขาถูกสวมกุญแจมือและผูกตาด้วยเศษผ้า   ข้างๆ ตัวคือพ่อของเขาที่อยู่ในสภาพถูกสวมกุญแจมือและมีผ้าผูกตาเช่นกัน

  สองคนพ่อลูกได้รับการปล่อยตัวออกมา หลังจากถูกคุมขังอยู่ในคุกใต้ดินของค่ายกักกันที่ 14 แปดเดือน   เงื่อนไขของการปล่อยตัวก็คือ   ทั้งสองจะต้องลงนามในเอกสารที่ผูกมัดว่า จะไม่เอ่ยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับพวกเขาในคุกใต้ดิน

  ในคุกที่อยู่ใจกลางของคุกอีกทีแห่งนั้น ผู้คุมพยายามทรมานชินและพ่อเพื่อให้ทั้งสองสารภาพ   เรื่องที่พวกนั้นอยากรู้คือ การหลบหนีที่ไปไม่รอดของแม่และพี่ชายเพียงคนเดียวของเขา   เด็กหนุ่มถูกจับเปลื้องผ้ามัดมือมัดเท้าและห้อยโยงกับตะขอที่แขวนบนเพดาน   จากนั้นก็หย่อนตัวลงมาหาเปลวไฟ   ชินหมดสติไปเมื่อผิวเนื้อเริ่มไหม้

  แต่เด็กหนุ่มไม่ได้สารภาพอะไร   ก็ในเมื่อเขาไม่มีอะไรจะสารภาพ   เขาไม่ได้มีส่วนเรื่องการพยายามหลบหนีของพี่ชายและแม่   ชินเชื่ออย่างฝังหัวในสิ่งที่ผู้คุมปลูกฝังให้เขาตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาดูโลกในค่ายกักกันแห่งนี้   เขาไม่มีทางหนีพ้นไปได้และจะต้องรายงานผู้คุมหากได้ยินใครพูดเรื่องการพยายามหลบหนี   ไม่ว่าคนพูดจะเป็นใครก็ตาม   แม้กระทั่งในความฝัน ชินก็ไม่มีวันจินตนาการถึงชีวิตภายนอกค่ายกักกันได้

  ผู้คุมไม่เคยสอนเขาเรื่องที่นักเรียนเกาหลีเหนือทุกคนได้เรียน อย่างเช่น   อเมริกันคือ “คนชั่วช้า” ที่วางแผนจะรุกรานและย่ำยีแผ่นดินเกิดของพวกเขา   เกาหลีใต้คือ “นางบำเรอ” ของนายเหนืออเมริกัน   เกาหลีเหนือเป็นประเทศยิ่งใหญ่ที่มีผู้นำซึ่งชาญฉลาดและกล้าหาญเป็นที่อิจฉาไปทั่วโลก   อันที่จริง ชินไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่ามีประเทศอย่างเกาหลีใต้ จีน หรือกระทั่งสหรัฐอเมริกา

  ชินต่างจากเพื่อนร่วมชาติคนอื่นๆ ตรงที่เขาไม่ได้เติบโตขึ้นมาโดยเห็นภาพของ คิม อิล จอง ท่านผู้นำอันเป็นที่รักปรากฏอยู่ทั่วทุกหนแห่ง   ไม่เคยเห็นรูปภาพหรืออนุสาวรีย์ของคิมผู้พ่อ คิม อิล ซุง   ผู้นำผู้ยิ่งใหญ่ที่เป็นผู้ก่อตั้งเกาหลีเหนือ   ผู้ซึ่งยังคงดำรงสถานะประธานาธิบดีตลอดกาล แม้จะเสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่ปี 1994

 

  เมื่อผู้คุมถอดผ้าผูกตาออก และสายตาเขาได้เห็นหลักกับตะแลงแกงบนลานดิน   ชินเชื่อว่าเขากำลังจะถูกประหารชีวิต

  แต่ไม่มีใครเอากรวดยัดใส่ปากเขา   ผู้คุมถอดกุญแจมือให้จากนั้นก็พาตัวเขาออกไปข้างหน้า   ครั้งนี้เขากับพ่อจะได้เป็นคนดู

  ผู้คุมอีกกลุ่มหนึ่งลากหญิงวัยกลางคนไปยังตะแลงแกงและจับชายหนุ่มอีกคนมัดติดกับหลักไม้   นั่นคือแม่และพี่ชายของชิน

  ผู้คุมคนหนึ่งรูดห่วงรอบคอแม่ของเขา   นางพยายามจะสบตาชิน  เด็กหนุ่มเบือนสายตาหนี เมื่อร่างของนางหยุดดิ้นบนปลายเชือก ผู้คุมสามคนก็ลั่นปืนใส่พี่ชายของชินคนละสามนัด

  ขณะที่เฝ้าดูคนทั้งสองเสียชีวิต   ชินรู้สึกโล่งอกที่นั่นไม่ใช่ตัวเขาเอง   เขาโกรธแม่และพี่ชายที่วางแผนหลบหนี   แม้จะไม่ได้พูดเรื่องนี้กับใครไปอีกสิบห้าปี   แต่เด็กหนุ่มรู้อยู่เต็มอกว่า เขาเองเป็นคนต้องรับผิดชอบต่อการที่แม่และพี่ชายถูกประหารชีวิต

 

คนที่สนใจเล่มนี้ มักเลือกเล่มเหล่านี้ด้วย


 




ขออภัย หนังสือเล่มนี้หมดชั่วคราว

ใต้เงาเกาหลีเหนือ

Nothing to Envy

ราคา : 350  บาท 

add to cart