Click to Sanskrit Homepage
   สินค้าในตะกร้า (จำนวน 0 เล่ม) check out
search
my lines

 

my bookmark

ข้อมูลหนังสือ

ทาชานางแบบทรนง

Tasha de Vasconcelos

ผู้แต่ง : ทาชา เด วาสกงแซลูส
ผู้แปล : วิภาดา กิตติโกวิท
ราคา 330 150  บาท


add to cart


ทาชา เด วาสกงแซลูส ผู้หญิงที่ปฏิเสธนิยาม สวยแต่โง่ 

 

เรื่องย่อ


“เธอสวยมาก เธอจะเดินแบบให้ฉันดูคนเดียวได้ไหม?” 
เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ตรัสถาม

 
“เธอใช่ไหมแม่ตัวเล็กที่มาใหม่?”
ลินดา อีแวนเจลิสตา รีบร้อนดูแคลน
 
“ฮัลโหลยาหยีผมเอากาแฟมาให้”
เควิน คอสเนอร์ ส่งยิ้มแอบแฝงมาให้ 
                                  ... 
 
ทาชา สุดยอดนางแบบแถวหน้าระดับโลก เพื่อนร่วมแคทวอล์ก นาโอมิ แคมพ์เบลล์ซินดี ครอฟอร์ด เผยชีวิตที่กว่าจะไต่เต้ามาเป็น
นางแบบแถวหน้า เธอต้องลี้ภัยหนีตาย จากแอฟริกา เร่ร่อนหาที่อยู่ ก่อนจะได้ก้าวขึ้นบันไดแคทวอล์ก ชีวิตที่ต้องอดทน อดกลั้น อดกินและเอาตัวรอดเมื่อต้องอยู่ท่ามกลางเสือสิงกระทิงแรด เธอมีชีวิตที่เดินอยู่บน พรมแดง มีทรัพย์สินเงินทอง อยู่ในสังคมชั้นสูงหรูหรามีทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ชีวิตกลับว่างเปล่าไร้คุณค่า จนเธอต้องถามหาคุณค่าของชีวิต
 

ทาชา เด วาสกงแซลูส ผู้หญิงที่ปฏิเสธนิยาม สวยแต่โง่

ทดลองอ่าน


“ฉันเป็นผู้หญิงแอฟริกัน หัวใจของฉันเป็นแอฟริกัน...”
          ฉันอยู่บนเครื่องบิน นอนไม่หลับ ความคิดจมอยู่กับการย้อนเวลากลับไปหาอดีต มีอาการเหมือนเด็กที่กลัวว่าถ้าหลับตา ภาพในความฝันอาจเลือนหายไป ฉันอยากเห็น อยากซึมซับทุกความรู้สึก ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่อยากให้สิ่งใดขาดหายไป ในการกลับคืนสู่เบรา... “ถูกแล้ว ฉันเป็นผู้หญิงแอฟริกัน” ประโยคนี้วนเวียนอยู่ในหัว อาจเพื่อทำให้ตัวเองเชื่ออย่างนั้น เพื่อยืนยันกับตัวเอง เพื่อจะได้มองเห็นจุดหมายของการเดินทางครั้งนี้และรับผิดชอบกับงานข้างหน้านี้ “ฉันเป็นคนแอฟริกัน ถึงผิวของฉันจะขาว แต่แผ่นดินนี้ก็เป็นแผ่นดินของฉันด้วย”

          ตอนฉันอายุแปดขวบ สงครามกลางเมืองทำให้ครอบครัวเราต้องหนีออกจากโมซัมบิก โลกของฉัน - โลกแห่งวัยเด็ก โลกแห่งเสียงหัวเราะ กลิ่นหอมหวน สีสันสดใส และแสงตะวัน... พังทลายลงในเวลาไม่กี่ชั่วโมงของคืนนั้น พวกเราต้อทิ้งและลาจาก
ไปในทันที การสังหารหมู่ ข่มขืน ปล้นสะดม การจุดไฟเผา กลายเป็นเรื่องประจำวันของประชากรที่จำยอมต้องตกอยู่ภายใต้ ความรุนแรง การล้างแค้น และการฆ่าแกงโดยกลุ่มแก๊งทั้งผิวดำผิวขาว ความหวาดกลัวคือความรู้สึกเดียวที่ผู้คนได้รับรู้ร่วมกัน ตั้งแต่ชายฝั่งทะเล ลึกเข้าไปจนถึงทุ่งหญ้าซาวานนาไม่มีใครไว้ใจใคร เราจึงต้องยอมจำนนต่อสิ่งที่เห็น ทิ้งทุกอย่างแล้วจากมันมา มันคือโอกาสเดียว ที่จะเอาชีวิตรอด เพราะในสายตาของพวกกองโจร เราคือเจ้าอาณานิคม มรดกสี่ร้อยปีของการปกครองโดยชาวโปรตุเกส 1ทั้งที่พ่อกับคุณตาของฉันช่วยสร้างบริษัท ให้พวกเขา และทำให้ชีวิตของคนหลาร้อยครอบครัวดำรงอยู่ได้  พ่อปลูกป่าทำไม้ยูคาลิปตัส กลิ่นหอมชวนหลงใหลของมันนั้นอาบวัยเด็ก ของฉัน... ฉันจึงทิ้งสาวน้อย ซานดินฮา - ชื่อเรียกอย่างเอ็นดูของซานดรา - ไว้บนพื้นลาดยางของสนามบิน เมืองเบรา เมืองอันดับสองของโมซัมบิก ฉันจากแผ่นดินนั้นมาด้วยความกลัวที่ปวดมวนในท้องท่ามกลาง เสียงระเบิด และขณะนี้ ฉันกำลังจะกลับคืนไปยัง แผ่นดินที่ฉันจากมาเมื่อสามสิบปีก่อน ฉันยังมีความรู้สึกกลัวและปวดมวนในท้อง หากแต่ความปวดมวนครั้งนี้มันคือความรู้สึกตื่นเต้น ของการได้กลับคืนสู่โมซัมบิก ฉันรู้ดีว่า ไม่ควรกลับไปด้วยความกลัว มันจะทำให้ภาพในอดีตลบเลือน ว่าแต่ความทรงจำของฉันจะสามารถผ่านการทดสอบ ของกาลเวลาที่ได้แยกทาชาออกจากซานดรา
หรือไม่ฉันหวั่นกลัวว่าตัวเองจะรู้สึกแปลกแยก หรือที่แย่ยิ่งกว่าคือ ถูกมองว่าเป็นคนต่างด้าว ในบ้านตัวเอง
          ขณะเครื่องบินเริ่มลดเพดานบินลงเหนือนครโยฮันเนสเบิร์กและกำลังจะลงแตะพื้นในอีกยี่สิบนาทีข้างหน้า ฉันวอนขอสิทธิ์
เหนือแผ่นดิน ผืนนี้ “ที่นี่คือแผ่นดินของฉัน ที่นี่เป็นบ้านเมืองของฉันด้วย” ฉันคิดหาเหตุผลให้ตัวเอง หรือเป็นเพราะฉัน กลับไปเป็น
ซานดราอีกครั้งเมื่อเข้าใกล้เบรา? ฉันไม่อาจทำอะไรได้ดีไปกว่าวิงวอนในใจด้วยนิทานในวัยเด็ก “ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...” แม้สิงโต
จะไปจบชีวิตในสวนสัตว์แห่งแวงแซนน์ แต่ลูกสิงโตที่ถูกจับได้ในพุ่มไม้ก็ยังคงเป็นสิงโตแอฟริกันอยู่ดี ฉันรู้ว่า มันคือการโต้เถียงแบบเด็กๆ
          คนนั่งข้างๆ เห็นฉันนั่งปิดปากเงียบมาตลอดสิบชั่วโมงของการเดินทางส่งยิ้มที่เจือความวิตกมาให้ เขาคงสงสัยว่าฉันเป็นอะไรไป ฉันจมอยู่กับการทบทวนดูตัวเอง ขุดความคิดที่สิงอยู่ในใจขึ้นมาแล้วกลับฝังมันลึกลงไปอีกความจริง ความเชื่อของฉันเป็นแอฟริกัน เหมือนเขา มันเป็นบ้านเมืองในวัยเด็กของเรา แซงเต๊กเปรี - ผู้เขียน “เจ้าชายน้อย” - ว่าไว้อย่างนั้น ดังนี้เอง ฉันจึงมาอยู่ที่นี่
          เมื่อฉันกลายเป็นยอดนางแบบระดับโลก ฉันก็ถูกจับเปลี่ยนชื่อเป็นทาชา เด วาสกงแซลูส ถือเป็นความจำเป็นของวงการแฟชั่น และการตลาด ตามจุดประสงค์และความฝันเฟื่องของบรรดานักออกแบบ เป็นการผสานกันอย่างลงตัวที่มีทั้งความงามสง่าและ
เข้ากันได้ดีกับโลกอันประหลาดอัศจรรย์ของเวทีเดินแบบ ฉันชอบชื่อนี้และผลของมัน มันเป็นตัวช่วยชั้นดี เป็นพันธมิตร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อฉันต้องแข่งขันกับบรรดาสาวสวยที่สุดในโลกซึ่งฉันต้องพบพานตลอดปีในการเดินแฟชั่นและตามหน้ากระดาษอาบมันของ
บรรดานิตยสารต่างๆ มันสร้างบุคลิกให้ฉัน เป็นชื่อที่ดึงดูดความสนใจ เพราะสำเนียงภาษาอังกฤษของฉัน จึงมักถูกใครๆ ถามว่าฉันมาจากไหน “วาสกงแซลูส ... คุณเป็นคนที่ไหน? ... ฉันหมายถึงชื่อคุณ มีถิ่นกำเนิดมาจากไหน?” เรื่องชื่อฉันทำให้มีคำถามมากมาย ความจริงฉันเป็นผลผลิตของการผสมผสานทางเชื้อชาติและทางสายเลือดโดยแท้ ฉันเกิดที่โมซัมบิกจากพ่อชาวโปรตุเกสและแม่ชาวอังกฤษและต้องระหกระเหินไปใช้ชีวิตที่แคนาดา นิวยอร์ก ลอนดอน ก่อนไปอยู่ฝรั่งเศสและโมนาโก ฉันอยู่ทุกที่ แต่เหมือน ไม่อยู่ที่ใดเลย ฉันอพยพโยกย้ายตลอดเวลาฉันคงจะบอกว่าฉันเป็น “ผู้หญิงของโลก” ถ้าคำคำนี้ไม่ได้มีความหมายเฉพาะในภาษาฝรั่งเศส 2 ฉันเป็นคนนานาชาติ จะว่าอย่างนั้นก็ได้! มันถือเป็นเรื่องธรรมดาโดยไม่ต้องสงสัยเลยว่า นั่นคือเหตุผลที่ฉันพยายามจะยึดรากของตัวเองไว้
          เพื่อจะได้จบเรื่องชื่อไปเสีย ฉันต้องบอกชื่อพ่อ นั่นคือ เฟียร์นานโดและมันย่อมเป็นชื่อฉันด้วย มันต้องการลมหายใจที่ศักดิ์สิทธิ์ : “เฟียร์นานโดเจวา โคเชเฟล ดา ซิลเวรา เปเรรา บราโว โอโวรีโอ เด วาสกงแซลูส มอตา เอคูเนีย” นี่คือชื่อแบบที่เขาเรียกกันว่านามขยาย! ที่โปรตุเกสเขาชอบเอานามสกุลมารวมกันแบบนี้ ตามสายตระกูล เพื่อจะได้จดจำวงศ์วานว่านเครือกันได้ ตระกูลของฉันย้อนไป
ได้ถึงศตวรรษที่ 9 และมีตราประจำตระกูลด้วย เราจะคุยเรื่องนี้กันอีกครั้ง
 
 
ฉันเป็นซานดรา มอตา เอ คูเนีย มาจนกระทั่งแสงแฟลชแรกๆ วูบวาบรอบตัวฉันในสตูดิโอต่างๆ เป็นเด็กหญิงวัยแปดขวบตัวน้อย
ที่กำมือแม่แน่นทุกครั้งที่เสียงปืนหรือเสียงระเบิดดัง คืนนั้น ฉันไม่สามารถเอาซินดี ตุ๊กตาตัวโปรดมาด้วย เพราะทุกอย่างเกิดขึ้น 
รวดเร็วมาก...
          “ตื่นๆ... เร็วๆ รีบตื่น...”
          “แต่ว่า แม่!...”
          “ไม่ต้องถามอะไรทั้งนั้น รีบแต่งตัว เร็วเข้า เราจะไปกันแล้ว”
          “ไปไหน?”
          “ไปสนามบิน เราจะไปบ้านคุณตา...”
          แม่ ผู้หญิงร่างใหญ่ที่ปกติมีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก ครั้งนี้ไม่อาจซ่อนความกระวนกระวายได้ มือไม้แม่สั่นเทา เสียงสั่น ผิวขาวที่นุ่มลื่นจากเชื้อสายอังกฤษยิ่งดูขาวซีดภายใต้แสงสลัวของห้องเล็กๆ ที่เราอาศัยนอนมาหลายเดือนแล้ว ใบหน้าแม่ซีดเผือด แม่ปลุกฉันแล้วไปเขย่าพาเมลาที่นอนในเตียงข้างๆ น้องสาวฉันที่เป็นคนอ่อนไหวนั้น เหมือนสัตว์ตัวเล็กๆ ที่หลงทางในความมืด เธอกำลังจะร้องไห้ ส่วนฉันกลั้นน้ำตา ฉันเรียนรู้ที่จะเก็บทุกอย่างไว้กับตัว วัยเราห่างกันสองปีทำให้ฉันรับรู้ได้เร็วกว่าถึงความตึงเครียด
ที่กดดันรอบๆ ตัวเรา นั่นคือสงคราม!เรานั่งอยู่ที่ขอบเตียง รู้ดีว่าต้องมีบางอย่างร้ายแรงเกิดขึ้น แม่วิ่งวุ่นไปทั่ว พลางเร่งเรา แต่ฉันทักท้วงไม่ยอม
          “หนูไม่อยากแต่งตัวแบบนี้... ที่บ้านคุณตาร้อนมาก”
          การอ้างเรื่องแต่งตัวนี่ ที่จริงมีความหมายมากกว่าเรื่องการรักสวยรักงาม แต่เป็นข้ออ้างจะให้แม่บอกเหตุผลเรามากกว่านี้ การไปบ้านคุณตาที่โรดีเซียกลางดึกราวกับเป็นขโมย ไม่ใช่ทั้งคำอธิบายและการปลอบประโลมที่จะบรรเทาความหวาดหวั่น ที่สะท้อนมาจากท่าทางของแม่ แต่ความจริงที่ว่าเสื้อหนาๆ สองชั้นที่วางอยู่บนเตียงกับเสื้อแจ๊กเกตอีกตัวนั้นดูไม่เหมาะกับอากาศเลย แม้ว่ากลางคืนที่นั่นอากาศจะสดชื่นกว่า ฉันรู้สึกเหมือนเรากำลังจะไปขั้วโลกเหนือ และยังคิดเผื่อน้องสาวอีกด้วย ปกติแม่จะให้เราแต่งตัวเหมือนกันราวฝาแฝด แต่เราไม่อิจฉากัน จริงๆ แล้ว ฉันคิดว่าการที่แม่ใส่ใจเรื่องให้เราแต่งตัวเหมือนกันนั้น เป็นเพราะแม่ต้องการให้ ทุกอย่างสอดคล้องกลมกลืน ทั้งชีวิตคู่ของแม่เองและของลูกสาวของแม่ด้วย เราดูเหมือนต้องรับแขกอยู่เสมอ ต้องพร้อมที่จะให้ถ่ายรูปและต้อง แน่ใจด้วยว่าพาเมลาจะไม่ใส่เสื้อผ้าเก่าของพี่สาว
          “ใส่ทั้งหมดนั่นแหละ เร็วๆ เข้า เรารีบนะลูก”
          “แต่ แม่...”
          “ไม่มี ‘แต่ แม่...’ ต้องทำอย่างนี้แหละ ในกระเป๋าไม่มีที่ว่างพอ”
          “แต่จะร้อนตายนะ แม่ แล้วที่บินดูราจะแย่กว่านี้อีกนะคะ”
          “เราจะไปถึงที่นั่นในสามชั่วโมง ไปเถอะ พาเมลา ใส่รองเท้าด้วย”
 
 
บินดูราเป็นเมืองและเป็นเทศมณฑลหนึ่งของโรดีเซียตอนใต้ เป็นอาณานิคมของอังกฤษซึ่งจะกลายเป็นประเทศซิมบับเว ในเวลาต่อมา
ณ ที่นั้นเองที่เอริค เจมส์ฮาร์ดส์ปกครองด้วยกำลังและความผยองเหนือผืนดินที่เป็นไร่สวนและทุ่งปศุสัตว์แปดพันเฮกตาร์ - 1,280 ไร่
ภาพที่คุณตาของเราแต่งตัวเรียบร้อยตั้งแต่เช้า ขี่ม้าไปทั่วอาณาจักรของตัวเองซึ่งเป็นไร่ฝ้าย ไร่ยาสูบ และไร่ข้าวโพดนั้น เหมือนหนังสือเรื่องราวแห่งแอฟริกาที่พลิกเปิดไปได้ไม่รู้จบ เหมือนอารมณ์รักที่ปลุกเร้าโดยคาเร็น บิ๊กในภาพยนตร์ เรื่อง Out of Africa ฟาร์มของคุณตาสามารถให้โรเบิร์ตเร็ดฟอร์ด และเมอริล สตรีป ใช้เป็นฉากสำหรับถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนั้นได้เลยนั่นคือภาพ
ที่ฉันจะเก็บไว้ในความทรงจำตลอดไป
          ฉันกับพาเมลายังอยู่ชั้นบน เราสองคนนั่งหันหน้าเข้าหากัน ไม่กล้าพูดไม่กล้าขยับ งุนงงไปกับความลึกลับรอบตัวและ
คนในบ้านที่วิ่งวุ่น ทุกคนตื่นหมดแล้วและวิ่งไปวิ่งมาด้วยความตื่นเต้นผิดปกติ ฉันรู้สึกกลัว ขนลุก ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นสองครั้ง
ติดๆ กัน มันทำลายความเงียบยามดึก ฉันเห็นความกลัวในดวงตาของน้องสาว เธอเกาะฉันไว้แน่นส่วนตัวฉันเองก็ไม่ได้สบายใจ มากไปกว่าเธอเสียงปืนดังขึ้นอีก พ่อกับแม่คุยกันเบาๆ ตรงบันได ท่าทางที่พ่อแม่กระซิบกระซาบกันยิ่งเพิ่มความหวั่นวิตกเป็นสิบเท่า ฉันพยายามมองหาสัญญาณสักอย่างบนใบหน้าของอีซาเบล รอยยิ้มกว้างของเธอจะทำให้ผิวดำกระจ่างขึ้นยามเมื่อเธออยากยิ้ม และนั่น
จะให้ความสบายใจกับเราได้มาก เราไม่อาจได้รับความใส่ใจจากใครได้มากไปกว่าที่ได้จากพี่เลี้ยงที่เลี้ยงเรามาเหมือนลูกสาวคนนี้
อีกแล้ว ทว่า ในคืนแห่งความวุ่นวายนั้น ใบหน้าเธอหุบปิด รอยยิ้มเหือดหาย และเธอทำให้เราต้องหันไปดูด้วยความแปลกใจ เมื่อเธอวางกระเป๋า เดินทางแค่ใบเดียวที่ชานบันได ซึ่งถือเป็นเรื่องแปลก เพราะปกติ ถ้าเราเดินทางไปกับแม่ เราจะต้องมีข้าวของพะรุงพะรัง ที่ดูเหมือนย้ายบ้านกันทีเดียว และเธอก็ต้องมีอาการกลัวว่าจะลืมโน่นลืมนี่เสมอ ในขณะที่ฉันก็ดูเหมือนหัวหอมที่มีเปลือกสามชั้นติดหลัง
          ฉันพยายามรวบรวมความคิดและทำความเข้าใจ อยากหาคำอธิบายให้เหตุการณ์ที่เปลี่ยนการดำเนินชีวิตตามปกติของเรา
ในหลายสัปดาห์มานี้ 
          ยิ่งนึกไปก็ยิ่งเห็นว่า รอบๆ ตัวเราได้มีการสร้างบริเวณป้องกันภัยขึ้นและมันทำให้พื้นที่แห่งเสรีภาพ ของเราหดแคบลงวันแล้ววันเล่า ทั้งมีเหตุบ่งชี้มากมายว่า ความรุนแรงที่เราไม่อาจจินตนาการนั้นกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่เรายังเฉื่อยชาอยู่ในความสุขและชีวิต
ที่แสนสบายในเบรา