Click to Sanskrit Homepage
   สินค้าในตะกร้า (จำนวน 0 เล่ม) check out
search
my lines

 

my bookmark

ข้อมูลหนังสือ

หลังรั้วร.ร.อนุบาล

La maison en pain d'e'pices

ผู้แต่ง : คอริน เยียรฮอร์ดเซ็น
ผู้แปล : วิภาดา กิตติโกวิท
ราคา 330  บาท 


add to cart


นิยายสืบสวนสอบสวนที่แปลจากนิยายสวีดิชเรื่อง Pepparkakshuset เป็นเรื่องราวการฆาตกรรมต่อเนื่องสี่ศพ เหยื่อทุกราย (Gingerbread) อายุ 44 ปี และถูกทรมานอย่างโหดเหี้ยมก่อนสังหารเป็นหน้าที่ของผู้กำกับตำรวจเคอแบรีย์ในการคลี่คลายคดีและหาฆาตกร ให้ได้ก่อนจะเกิดฆาตกรรมรายใหม่

 

เรื่องย่อ


ฉันหยิบภาพถ่ายขาวดำเก่าๆ ปี 1968 ออกจากกระเป๋าเสื้อร่อนไป ตรงหน้าหล่อน
"นี่ไงฉัน แถวแรก นั่งบนพื้น ใส่สูทฉันชี้ให้หล่อนดู
"ฉัน ฉันอยู่นี่" ท่าทางหล่อนสดใสเหมือนนางฟ้า
"เธอจำเด็กอื่นๆ ได้ไหม"
"นี่ ฉันจำได้” หล่อนชี้ไปที่พุงอันน์-ครีสตีน
"ตายแล้ว" ฉันพูดก่อนจะดื่มไวน์อีกอึก
"ตาย?" คารินาทวนคำ ท่าทางตกใจ
"ถูกบีบคอตายที่อพาร์ตเมนต์ตัวเองอาทิตย์ที่แล้ว"
"พระเจ้า!" หล่อนอุทาน
"คนนี้ล่ะ เธอจำได้ไหม"   ฉันชี้รูปฮอนส์ที่คุกเข่าอยู่ตรงกลางแถวแรก หัวเราะร่าอวดฟันหลอ
"... เขาชื่อฮอนส์ วอนแนแบรีย์ ถูกไหม?"
"ใช่ ไชโย! ตายแล้วด้วย ถูกทุบจนตายด้วยเก้าอี้กะโหลกแตกเลย"
ฉันลุกขึ้น สาธิตให้หล่อนดู มือกำขาเก้าอี้ตัวหนึ่ง
"ดูเธอสนุกเชียว... มันเป็นโรคระบาดรึไง?"
"เขาตายในครัวของครูอูลซอน" ฉันชี้รูปครูในรูป
"ไม่ ไม่จริง! นี่มันเกิดอะไรขึ้น ครูตายด้วยหรือ?"

 

ทดลองอ่าน


1

 

 

ฉันถวิลหามาแปดปีแล้ว

ฉันถวิลหาแม้นในยามฝัน

ฉันใคร่หวนคืน ถิ่นเคยพำนัก

แต่ไร้ผู้คน ฉันคิดถึงท้องทุ่ง

ก้อนหินที่เคยเล่นยามเยาว์

แวร์เนอร์ วอน เฮเด็นสตอม 1

 

 

แค็ททรีนเนอโฮล์ม ตุลาคม 1968

อาคารไม้หลังงามเชิงชายฉลุลูกไม้สีขาวสวยงาม สีบริเวณผนังด้านหน้าเหมือนสี

เรือนขนมปังขิง มันตั้งอยู่กลางป่าสนบนยอดเนินแห่งนั้น สวยราวหลุดออกมา

จากเทพนิยาย ตลอดฤดูร้อน ต้นสนจะปกป้องเด็กๆ จากแสงแดด ครั้นฤดูใบไม้

ร่วงมาถึง ป่าสนกลายเป็นปราการอันแข็งแกร่ง ปกป้องไม่ให้ลมแรงหนาวเหน็บ

พัดมาสู่สนามโรงเรียน หิมะเปียกชื้นกำลังละลายปกคลุมไปทั่วบริเวณ มีเพียง

เสียงเห่าของสุนัขแว่วมาไกลๆ รบกวนความเงียบสงบ

ทันใดนั้นประตูใหญ่เปิดผลัวะออกมา พวกเด็กๆ วิ่งกรูกันออกมา

ส่งเสียงเอะอะเริงร่า สวมใส่เสื้อผ้าใหม่บ้าง เก่าปุปะบ้าง มีทั้งเด็กเล็กเด็กโต อ้วน

ผอม ผมสีทอง ผมสีน้ำตาล ผมถักเปีย เด็กบางคนใบหน้าตกกระ บางคนสวม

แว่นหรือหมวกบอนเนต์ บ้างก็เดินบ้างก็กระโดด บางคนพูดจ๋อยๆ บางคนฟัง

เฉยๆ บางคนเดินนำ บางคนเดินตาม

ประตูปิดลงแต่ก็ถูกเปิดออกทันที เด็กหญิงสวมหมวกบอนเนต์ขนสัตว์

สังเคราะห์สีขาว กับแจ๊กเกตแดงตัวหนา เดินนำหน้าเด็กชายสวมแจ๊กเกตบุนวม

สีน้ำทะเล พันผ้าพันคอกับหมวกบอนเนต์สีแดงขาวดำ ปักตัวอักษร KSK

อันเป็นชื่อทีมบันดี 2 ทีมเดียวที่เป็นที่ยอมรับในย่านนี้ของเมือง

เด็กทั้งสองเดินเงียบๆ คาตารีนา เด็กผู้หญิง เดินลงเนินไปจนถึงประตู

เหล็กดัดสูง

เธอดันประตูเต็มแรง จนมันเป็นช่องกว้างพอให้ลอดออกไปได้ โธมัส

เด็กผู้ชาย จับลูกบิดออกแรงดันประตู เขาหยุดสูดลมหายใจลึกเล็กน้อยก่อนจะ

เดินผ่านประตูไปแล้วความหวาดกลัวก็เป็นจริง เด็กๆ ทุกคนรวมกลุ่มกันบนทางเท้าฝั่ง

ตรงข้าม เด็กชายมองคาตารีนา แต่เธอยังเดินอย่างแน่วแน่ เธอข้ามถนน

เดินเข้าไปในปากของสัตว์ประหลาดพวกนั้น แต่โธมัสตัดสินใจไม่เดินตามเธอ

เขาเลี้ยวซ้าย คิดว่าจะเดินอ้อมเพื่อกลับบ้านคาตารีนาเดินไปได้ไม่กี่ก้าว พวกนั้นก็กระโจนเข้าใส่เธอ อันน์-ครีสตีน

ยิ้มล้อเลียนด้วยสายตาเอาเรื่อง แล้วกระชากหมวกที่เธอใส่โยนไปให้ฮอนส์ หรือ

คิงฮอนส์ ท่ามกลางเสียงกรีดร้อง ผสานเสียงหัวเราะเชียร์ของกลุ่มเด็กๆ

โธมัสหยุดชะงัก ถามตัวเองว่า เขาต้องกลับไปช่วยคาตารีนาดีไหม

ทันใดนั้นเอง มีคนหันมาเห็นเขา ฮอนส์ทำสัญญาณแล้วพุ่งเข้าใส่โธมัส

ผลักเขาจนล้มลง พวกเด็กๆ ตามมาเหมือนหมาหมู่ ทุกคนลืมเด็กหญิงคาตารีนา

ไปเลย เธองุนงงแต่ก็โล่งอก ครั้งนี้เธอรอดมาได้โดยไม่สะบักสะบอมเท่าไหร่นัก

เธอก้มลงเก็บหมวกที่ยังขาวสะอาดสวมกลับ แล้วเดินไปนั่งรวมกลุ่มกับเด็กๆ

จ้องดูเหตุการณ์ตรงหน้า

...

หัวหน้าแก๊งเด็กนี้เป็นใคร มาจากไหน? เด็กคนที่ทำให้เพื่อนๆ ยี่สิบกว่าคนกลม

เกลียวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แล้วจับเด็กชายตัวเล็กๆ มัดไว้กับเสา ในขณะที่

เด็กอีกพวก ไปเก็บก้อนหินมาขว้างใส่เขา

โธมัสขัดขืนไม่ได้ เขาต้องนอนหมอบบนพื้นที่เปียกแฉะหนาวเย็น

เขานิ่งเงียบ ไม่ขยับ ทำได้แค่มองเพื่อนๆ ที่ปาก้อนหินใส่ตัวเอง โดนเข้าที่หัว

ใบหน้า ตามเนื้อตัวเขา เด็กคนหนึ่งจับหัวเขากระแทกเสาหลายครั้ง อีกคนเอา

เชือกฟาดเขา เด็กที่ไม่ได้ร่วมวงด้วยก็นั่งดูพลางหัวเราะ ไม่ก็กระซิบกระซาบกัน

ด้วยความดูถูก เด็กบางคนดูเฉยๆ ส่วนคาตารีนาลุกเดินจากไป อย่างน้อยตอนนี้

ตัวเธอเองก็ได้รับการยอมรับจากเด็กๆ กลุ่มนี้

คนเป็นครูเดินออกไปจากโรงเรียน หล่อนเห็นเด็กชายถูกมัด เห็นเด็กๆ

เล่นกัน หล่อนยกมือทักทายกลุ่มเด็กผู้หญิงที่เดินสวนมา

แล้วพวกเด็กๆ ก็หยุดกึกกะทันหัน ทั้งกลุ่มกระจัดกระจายหายไป

ภายในสามสิบวินาที ต่างคนต่างเดินกลับบ้านเหมือนปกติ บ้างก็เดินกลับ

คนเดียว บ้างก็เดินกลับเป็นกลุ่ม

ที่บนทางเท้า เหลือเพียงเด็กชายตัวเล็กๆ วัยหกขวบ ฟกช้ำดำเขียวไป

ทั่วตัว ความทุกข์ทรมานของเขานั้นหนักหนาเกินกว่าที่เขาจะเอาชนะมันได้

...

 

แวร์เนอร์ วอน เฮเด็นสตอม (Verner von Heidenstam, 1859-1940) เป็น

กวีนักเขียนชาวสวีดิช ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมในปี 1912 งานส่วนใหญ่ของเขา

จะเป็นการบรรยายถึงผู้คน ชีวิต และประเพณีของสวีเดน

บันดี (bandy) เป็นกีฬาฤดูหนาวที่เล่นบนน้ำแข็ง มีอีกชื่อหนึ่งเรียกว่า ฮอกกี้รัสเซีย

(Russian hocky) การเล่นจะแบ่งเป็นสองทีม ทีมละสิบเอ็ดคนเหมือนฟุตบอล ผู้เล่นจะ

สเกตไปบนลานน้ำแข็งขนาดเดียวกับสนามฟุตบอล ใช้ไม้ตีลูกบอลให้เข้าประตูของฝ่าย

ตรงข้าม