Click to Sanskrit Homepage
   สินค้าในตะกร้า (จำนวน 0 เล่ม) check out
search
my lines

 

my bookmark

ข้อมูลหนังสือ

เมืองคลุมหน้า

City of Veils

ผู้แต่ง : โซอี เฟอร์รารีส
ผู้แปล : ศุภลักษณ์ สนธิชัย
ราคา 330  บาท 


add to cart


งานเขียนชิ้นโบแดงของผู้ประพันธ์หนังสือสืบสวนกระหึ่มโลก 7 รางวัล ''บุรกา อาฆาต''

 

เรื่องย่อ


คดีลึกลับของชะตากรรมผู้หญิงในประเทศซาอุดิอารเบีย ที่ถูกคลี่คลายโดยฝีมือของหนุ่มเบดูอินผู้ทรนงกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานสาว และสารวัตนักสืบ คดีฆาตกรรมซ่อนเงื่อนที่คั่งแค้นไปด้วยเงื่อนปมแห่งขนบที่ฝังรากลึกลงไปในจิตใจของบุรุษเพศดินแดนทะเลทราย

ทดลองอ่าน


 

1
 
ร่างของผู้หญิงคนหนึ่งนอนอยู่บนชายหาด ทันทีที่เห็นเธอ ไม่รู้อะไรทำให้เขาคิดถึงคำว่า ''หลุมศพของอีฟ'' มันไม่ใช่หลุมฝังศพธรรมดาในเจดดาห์ ที่ถูกกลบฝังไปหมดตั้งแต่ปี 1928 ไม่เหมือนหลุมฝังศพที่ถูกรถไถกลบฝังซ้ำอีกครั้งเมื่อปี 1975 หลุมศพที่มีสีสันนี้ เป็นเพียงชายหาดเรียวยาวทางตอนเหนือของเมืองเจดดาห์
          บ่ายวันนั้น อาบู ยูซุฟ แบกเครื่องมือหาปลาเดินตามทางลาดลงไปยังหาดทราย เมื่อก่อนนี้การตกปลาเป็นกีฬา ที่เขาชอบมากกว่าจะจับปลามาเป็นอาหาร แต่หลังจากถูกออกจากงาน เมื่อบริษัทมีการปรับปรุง องค์กรใหม่ เขาจึงต้องยึดการหาปลาเป็นอาชีพหาเลี้ยงครอบครัว เขาอายุหกสิบสองปีแล้ว ผิวคล้ำของเขามาจากสายเลือดของมารดา การทำงานกลางแจ้งมาเกือบตลอดชีวิต ทำให้ร่างกายเขายังแข็งแกร่งราวคนหนุ่มอายุสี่สิบ เขาเดินเรื่อยๆ ไปยังริมน้ำ ถึงแม้ว่าการหาเลี้ยงครอบครัวด้วยการหาปลา จะไม่ค่อยมั่นคงนัก แต่เขาก็พอใจ เมื่อทอดสายตาไปตามชายหาด เขาก็ เห็นเธอ ผู้หญิงที่ทำให้เขาคิดถึงอีฟ
          เขาวางถังใส่เหยื่อลงบนพื้นทราย ค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้ร่างของผู้หญิงคนนั้นอย่างระวัง ถ้าหากเธอเพียงแต่นอนหลับไป เธอจะตกใจเมื่อลืมตามาเห็นเขาเข้า อาจคิดว่าเขาเป็นปีศาจก็ได้ เธอนอนตะแคง เส้นผมสีดำรุ่ยร่ายแผ่คลุมศีรษะราวกับหนวดยุ่มย่าม ของสัตว์พิษที่อยู่ใต้ทะเล สาหร่ายที่ติดอยู่บนเสื้อคลุมของเธอพะเยิบพะยาบราวกับมีชีวิต เธอนอนทับแขนข้างหนึ่ง ส่วนแขนอีกข้างอยู่บน
พื้นทรายเปลือยเปล่า ยื่นออกมาเหมือนกำลังขอความปรานีี ไม่ผิดอะไรกับคนฝันร้ายที่ไขว่คว้าหาที่พึมือของเธอ มีร่องรอยเหมือนถูก
ไฟลวก ท่อนแขนมีแผลถูกของมีคมบาดลึกหลายรอย ร่างกายท่อนล่างของเธอเปิดเปลือย เพราะชายเสื้อคลุมถูกกระแสน้ำพัดตลบขึ้นมาจนถึงเอว กางเกงยีนส์ที่เธอสวมอยู่หลุดลงมาพันอยู่รอบๆ ข้อเท้า เขาเลื่อนสายตาขึ้นไปดูซีกหน้าด้านที่อยู่บนทราย ส่วนของใบหน้าที่เป็นแก้มกับริมฝีปากของเธอหลุดหายไป ผิวหนังส่วนอื่นๆ บวมอืดแดงคล้ำ หน้าผากเธอมีแผลฉกรรจ์เปิดอ้า นัยน์ตาข้างหนึ่งเบิกโพลง ดวงตาที่ไม่มีแววของคนตาย
          ''บิสมาอัลลอฮ์ อาร์-ราห์มาน อาร์-ราห์ฮีม โอ...อัลลอฮ์ พระเจ้าผู้ทรงยิ่งใหญ่ พระเจ้าผู้ทรงเมตตาปรานี'' เขากระซิบสวดมนต์ ขณะจ้องมองเธออย่างตื่นตระหนก เขารู้ดีว่าไม่ควรมอง ไม่ควรมองจนภาพนี้ติดอยู่ในความทรงจำแต่มันยากเหลือเกินที่จะบังคับตัวเองให้เบนสายตาไปทางอื่น ขาข้างซ้ายของเธอ
          ครึ่งหนึ่งฝังอยู่ใต้พื้นทราย เขาอยู่ใกล้จนเห็นรอยแผลเป็นน่าเกลียดขนาดใหญ่ที่ต้นขาของเธอถนัดตา ผิวหนังส่วนอื่นๆ ขาวซีดอืดบวม ทั้งที่รู้ดีว่าไม่ควรแตะต้องเธอ แต่เขาเกิดความปรารถนาล้ำลึกที่จะหาอะไรมาคลุมร่างเธอ อย่างน้อยก็เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของเธอไว้เขาต้องเดินกลับขึ้นไปที่ถนนใหญ่เพื่อหาสัญญาณโทรศัพท์ ตำรวจมาถึงสถานที่เกิดเหตุก่อน หลังจากนั้นกลุ่มเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานก็มาถึง อาบูยูซุฟ ยืนคอย กำเบ็ดตกปลาในมือแน่น ถังใส่เหยื่อตกปลาวางอยู่แทบเท้าเจ้าหน้าที่หนุ่มคนที่มาถึงก่อนใคร พูดจากับเขาอย่างสนิทสนม ทั้งยังเรียกเขาว่า ''คุณลุง'' ดื่มน้ำมั้ยครับ? ผมเอาเก้าอี้มาให้คุณลุงนั่งดีมั้ยครับ? แล้วก็สอบถามเขาอย่างสุภาพ ครับ... คุณลุง มันเป็นเรื่องสำคัญ ขอบคุณครับ
          ขณะที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานทำงาน อาบู ยูซุฟ รู้สึกอ่อนเปลี้ยขึ้นมาเขารู้ว่าถ้าหลับตาลงเมื่อใด เขาจะไม่มีวันได้หลับอย่างเป็นสุขแน่ เขาทอดสายตามองออกไปในทะเล ปล่อยใจให้ล่องลอยไปไกล อีฟ... ที่ฝังศพของเธออยู่ในเมือง มันฟังดูแปลกพิกล ที่อีฟจะมาถูกฝังอยู่ในเจดดาห์ และอาดัม คู่ของเธอถูกฝังอยู่ในเมกกะ พวกเขาทั้งสองถูกแยกจากกันทันทีที่ถูกขับออกมาจากสวนสวรรค์อีเดนอย่างนั้นหรือ? หรือว่าอาดัมสิ้นลมหายใจไปก่อนแล้ว เหมือนผู้ชายทั้งหลายในวันนี้ที่มักตายก่อน ทำให้อีฟต้องระเหเร่ร่อนใช้ชีวิตอย่างเดียวดาย ย่าของเขาที่ล่วงลับไปนานแล้วเคยเล่าให้ฟังว่า เมื่อย่ายังเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ ย่าเคยเห็นหลุมศพของอีฟซึ่งตัวสูงตั้ง 180 เมตร ก่อนที่หลุมศพนั้นจะถูกทำลายไปโดยคนของกษัตริย์ ย่าบอกว่าหลุมศพนั้นยาวกว่ากองคาราวานอูฐของพ่อของย่าเสียอีก
          เจ้าหน้าที่คนหนึ่งก้มลงเหนือศพ อาบู ยูซุฟ ขยับตัว มองดูแขนเปลือยเปล่าของเด็กสาวคนนั้นเป็นครั้งสุดท้าย อัลลอฮ์โปรดรับเธอไปด้วยเถิด เขาก้มลงหยิบถังใส่เหยื่อตกปลา ทันใดนั้นก็รู้สึกหน้ามืด เขารีบสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เงยหน้าขึ้นมองถนน แล้วก้าวเท้าออกเดินด้วยเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ คุณลุงครับ ให้ผมช่วยมั้ยครับ? เสียงเจ้าหน้าที่อีกคนพูดขึ้นใกล้ๆ เขาเป็นชายร่างสูงกว่าคนแรกใบหน้าสง่างามราวเทวรูปหินอ่อน เขาไม่ยอมให้แกปฏิเสธแต่กรากเข้ามาพยุงแขนแก พาเดินไปด้วยกันช้าๆ ในใจแกนึกถึงอีฟระหว่างที่เดินไปเรื่อยๆ อิสตรีที่ยิ่งใหญ่ปานนั้น สามารถก้าวข้ามชายหาดนี้ไปเพียงก้าวเดียวเท่านั้น น่าเวทนานักที่สาวสมัยใหม่อ่อนแอและบอบบางอย่างเธอต้องถูกกระทำเช่นนี้