Click to Sanskrit Homepage
   สินค้าในตะกร้า (จำนวน 0 เล่ม) check out
search
my lines

 

my bookmark

ข้อมูลหนังสือ

สโตนอินทูสคูล

Stones into Schools

ผู้แต่ง : เกร็ก มอร์เทนสัน
ผู้แปล : คำเมือง
ราคา 350  บาท 


add to cart


 - เปลี่ยนก้อนหินให้เป็นโรงเรียน
ภาคต่อของ ทรีคัพออฟที แฟนๆ ทรีคัพออฟที พลาดไม่ได้อย่างเด็ดขาด

''ตอนที่คุณยื่นเงินก้อนนี้ให้กับคนอีกฟากหนึ่งของโลก คนพูดเป็นนักธุรกิจท้องถิ่นที่พูดพลางน้ำตาซึม “ช่วยบอกแค่ว่ามันมาจากเมืองเล็กๆ ในเทือกเขาโคโลราโด เพื่อให้ลูกสาวของพวกเขาได้ไปโรงเรียน''

 

เรื่องย่อ


ผมเห็นเด็กนั่งเรียนหนังสือในคอกสัตว์  ในตู้คอนเทนเนอร์ ในโรงรถหรือกระทั่ง ในส้วมสาธารณะความกระหาย ในการศึกษาของที่นั่นไม่มีขีดจำกัด   ชาวอัฟกันต้องการให้ลูกหลานไปโรงเรียน เพราะการรู้หนังสือเป็นความหวัง ของความเป็นไปได้ที่จะควบคุมชะตากรรมของตัวเอง

...
 
''ขุนเขาเหล่านี้ได้รู้เห็นความทุกข์และการฆ่าฟันมามากเกินพอแล้ว หินทุกก้อนผาทุกแผ่น ที่คุณเห็นคือตัวแทนของมูจาฮาดีน ที่สละชีวิตสู้กับรัสเซีย หรือตอลีบัน บัดนี้เมื่อการสู้รบสิ้นสุดลง มันเป็นเวลาที่เราจะสร้างสันติภาพ และก้าวแรกคือ เก็บก้อนหินมาสร้างโรงเรียน''   
... 
 
16 ปีที่ผ่านมา เกร็ก มอร์เทนสัน ได้สร้างโรงเรียนแล้วกว่า 130 แห่งในดินแดนทุรกันดารบนเทือกเขาอัฟกานิสถานและปากีสถาน ที่ซึ่งเป็นจุดกำเนิด ของเรื่องราวอันงดงามของมิตรภาพจากหนังสือทรงพลังกระหึ่มโลก ''ทรีคัพออฟที''

ทดลองอ่าน


บทนำ

เมื่อหัวใจเปิดออก และเรียนรู้ที่จะอ่าน
ใบไม้บนต้นทุกใบ จะกลายเป็นหน้าหนังสือ

ซาอาดีแห่งชิราซ

...........................

ภาค 1

สัญญา

...........................

บทนำ

การให้การศึกษา และอำนาจแก่สตรีทั่วโลกใบนี้
ไม่มีทางที่จะไม่คืนผลลัพธ์มาให้ เป็นชีวิตที่มีความห่วงใย
ความอดทนยอมรับ ความชอบธรรม และความสุขสงบเพิ่มขึ้นโดยถ้วนหน้ากัน

ออง ซาน ซู จี

 

ช่องเขาเออร์ชาดเป็นหนึ่งในสามช่องเขาใหญ่ ที่เปิดทางให้ผู้คนได้เดินทางผ่านเทือกเขาฮินดูกูชขึ้นเหนือสู่ซอกมุมที่ถูกลืมของอัฟกานิสถานได้ ตลอดแนวสูงสุดของช่องเขานี้  พื้นดินปราศจากหิมะปกคลุมเพียงปีละสี่เดือน อากาศหรือก็แสนจะเบาบางเสียจนมีเรื่องเล่าว่าพ่อค้าที่อาศัยเส้นทางนี้ใช้มีดเฉือนรูจมูกลาให้กว้างขึ้นเพื่อช่วยให้มันหายใจสะดวกขึ้น จากจุดสูงสุดในปากีสถาน เส้นทางชัน เกลื่อนเศษหินขรุขระลาดยาวลงไปจรดหุบเขาใหญ่ลึกที่บังคับให้ต้องโค้งหักศอก เบี่ยงออกอย่างเลี่ยงไม่ได้ นั่นหมายความว่า ใครก็ตามที่รออยู่ที่ปลายช่องเขาเออร์ชาดด้านทิศใต้จะไม่เห็นเลยว่า มีใครกำลังข้ามช่องเขาลงมาจากทางเหนือจนกระทั่งนาทีสุดท้าย นั่นคือเหตุที่ทำให้ผมพลาดจังหวะที่กองทหารม้าชาวเคอร์กิซ ข้ามช่องเขาเข้ามาสู่ปากีสถานในเดือนตุลาคมปี 1999
          สายตาคมกริบของซาร์ฟราซ ข่าน พรานล่าแพะภูเขา อดีตคอมมานโดมือพิการข้างหนึ่ง ที่สังเกตเห็นพวกเขาก่อนใคร ตอนขบวนม้าเพิ่งอ้อมพ้นโค้งมาในระยะห่างครึ่งไมล์ ทันทีที่เห็นขบวนม้าซาร์ฟราซดีดตัวขึ้นจากผ้าห่มที่เราใช้ปูรองนั่ง กระโจนไปที่รถแลนด์โรเวอร์ กระชากประตูเปิด เอากำปั้นกดแตรถี่กระชั้น
          ''พวกเขามากันแล้ว พวกเขามากันแล้ว'' เขาส่งเสียงตะโกนก้องอย่างระงับความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่  ''วาซดี วาซดี ทำดีมาก''
          ผมกำลังจะจิบ นีเม็ค ชอย (ชาผสมเกลือ) อีกอึกหนึ่ง เราจิบชานี่กันมาตั้งแต่เช้า เพื่ออาศัยความอุ่นต่อสู้กับกระแสลม และละอองฝนเย็นเฉียบ  แต่มือผมชะงักค้างกลางอากาศเมื่อยกถ้วยมาได้ครึ่งทาง ก่อนจะวางมันกลับ ขณะจ้องมองขบวนม้าที่ตรงเข้ามา
          มันเป็นภาพน่าตื่นตา
          พวกเขามีด้วยกันสิบสี่คน ควบตะบึงฝ่าม่านฝนอันเย็นเยียบตรงมาอย่างรวดเร็ว แม้จะอยู่ห่างออกไป เกือบพันหลาแต่ท่วงทำนองเก่าแก่ของเหล่าอัศวานึกอันประกอบด้วยเสียงกีบเท้ากระทบพื้นก้องกังวาน ระคนเสียงบังเหียนโลหะในปากม้ากระทบกัน ยังดังฝ่าอากาศบนยอดเขาสูงมาถึงหูเราอีกทั้งเรายังสามารถได้ยินเสียงหนังเปียกชื้นครางเมื่อถูกรั้งตึง และเสียงก้อนดินที่กีบเท้าม้าตะกุยลอยข้ามหัวผู้กุมบังเหียนไปตกลงบนพื้นด้านหลังดังแปะๆ  
          คนที่นำหน้าขบวนอยู่ในเครื่องแต่งกายที่เหมือนไม้ปัดฝุ่นกรำฝนบู๊ตหนังสีดำสูงถึงเข่า ถัดขึ้นไปเป็นกางเกง ผ้าสักหลาดสีทึบที่เป็นมันวาวเพราะไขแกะ เขามีปืนลี เอ็นฟิลด์ของอังกฤษที่บ่งบอก การใช้งานมาอย่างโชกโชนสะพายกลางหลัง เข็มขัดที่เอวเส้นโตเสียจนคลุมบริเวณหน้าท้องได้หมด สวมหมวกปีกหน้าทรงตั้ง แบบยุคโซเวียตชายหมวก ที่ปิดหูทั้งสองข้างพะเยิบขึ้นลงตามจังหวะเคลื่อนไหวของม้า พวกนักรบที่ตามหลังมามีปืนเอเค-47 กับอาวุธอื่นๆ ติดตัวอีกล้นหลาม โดยสะพายสายกระสุนหนักอึ้งพาดขวางไหล่ม้าทุกตัวไม่ว่าจะเป็นของผู้นำ หรือนักรบด้านหลัง ล้วนเป็นพันธุ์ขาสั้น ตัวป้อม เหงื่ออาบเป็นมันเลื่อม
          ขบวนม้าตรงมาหาเราโดยไม่ชะลอ จวบจนวินาทีสุดท้าย คนบนหลังม้าจึงพากันรั้งบังเหียน บังคับม้าให้หยุดลงอย่างฉับพลัน ก่อนจะเหวี่ยงตัวไพล่ลงจากอานม้าโดยพร้อมเพรียงกัน งามสง่าเหมือนแมวแม่นยำ เป็นธรรมชาติ เป็นการเคลื่อนไหวที่สมบูรณ์แบบ คนที่ทำอย่างนี้ได้ มีเฉพาะคนที่ใช้ชีวิตอยู่บนหลังม้าตลอดมาเท่านั้น

          ตอนนี้ ผมเห็นแล้วว่า คนนำขบวนเป็นชายหนุ่มหนวดเครารุงรัง ใบหน้าแบนๆ ผิวหน้าสีทองแดงที่กรำแดดลม ร่างเตี้ยแต่แข็งแรงเพราะชีวิตตรากตรำ ลักษณะที่หลอมรวมเข้าด้วยกัน ทำให้ดูประหนึ่งว่า เขาก้าวออกมาจากสายธารของกาลเวลาที่ไหลเรื่อยไม่เคยหยุดยั้งนับย้อนขึ้นไปสี่สิบหรือห้าสิบชั่วคน บรรพชนผู้เร่ร่อนของเขาคือ นักรบบนหลังม้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักเมื่อลงมายืนบนพื้นโคลนแล้ว ชายหนุ่มผู้นำขบวนก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋า  หยิบยาเส้นสีเขียวสำหรับเคี้ยวขึ้นมา พลางทักทายเราตามธรรมเนียม อัสลาม อะลกุม จากนั้นจึงเล่าต่อเบาๆ อย่างสุภาพว่าเขากับคนของเขาขี่ม้าโดยไม่หยุด มาหกวันแล้ว
            การณ์ปรากฏว่า พวกเขาถูกสั่งให้เดินทางมาในฐานะตัวแทนสันถวะของ คอมมานฑาน อับดุล ราชิด ข่าน ผู้นำเคอร์กิซ กลุ่มสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่
... 

บนยอดพามีร์ ผืนแผ่นดินแร้นแค้นที่พวกเขาเพิ่งควบม้าจากมา ซึ่ง ณ เวลานี้มีสภาพการดำรงชีพที่ลำบาก แสนสาหัสจนถึงขั้นที่ พอถึงฤดูหนาว ครอบครัวของพวกเขา รวมถึงฝูงสัตว์เลี้ยงที่มีอูฐ แกะและจามรีนั้นแทบอดตาย แต่กระนั้น ท่ามกลางความขาดแคลน
ที่ผู้คนของอับดุลราชิดเผชิญอยู่ สิ่งที่ คอมมานฑาน ประสงค์มากที่สุด กลับเป็นความปรารถนา ที่จะให้ลูกหลานของพวกเขาได้
เล่าเรียนเขียนอ่าน ด้วยเหตุนี้ นักรบบนหลังม้าตรงหน้าผม กับคนของเขาจึงได้ข้ามช่องแคบเออร์ชาดมา
          เขาอธิบายต่อว่า ในหลายปีที่ผ่านมามีเรื่องเล่าแสนประหลาดที่ค่อยๆ แพร่ซึมจากลาดเขาด้านทิศใต้ของฮินดูกูช เข้าไปในแผ่นดินสูงพามีร์ เรื่องนั้นเล่าถึงนักปีนเขาชาวอเมริกันลึกลับที่กล่าวกันว่า ได้สร้างโรงเรียนหลายแห่งในหุบเขาที่ห่างไกลความเจริญที่สุดของปากีสถาน ที่ซึ่งรัฐบาลเจ้าของประเทศดูเหมือนจะไม่สนใจ และองค์กรพัฒนาเอกชนจากต่างประเทศปฏิเสธที่จะเข้าไป ทำงาน ยังมีคำร่ำลือไปอีกว่า โรงเรียนที่ชายคนนี้ก่อตั้งขึ้นมานั้นนอกจากจะให้การศึกษาแก่เด็กชายแล้วประตูโรงเรียนยังเปิดไว้สำหรับเด็กหญิงที่ประสงค์จะรู้หนังสือด้วย
          เมื่อเรื่องเข้าหูอับดุล ราชิด ข่าน ว่าคนอเมริกันผู้สร้างโรงเรียนมีกำหนด จะมาเยี่ยมหุบเขาชาร์เพอร์สัน เขาจึงส่งหมู่อัศวานึกที่แข็งแกร่งที่สุด และม้าที่ฝีเท้าจัดที่สุดออกมาตามหาผู้ชายคนนี้ และถามเขาว่าจะมาอัฟกานิสถาน เพื่อสร้างโรงเรียนแก่บุตรธิดาชาวเคอร์กิซได้หรือไม่

          มีอยู่ไม่กี่เรื่องเท่านั้นที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ในดินแดนด้อยความเจริญ แถบตะวันตกของเทือกเขาหิมาลัย แต่ภารกิจของผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าผมถือว่าเร่งด่วนเป็นพิเศษ พายุฤดูหนาวระลอกแรกของปี 1999 ได้เคลื่อนลงมาสู่
ฮินดูกูชแล้ว ถ้านักรบเหล่านี้ไม่กลับไปก่อนที่หิมะจะปิดเส้นทางบนจุดสูงสุดของช่องแคบเออร์ชาด มันเป็นการ เสี่ยงที่พวกเขาจะถูกตัดขาดจากบ้านและครอบครัว ไปจนกว่าฤดูใบไม้ผลิจะมาเยือนถ้าให้ดี พวกเขาควรจะได้ควบขึ้นเหนือ ผ่านช่องเขากลับไปพร้อมคำตอบของผมในทันทีหรืออย่างช้าไม่เกินเช้าวันพรุ่งนี้
          ''วาไลกุม ซาลาม (ขอสันติจงบังเกิดแก่คุณเช่นกัน)'' ผมตอบ ''ผมเข้าใจดี ว่าคุณมีเวลาน้อย แต่ก่อนอื่น ขอให้พวกเราไปที่บ้านเพื่อนผม ซาร์ฟราซ ข่าน เพื่อคุณกับคนของคุณจะได้กินอาหารและพักผ่อน”ผมบอกผู้นำของกลุ่มนักรบบนหลังม้าอย่างนั้น ''หลังจากนั้น เราจึงจะคุยกันเรื่องความประสงค์ของอับดุล ราชิด ข่าน เราจะมาถกกันว่าเป็นไปได้หรือไม่ ที่จะสร้างโรงเรียนที่นั่น''