Click to Sanskrit Homepage
   สินค้าในตะกร้า (จำนวน 0 เล่ม) check out
search
my lines

 

my bookmark

ข้อมูลหนังสือ

พยานมรณะ

Witness the Night

ผู้แต่ง : คิชวาร์ ดีไซย์
ผู้แปล : อุษา ฤทธาภิรมณ์
ราคา 320  บาท 


add to cart



 

เรื่องย่อ


แห่งหนึ่งในอินเดีย  ภายใต้คฤหาสน์เก่าแก่หลังงาม เด็กหญิงวัย 13 ปี ถูกมัดอยู่บนเตียง ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลโชกเลือด เธอถูกทำร้าย และถูกข่มขืน แต่เธอรอดชีวิต ในขณะที่พ่อ แม่ พี่ น้อง ทุกคนในครอบครัว ถูกฆ่าตายถึง 13 ศพในคืนเดียว เด็กหญิงเพิ่งฟื้นหลังจากต้องรักษา ตัวอยู่ในโรงพยาบาลนานถึง 3 เดือน แต่เธอปิดปากเงียบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในขณะที่ใครๆ ต่างพากันเชื่อว่าเธอคือคนที่ลงมือสังหาร

          ซิมราน นักสังคมสงเคราะหฺ์สาวใหญ่ที่สัญชาตญาณบอกเธอว่า คดีนี้มีหลักฐานบางอย่างที่ชัดแจ้งเกินไป ทำให้เธออยากค้่นความจริง ให้ปรากฎ แต่เธอต้องทำให้สาวน้อยเปิดปากให้ได้ และเมื่อเธอเข้าไปลึกมากขึ้น เธอต้องเผชิญความจริงที่น่าสยดสยอง ความจริงที่เพศหญิง ชาวอินเดียต้องเจอะเจอ ความจริงที่โหดร้ายทารุณ และยังคงเป็นปัญหาเงียบเชียบขนาดใหญ่ของสังคมอินเดียทุกวันนี้

ทดลองอ่าน


บทที่1

9/9/07

คุณขอให้ฉันเขียนบันทึกความ รู้สึกนึกคิด แต่ยังมีคำถามมากมายในใจ ฉันยังมีความหวาดกลัวมากมาย ก่อนอื่นฉันต้องขจัดความกังวลทิ้งไปแล้วฉันจึงจะคิดอะไรๆ ออก คุณไม่เข้าใจหรอกว่ามันเจ็บปวดเพียงใด ไม่มีใครเข้าใจหรอก

         คนเราจะหลีกหนีความทารุณจากความฝันได้อย่างไรเล่า เสียงฝีเท้าที่จะนำคุณกลับไปยังบ้านที่เต็มไปด้วยวิญญาณคอยหลอกหลอนเรา บ้านที่มีใบหน้าจ้องมองเราอยู่ทางหน้าต่าง ทุกดวงหน้าเราเคยรู้จักและเคยเป็นที่รัก บัดนี้เหลือเพียงดวงตาที่แดงช้ำไปด้วยเส้นเลือดและริมฝีปากดำคล้ำ มืออ่อนเปลี้ยร่างกายอ่อนปวกเปียกไร้เรี่ยวแรง แต่ยังคงถวิลหา พวกเขาทุกคนสงบเงียบเชียบความเศร้าสร้อยความโศกเศร้าอันหนาหนัก ที่ค่อยๆไหลซึมออกมาจากจิตใจ กลับไหลย้อนลงไปอุดลำคอจนเปล่งเสียงออกมาไม่ได้ เรือนผมสีซีดๆยาวสยายห้อยร่องแร่งเหมือนสาหร่ายสีเขียวห้อยย้อย กระนั้นรอบๆร่างที่นอนระเนระนาดของพวกเขา ก็อบอวลไปด้วยกลิ่นคละคลุ้งของการฆ่าฟันที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ๆ เนื้อที่เท้าของพวกเขาถูกฉีกออกเป็นอาหารของพวกสุนัขที่แสนประหลาด และไม่เคยส่งเสียงเห่าหอนเลยพวกมันจะรู้ไหมว่านั่นเป็นเนื้อหนังของใคร พวกมันจะบอกได้อย่างไรเล่า? เนื้อมนุษย์มีรสชาติแตกต่างไหม มีความซื่อสัตย์ใดซุกซ่อนอยู่ในดีเอ็นเอของสัตว์เดรัจฉาน ที่ทำให้พวกมันบอกความแตกต่างได้หรือไม่ ไม่มีอะไรในบ้านหลังนี้เป็นไปอย่างที่ควร เพราะบัดนี้มีกลิ่นอีกกลิ่นที่ฟุ้งกระจายอบอวลขึ้นเรื่อยๆ กลิ่นเนื้อไหม้นั่นเอง บ้านหลังนี้เป็นกองฟอนเผาศพและยังต้องเก็บรวบรวมดอกไม้กันอีก…ใช้คำว่า ดอกไม้เพราะนั่นเป็นคำที่ใช้เรียกเถ้ากระดูกหลังศพถูกเผา มันจะกลายสภาพเป็นดอกไม้สีขาว

         ฉันลูบไล้และจุมพิตทุกใบหน้าที่ปรากฏตามหน้าต่าง ดอกไม้สีขาวเหล่านั้นจะถูกเทลงในโกศดินเผาแล้วนำไปถ่วงในพระแม่คงคาฟองน้ำ จากสายนทีไร้ความปรานีอันขุ่นมัว จะอุบัติขึ้นและตะครุบโกศแต่ละใบไว้ในนิ้วมือที่หิวกระหาย แล้วคว้าพวกมันไปจากมืออันหมดหนทางสู้ของฉันไปอย่างรวดเร็ว ฉันจะสวดมนต์ให้โกศแต่ละใบสิบสามบท พึมพำท่องมนต์ที่ฉันถูกสั่งให้สวดสิบสามครั้งด้วยกัน
        
         บ้านหลังนั้นไหวโอนเอนในสายลมขณะที่ฉันจ้องมองดูมัน

         ฝนกำลังตก ฉันรักสายฝนเหลือเกิน ฉันยืนนิ่งสนิทอยู่ในสวนแน่วนิ่งอยู่ในอ้อมกอดแห่งรัตติกาล ปล่อยให้เม็ดฝนตกลงมาแตะต้องผิวกาย ฉันอยากให้สายฝนโอบไล้ให้ทั่วตัว ปล่อยให้หยาดน้ำตาไหลปนไปกับสายฝนที่กระหน่ำลงมา จนไม่อาจบอกความแตกต่างระหว่างน้ำฝนกับน้ำตากระทั่งทุกอย่าง ผสมผสานอยู่ในเนื้อตัวของฉัน ทั้งสายฝนก้อนเมฆสายลมฉันถูกเม็ดฝนหลายพันเม็ดกระหน่ำใส่จนตัวด้านชา ตามองไม่เห็นอะไรเลย แม้ยามเงยแหงนมองท้องฟ้ากว้างโล่ง ฉันจึงมองไม่เห็นบ้านหลังนั้นมองไม่เห็นใบหน้าตามหน้าต่างที่มองลงมาอย่าง รักใคร่อีกต่อไป ถ้าฉันหนีได้ฉันก็จะหนีแต่ฉันจะไปไหนดีล่ะ?

         ฉันหันหลังกลับไปที่ถนนโล่งๆ อยากเรียกรถลากไปสถานีรถไฟแล้วเดินทางไปเดลีอย่างที่ได้รับคำสั่งมา แต่อะไรบางอย่างยังติดค้างอยู่ในใจ รอยเปื้อนบนขั้นบันไดหินอ่อนสีขาวนั่นคือรอยเลือดหรือเปล่า? ฉันหันหลังกลับไปอีกครั้ง ตัวสั่นเทาในสายฝนอันหนาวเหน็บพยายามใช้น้ำฝนชะล้างรอยเท้าของตัวเองให้หาย ไป แต่เลือดยังคงไหลรินออกมาจากบ้านหลังนั้นทำให้เกิดรอยเท้าขึ้นอย่างชัดเจน อีกรอบ มันเห็นได้ชัดแจ้งสมบูรณ์แบบฉันพยายามหนีจากมา เพราะเริ่มค่อยๆรู้สึกว่าบ้านหลังที่มืดมนตั้งทะมึนอยู่นั้นจะคงอยู่ชั่วนิ รันดร์ ราวกับมันถูกสร้างขึ้นมาพร้อมๆกับการสร้างโลก จะคงอยู่ตลอดกาลไม่มีวันหายไปไหนสิบสามใบหน้าอันอ่อนโยนเหม่อลอย ยังคงจ้องมองออกมาทางหน้าต่างแต่ละบานที่ฉันเปิดทิ้งไว้ เพื่อให้กลิ่นเนื้อและกระดูกไหม้จางหายไปบ้าง ด้วยแววตาไร้ชีวิตชีวานิ้วมือเกาะเกี่ยวความตายไว้แน่นหนาไม่ยอมปล่อย

แต่ฉันก็จากมาฉันหนีออกจากที่แห่งนั้นแต่ไม่ได้หนีไปไกลนัก

ฉันเพียงแต่ข้ามถนนและเขาก็รอฉันอยู่ที่นั่น ฉันยังร้องไห้ไม่หยุดเอาแต่เช็ดเลือดที่มือ เขาบอกว่าเราจะไปเดลีเพื่อเริ่มชีวิตใหม่ แต่ขณะยืนอยู่ใต้ร่มกันฝนเขาพูดว่าเราจะไปทันทีไม่ได้ เพราะเราต้องใช้เงินเขาบอกฉันว่าต้องทำอย่างไรบ้าง ฉันต้องกลับไปที่บ้านหลังนั้นและเมื่อพวกเขาพบตัวฉันฉันจะต้องร้องไห้เหมือน ที่กำลังร้องอยู่ตอนนี้ แล้วบอกว่าฉันไม่สบายฉันกำลังนอนหลับอยู่ในห้องรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะ กลิ่นเนื้อไหม้ เมื่อออกจากห้องฉันก็เห็นศพพวกนั้นฉันจึงได้แต่ร้องไห้คร่ำครวญกรีดร้อง เหมือนคนเสียสติ และแล้วก็มีผู้ชายคนหนึ่งข่มขืนฉันโดยที่ฉันไม่เห็นว่าเป็นใครเขาสวมเสื้อ ผ้าสีดำและใส่หน้ากาก พวกคนรับใช้หยุดงานกันหมดฉันไม่รู้จะทำอย่างไรรู้สึกวิงเวียนและแม้จะตะโกน ร้องให้คนช่วยก็ไม่มีใครได้ยินเพราะฝนตกหนักและเวลานั้นก็ดึกมากแล้ว

          เราสองคนจึงกลับเข้าไปในบ้านหลังนั้นเขาตบหน้าฉันเพราะฉันร้องไห้มากเกินไป จากนั้นเขาก็เอาเชือกมามัดมือฉัน สั่งให้ฉันพยายามดิ้นรนแก้เชือกเพื่อที่แขนจะได้มีรอยเชือกมัด มันต้องทำให้ดูเหมือนว่ามีคนพยายามจะทำร้ายฉันและจับฉันมัด แม้เราจะอยู่ท่ามกลางรอยเลือดและเนื้อหนังที่ไหม้เกรียม เขาก็ยังเลิกเสื้อฉันขึ้นแล้วบีบหน้าอกฉันจากนั้นก็พาฉันไปที่ห้องของฉันถอด กางเกงซัลวาร์ แล้วผลักฉันล้มลงบนเตียงฉันรู้สึกไม่สบายและไม่อยากทำอย่างที่เขาบอก แต่เขาพูดว่าเขาต้องทำแบบนี้กับฉันเพื่อให้เรื่องของเราน่าเชื่อถือและสม จริง ฉันสดับฟังสุ้มเสียงอันเคยคุ้นน่าเชื่อถือ จากนั้นจึงปล่อยตัวปล่อยใจไปกับสัมผัสและริมฝีปากของเขา

••

ฉัน สะดุ้งตื่นลืมตาจ้องมองเพดาน นาฬิกาบอกเวลาตีสาม แสงจากไฟหน้ารถที่แล่นผ่านมาเป็นระยะๆ ส่องสว่างเข้ามาในห้องทุกอย่างเงียบสงบอย่างที่เมืองชลันธร จะเงียบได้หลังจากหลายปีที่มักเกิดเหตุระเบิดก่อการร้ายอยู่เนืองๆ ปัจจุบันเหลือเพียงแสงไฟหน้ารถเท่านั้นฉันเอื้อมมือไปหยิบบุหรี่มามวนหนึ่ง เรื่องที่น่ายินดีของการไม่ต้องอยู่ร่วมห้องกับใครน่ะมีมากมายนักล่ะคุณจะ ผายลมก็ได้จะสูบบุหรี่โดยไม่ต้องถามก่อนว่า‘ขอสูบบุหรี่หน่อยได้ไหม?’ ก็ได้อีกฉันมองผ้าปูเตียงลายดอกไม้แล้วนึกไปถึงคุณแฟนคนสุดท้ายที่เคยนอนแผ่ ยาวเหยียดอยู่ตรงนั้นขนดกอ้วนรวยจะว่าไปก็ยังดีกว่าหัวล้านผอมแล้วก็ยากจน ไม่ใช่หรือ? แต่เขาดันติด‘คุณแม่จ๋า’ มากจนเกินทนเสียนี่

          ไอ้สายรกนี่มันก็ช่างเป็นของประหลาดดีแท้ ถ้าคุณเป็นผู้หญิงละก็ใครๆก็แทบจะทนรอตัดทิ้งไม่ไหว  แต่สำหรับเด็กผู้ชายน่ะหรือแม่จ๋าแทบจะกลั่นน้ำนมจากอกออกมาเป็นน้ำผึ้งแสน หอมหวานให้ดื่มกินเชียวละ ฉันเฝ้าดูคุณแฟนบิดตัวไปมาอย่างสุขใจในสายตาของคุณแม่จ๋า ขณะที่เงินงอกงามขึ้นเป็นล้านๆจากหุ้นและหลักทรัพย์ต่างๆเมื่อเงินงอกเงย ขึ้นมาเรื่อยๆ โดยไม่หยุดหย่อนในเมื่อหล่อนมีเพชรพลอยมากมายส่องประกายวิบวับไว้ชื่นชม

เพิ่มขึ้นเรื่อยๆแล้วหล่อนจะอยากได้ลูกสะใภ้ตัวดำๆใส่เสื้อชุดสีกากีแบบฉันได้ไงล่ะ ฉันพ่นควันออกเบาๆปัดคุณแฟนในห้วงคำนึงออกไป

          ฉันยังได้ยินเสียงตื่นตระหนกของคุณแม่จ๋าอยู่เลย เพชรนิลจินดาที่หล่อนสวมอยู่สั่นระริกวิบวับไปหมดทั้งตัว: ‘นี่ซิมรานเธอเคยแต่งงานมาแล้วเป็นคนซิกข์แล้วก็สูบบุหรี่ด้วย!’

          ฉันพลิกตัวไปมาบนเตียงพยายามหาท่าที่สบายที่สุด กลิ้งไปบริเวณที่คุณแฟนเคยนอนบ้านพักของกรมตำรวจแห่งรัฐปัญจาบนั้น มีแต่กลิ่นควัน ว่ากันว่าถ้าลองควันได้เข้าไปในอยู่ในท่อเครื่องปรับอากาศแล้วละก็ มันจะหมุนวนเวียนอยู่ในนั้นไปอีกหลายปีทีเดียว ก็เหมือนโรคย้ำคิดย้ำทำของฉันนั่นแหละ เป็นอาการที่ไม่สามารถลบล้างรายละเอียดอะไรแม้แต่อย่างเดียวออกจากสมองได้ เลย

          ฉันเฝ้าคิดถึงมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าลอยวนเวียนเหมือนควันอยู่ในหัวสมองเด็ก ผู้หญิงคนนั้น บ้านคุมขังระหว่างการพิจารณาคดีทฤษฎีของฉันซึ่งเป็นทั้งสมมุติฐานและฝันร้าย สถานการณ์ที่ฉันเฝ้าคิดทบทวนซ้ำๆอยู่ตลอดสามเดือน     สิ่งเดียวที่ทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจก็คือฉันไม่สามารถนำชิ้นส่วนมาปะติดปะ ต่อกันได้เลยมีผู้ชายที่เป็นคนนอกเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือเปล่านะ? เด็กหญิงปฏิเสธ—แต่เห็นได้ชัดว่าเธอถูกข่มขืนหรือว่ามันเป็นการฆ่าเพื่อ ป้องกันตัวกันแน่เธอฆ่าใครหรือเปล่าพี่ชายหรือพ่อของเธอเคยลวนลามเธอไหมตอน ที่พวกเขาพบเธอร่างกายของเธอเต็มไปด้วยบาดแผลและเลือดโชก—ทั้งเลือดของเธอ เองและเลือดของคนอื่นที่อาจจะมากถึงสิบสามคน—เป็นการยากที่จะสืบว่าเกิดอะไร ขึ้นและเธอก็แทบจะพูดไม่ได้อยู่แล้วเธอต้องเข้าโรงพยาบาลถึงสามเดือนเพิ่ง ถูกนำตัวมาพักฟื้นที่ห้องใกล้ๆเรือนจำโดยอยู่ภายใต้การควบคุมตัวของศาล

          นี่คือสิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกกังวลสัญชาตญาณอะไรบางอย่างบอกฉันว่าหลักฐานที่ มีมันชัดแจ้งเกินไปจากประสบการณ์ฉันรู้ว่าเราต้องตั้งคำจำกัดความของขอบเขต เหตุการณ์ใหม่—ลบล้างกำแพงที่ขวางกั้นเราออกไปและในฐานะนักสังคมสงเคราะห์ อาชีพที่ไม่ได้รับเงินเดือนหรือที่เรียกกันอย่างหยาบคายว่าเอ็นจีโอ-วาลี5 (และนักจิตวิทยาสมัครเล่น) ฉันตกใจมากที่ได้พบเด็กกำพร้าอายุสิบสี่ปีผู้น่าสงสารและทนทุกข์ทรมานคนนี้ ฉันไม่เคยพบเห็นอะไรที่น่าเศร้าถึงเพียงนี้  ตลอดยี่สิบห้าปีอันเลวร้ายที่ผ่านมาฉันอ่านบันทึกที่จดไว้และได้พบว่าสมาชิก ทุกคนในครอบครัวของเธอถูกวางยาพิษอย่างไรเหยื่อบางคนถูกมีดแทงจนตายแต่เพราะ ไม่มีหลักฐานหรือลายนิ้วมืออื่นใดของใครๆเธอจึงกลายเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับ หนึ่งและต้องอยู่ภายใต้การสอบสวนหลังจากที่ตำรวจสรุปคดีได้เธออาจต้องอยู่ใน กระบวนการฟ้องร้องไปอีกหลายปีอย่างแน่นอนเพราะมีคดีความในอินเดียเพียงไม่ กี่คดีที่จะได้รับการพิจารณาในศาลคดีโดยทั่วๆไปต้องรออย่างน้อยยี่สิบปีถึง จะได้รับการพิจารณาถึงตอนนั้นเธอจะมีอายุสามสิบสี่ปีแล้วและคงไม่สามารถกลับ เนื้อกลับตัวอะไรได้และถ้าหาก

ไม่ได้ตัวฆาตกรเธอก็คงต้องกลายเป็นฆาตกรไปจริงๆจนได้

          ฉันจุดบุหรี่มวนใหม่อีกมวนให้ตายสิไฟฟ้าดับอีกแล้วใครจะอยากอยู่ประเทศที่มี แต่โกงกินกันแบบนี้นะพวกนั้นจะเอาคุณตายเลยล่ะถ้าไม่ยอมจ่ายภาษีแต่ถ้าคุณ เกิดหลวมตัวเลือกพวกรัฐมนตรีงี่เง่าพวกนี้แล้วละก็คุณจะทำอะไรพวกเขาไม่ได้ เลยพวกนี้มีบ้านที่ไฟฟ้าสว่างไสวใหญ่โตหรูหราแต่เราสิ   ต้องเที่ยวหยิบยืมใครต่อใครเพียงเพื่อจะมีไฟใช้สักเศษเสี้ยวความทรงจำที่ เต็มไปด้วยสีสันเจิดจ้าล่าสุดของฉันคือภาพงานแต่งงานเมื่อเร็วๆนี้เป็นงาน แต่งของลูกสาวเพื่อนรักสุดซี้ของแม่ฉันเองหล่อนแต่งงานกับลูกชายรัฐมนตรีคน หนึ่ง  ในงานประดับประดาด้วยแสงไฟสว่างพร่างพราวราวกับจะใช้นำทางยานอวกาศนาซากลับ มาสู่โลกเลยเชียวละเงินสองล้านรูปีที่จ่ายเครื่องทำไฟสำหรับโรงแรมและบ้าน หลายแห่งนั่นมันเท่ากับค่าไฟของชาวบ้านธรรมดาๆหลายร้อยหลังไม่ต่ำกว่าสองสาม ปีทีเดียวทำเอาแม่ของฉันปลาบปลื้มจนแทบร้องไห้แน่นอนว่ามันคือน้ำตาแห่งความ สุขเพราะลูกสาวของเพื่อนรักแม่จะได้เป็นฝั่งเป็นฝา

อย่างใหญ่โตสมเกียรติเธอมักพูดเสมอว่าถ้าเรามีเงินก็จงอวดไปให้ทั่วเถิดนั่นเป็นประเพณีแบบปัญจาบที่สืบทอดกันมานานในครอบครัวของเธอ

          ฉันควานหาเทียนไขแล้วกลับไปอ่านบันทึกเกี่ยวกับ‘คดี’ นั้นที่ฉันยังครุ่นคิดวนเวียนเม็ดเหงื่อไหลย้อยไปตามแผ่นหลังเห็นได้ชัดว่า ไม่มีใครใส่ใจทุรคาจริงๆจังๆสักคนทุรคาถ้าเธอไม่ได้รับมรดกมากมายขนาด นั้น‘คดี’ นี้คงไม่ได้รับความสนใจจากสื่อมากมายแบบนี้แน่นอนบางทีการเผยแพร่ข่าวนี้จะ ช่วยร่นระยะเวลาการพิจารณาคดีเข้ามาได้บ้างไหมนะ?

          ฉันรู้ดีว่าความไม่สบายใจของฉันเกิดจากการยอมรับคำอธิบายที่เห็นได้ชัดแจ้ง และง่ายดายเกินไปไงล่ะนั่นละคืออันตรายฉันรู้ดีแม้ว่าจะเสียใจเหลือเกินที่ บางครั้งเราก็เลือกหนทางง่ายๆอย่างนั้นเราอาจจะเหน็ดเหนื่อยและอ่อนล้า อาชญากรที่ว่าอาจไม่ยอมให้ความร่วมมือครอบครัวของเหยื่ออาจแข็งขืนหรือเรียก ร้องหรือไม่ก็มีอิทธิพลใช่สินะเป็นที่รู้กันว่ากระบวนการยุติธรรมมักยอมแพ้ ผลสุดท้ายคนบริสุทธิ์ก็กลับกลายเป็นคนที่ต้องรับโทษ

          ถึงแม้ว่าวันนี้พวกสื่อมวลชนจะติดตามเฝ้าดูคดีดังๆอย่างแข็งขันซึ่งมันก็ไม่ ได้ช่วยอะไรหรอกเพราะศาลตัดสินลงโทษตามแรงกดดันให้ตัดสินตามที่สังคมต้องการ ประชาธิปไตยเป็นพลังขับเคลื่อนของทุกสิ่งวันนี้คุณทำได้แม้กระทั่งจะลงคะแนน ให้แขวนคอใครสักคน

          นั่นแหละนานมาแล้วฉันเลือกที่จะไม่เป็นทนายแต่กลับเลือกเส้นทางอันเต็มไป ด้วยขวากหนามแหลมคมแต่เป็นอิสระด้วยการพยายามช่วยพวกที่ถูกทอดทิ้งอยู่ข้าง หลังฉันรู้ดีว่านั่นออกจะฟังดูยกยอตัวเองไปสักหน่อยแต่จะบอกอะไรให้นะความ สบายใจน่ะเป็นคุณลักษณะที่สำคัญที่สุดสำหรับนักสังคมสงเคราะห์ในอินเดียโดย เฉพาะอย่างยิ่งคนแบบฉันที่ชอบทำงานอิสระไม่ขึ้นกับรัฐบาลเพราะแบบนี้ฉันจะมี สิทธิ์ตีฆ้องร้องป่าวสบประมาทสังคมไร้สมองไปพร้อมๆกับพยายามปรับปรุงเปลี่ยน แปลงสิ่งต่างๆไปด้วยอย่างยึดมั่นในศีลธรรมโชคดีที่รัฐบาลไม่ใส่ใจและไม่มี เวลาให้กับเรื่องสวัสดิการสังคมฉันจึงวางท่าเป็นคนดีได้อย่างสบายอกสบายใจ เผ่าพันธุ์วงศ์วานของฉันยืนหยัดต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนของผู้ที่ถูกเหยียบ ย่ำไร้สิทธิ์ไร้เสียงไร้ใบหน้าไร้นามและมักไร้มลทินนับล้านๆคนเช่นนั้น แล้วจะอภัยให้กับการยกยอยินดีกับตัวเองและคุยโม้นิดๆหน่อยๆไม่ได้เชียวหรือ?

          จริงอยู่อย่าเข้าใจผิดว่าฉันจะช่วยใครๆได้หมดแต่มันทำให้ฉันสู้ต่อไปได้จน กระทั่งบางครั้งบางคราวได้ก้าวตกลงไปในหลุมพรางแล้วลากใครบางคนที่ถูกเตะลง ไปแล้วให้ขึ้นมาด้วยได้ฉันทำแบบนี้ทำไมน่ะหรือ? มันเป็นคำสาปแท้ๆหรืออย่างที่แม่ของฉันพูดฉันตั้งใจเลือกอาชีพที่จะทำให้ หนุ่มโสดส่วนมาก  (ยกเว้นพวกอาชญากรหรือพวกคนเพี้ยนๆ) ต้องหน้าซีดเป็นไก่ต้มแล้วถลาหนีไปอย่างไม่เห็นฝุ่น

          ฉันเป็นคนชอบทำอะไรยากๆมากกว่าถ้าคิดว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากลหรือไม่ยุติธรรม ละก็ฉันจะเผ่นเข้าไปในระบบพบปะใครต่อใครทุกคนโดยไม่ได้เป็นตัวแทนให้ใครและ พยายามค้นหาความจริงให้ได้ฉันไม่รู้หรอกว่าความพยายามของฉันจะประสบผลสำเร็จ หรือไม่บางครั้งอาจมีคนยอมรับสารภาพหรือบอกใบ้เป็นนัยๆนับว่าเป็นเรื่องน่า ขำที่บ่อยครั้งพวกอาชญากรมักเชื่อใจฉันเพราะฉันช่างเป็นคนแปลกประหลาดเสีย นี่กระไรก็ฉันน่ะพูดภาษาฮินดูแบบเด็กโรงเรียนคอนแวนต์แล้วยังดัดผมให้หยิก หยอยอีกหน้าตาท่าทางฉันดูแสนจะแตกต่างจากโลกอันมืดมนของยาเสพติดโลกของมีดผา หน้าไม้และการลงโทษทัณฑ์ที่พวกเขาคุ้นเคย  พวกเขาถึงรู้ดีว่าฉันคงไม่ใช่ทนายความหน้าเลือดหรือวีรสตรีฉันเป็นเพียงนัก สังคมสงเคราะห์ไร้พลังอำนาจนับตั้งแต่บินดิ6สีแดงแต้มใหญ่ที่หน้าผากไปจนถึง รองเท้าคอล7สีเบจเมื่อฉันบอกพวกเขาว่าอยากเห็นพวกเขาเป็นอิสระและได้ใช้ ชีวิตอยู่ในโลกที่มีความยุติธรรมพวกเขาเชื่อว่าฉันหมายความตามที่พูดนั้น จริงๆเพราะฉันเองเชื่อมั่นในอุดมการณ์ของตัวเองและใช้มันเป็นเหมือนอาวุธ พรหม8ที่พร้อมจะฟาดฟันทำลายล้างพวกรากษส9ทั้งหลายให้สูญสิ้นไป

          บางครั้งพวกเขาก็เริ่มเชื่อเหมือนฉันว่าอาจมีผู้มาไถ่พวกเรา(โรงเรียน คอนแวนต์ที่ฉันเคยเรียนสอนเรื่องเกี่ยวกับการมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับความผิด การสารภาพการไถ่บาป)

          อันที่จริงฉันเคยเห็นคดีมากมายจนจำไม่หวาดไม่ไหวมันเป็นคดี

เกี่ยว กับอาชญากรที่ถูก‘ดัดนิสัย’ แล้วปล่อยกลับไปยังโลกที่เป็นวังวนเก่าๆเดิมๆคือบ้าน-คุก-บ้านจนกระทั่งความ จริงถูกบิดเบือนผิดรูปผิดร่างไปอย่างสิ้นเชิงหลายคดีเป็นเรื่องยากที่จะแยก แยะอาชญากรออกจากสภาพแวดล้อมของเขาและแล้วคุณก็จะเข้าใจว่าชีวิตมันช่างไร้ ซึ่งความยุติธรรมเสียจริงๆเดี๋ยวนี้

เขาค้นพบพันธุกรรมที่ทำให้คนนอก ใจกันแล้วฉันเดาว่าอีกไม่นานก็คงจะค้นพบ‘พันธุกรรมอาชญากรรม’ กันอีกจนได้แล้วถ้าเป็นแบบนั้นเราจะทำยังไงกันล่ะเปิดศูนย์สร้างพันธุกรรม ใหม่ขนาดใหญ่แล้วปิดเรือนจำทิ้งไปงั้นหรือหรือว่า  หลังจากทดลองกับหนูมากมายพวกนักวิทยาศาสตร์ก็จะสรุปว่าถ้าเราฉีดเซโรโตนิน10 เข้าไปอีกและสกัดเทสโทสเตอโรน11 ออกมาพวกเขาก็จะสามารถแก้ไขความไม่สมดุลทางเคมีแล้วพวกเราก็จะอ่อนโยนขึ้นมี เมตตากรุณา

มากขึ้น…

          ฉันคิดว่าจะไม่มีวันทำแบบนี้อีกแล้ว(ประสบการณ์ครั้งสุดท้ายในฐานะผู้ทำความ ดีเกือบทำให้ฉันเชื่อแล้วว่าไม่มีประโยชน์ที่จะดันทุรังต่อไป) แต่เมื่อได้อ่านรายละเอียดของคดีนี้แล้วกลับรู้สึกสนใจเพราะมันเกิดขึ้นใน ชลันธรบ้านเกิดเมืองนอนของฉันเองฉันรู้ดีเลยทีเดียวว่าการเติบโตมาในเมือง เล็กๆน่ะเป็นไงอาจฟังดูเหมือนหลงตัวเองแต่ฉันคิดว่าฉันเข้าใจทุรคาดีกว่า ใครๆแทบทั้งหมดบางทีฉันอาจช่วยเธอรับมือกับความเจ็บปวดเศร้าโศกเสียใจนี้ได้ ทุกวันนี้ทุกสิ่งทุกอย่างแทบจะกลายเป็น‘เสียงร้องขอความช่วยเหลือ’ ไปหมดแล้วการฆ่าคนสิบสามคนก็อาจเรียกอย่างนั้นได้เหมือนกัน

          เราทุกคนต่างมีจุดอ่อนเล็กๆน้อยๆจุดอ่อนของฉันคือการชอบลุยเข้าไปในที่ที่ ใครๆบอกว่าไม่ควรเข้าไปเสมอตอนที่อมรจิตรเพื่อนเก่าสมัยเรียนมหาวิทยาลัยคน หนึ่ง(ที่เคยมีความรู้สึกดีๆให้กัน) คนที่คอยสนับสนุนงานในเรือนจำของฉันเสมอและตอนนี้เขารับตำแหน่งจเรตำรวจแห่ง ปัญจาบโทรศัพท์มาหาฉันฉันจึงปฏิเสธเขาไม่ได้เขาอยากให้ฉันไปพบเด็กผู้หญิงคน นี้ช่วยปลอบใจเธอช่วยตำรวจตัดสินใจเรื่องที่เกี่ยวกับสุขภาพจิตของเธอไม่ว่า จะอย่างไรก็ตามเขาเองก็รู้สึกมีส่วนรับผิดชอบด้วยเพราะพ่อแม่ของเธอเป็น เพื่อนสนิทของเขาตอนนี้เธอไม่เหลือใครเลยนอกจากพี่สะใภ้ที่อยู่ เซาท์เธล12ที่รอดตายเพราะกลับไปอังกฤษเมื่อเร็วๆนี้สามีของเธอซึ่งเป็นพี่ ชายของทุรคาก็เสียชีวิต

ในเหตุการณ์นี้ด้วย

          เพราะฉะนั้นฉันถึงต้องมานั่งอยู่นี่ตอนตีสามจ้องมองเทียนไขในบ้านพักตำรวจ ชุดนอนชุ่มไปด้วยเหงื่อฉันถอดเสื้อผ้าออกแล้วก้าวเข้าไปในห้องน้ำรู้สึกสด ชื่นขึ้นทันทีที่น้ำจากฝักบัวเย็นๆไหลรดตัวฉันคลำหน้าอกหย่อนคล้อยของคนอายุ สี่สิบห้าปีไปทั่วๆเพื่อหาดูว่ามีก้อนเนื้ออะไรบ้างหรือเปล่าเอาล่ะไม่มี อะไรแปลกปลอมแต่ฉันก็ยังอดกังวลไม่ได้เรากำลังวางกับดักให้เด็กผู้หญิงอายุ สิบสี่ต้องตกอยู่ในความรู้สึกผิดหรือเปล่านะเธอจะฆ่าคนตั้งสิบสามคนได้จริง หรือ? ภายในคืนเดียวนี่น่ะนะ? ทุกคนถูกวางยาพิษบางคนถูกมีดแทงอีกสองสามคนถูกเผาอย่างไม่ตั้งใจ  ถ้าคืนนั้นฝนไม่ตก  บ้านทั้งหลังคงจะถูกเผาจนราบ

          เธอถูกข่มขืนจริงหรือ? การประเมินสถานการณ์ของฉันกำลังผิดพลาดไปหรือฉันกำลังถูกหลอกล่อเข้าไปใน จิตวิทยานิยม13ประเภทที่ตราหน้าว่า

การมีเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่นของเด็ก หญิงนั้นเป็นอาชญากรรม? โรคโลลิต้าซินโดรม14 ไงล่ะฉันนึกถึงคดีอีกคดีที่เพิ่งอ่านพบวันนี้ด้วยความไม่สบายใจนักคดีนั้นคง มีผลกระทบกับฉันมากเกินคาดอินเตอร์เน็ตทำให้โลกเล็กลงก็จริงแต่มันก็ทำให้ โลกเกิดการนองเลือดและวางใจไม่ได้เช่นกันหากในอดีตฉันเคยคิดว่าทุกคดีมีความ แตกต่างเดี๋ยวนี้ฉันก็พบว่าตัวเองต้องประสบพบเจอคดีที่โหดร้ายเท่าเก่าหรือ มากกว่าอยู่เสมออินเตอร์เน็ตมีอะไรบางอย่างที่ช่วยทำให้เราเข้าใจอะไรๆได้ดี ขึ้นหากใครๆใช้อินเตอร์เน็ตกับการควานหาเนื้อคู่ฉันก็จะเข้าไปเพื่อค้นหาคน ที่มีปัญหาทางจิตหรือมีชีวิตแสนทุกข์ทรมานและวาดหวังที่จะได้พบข้อมูลว่า  ทำไมคนเหล่านั้นถึงกลายเป็นแบบนั้นไปได้

          คดีล่าสุดเป็นคดีของเด็กหญิงชื่อบิลลี่โจที่ถูกฆาตกรรมในเมืองเฮ สติ้งส์15ประเทศอังกฤษพ่อเลี้ยงของเธอถูกกล่าวหาว่าเป็นคนฆ่าบิลลี่โจเป็น วัยรุ่นเธอถูกแทงตายตอนกำลังทาสีประตูหน้าบ้านคำให้การของพยานบางคนดูเหมือน จะบอกเป็นนัยๆว่าเด็กสาวที่เป็นบุตรบุญธรรมรู้ดีว่าตัวเองสวยและพยายามใช้ ความสวยนั้นปั่นหัวพ่อ(ที่เป็นครูโรงเรียนแห่งหนึ่ง) กับบรรดาครูผู้ชายที่โรงเรียนมีการพูดถึงความสัมพันธ์ที่ผิดทำนองคลองธรรม ว่าพ่อเลี้ยงของเธอไม่สามารถควบคุมความโกรธขึ้งเกรี้ยวกราดหรือความพิศวาส ได้หรือบางทีเขาอาจถูกลูกสาวแบลคเมลท้ายที่สุดเขาได้รับการปล่อยตัวให้พ้น ผิดเห็นได้ชัดว่าคำอธิบายง่ายๆอาจไม่ใช่สิ่งถูกต้องเสมอไป

          และไอ้เจ้าคำอธิบายง่ายๆนี่แหละที่ฉันต้องคอยระวังขณะที่สมองพยายามนึกถึง ความเป็นไปได้หลายๆทางฉันรู้ดีว่าคดีของทุรคาทำให้ฉันพิศวงนักแม้แต่ชื่อของ เธอก็แสนจะเหมาะสมทุรคา16  เทพธิดาหลายกรผู้แสนดุร้ายซึ่งเปี่ยมไปด้วยความกระหายเลือดและความโกลาหล วุ่นวายอย่างไรก็ตามทุรคาคนที่ฉันเดินทางมาพบในเรือนจำแออัดของชลันธรดูจะ ไร้ซึ่งความมั่นใจและออกจะว่างเปล่าเราพบกันครั้งแรกเมื่อวานนี้ทำให้ฉันพบ ว่าตัวเองหมดหนทางจะไปต่อเชียวละ

          เห็นได้ชัดว่ามีช่องว่างระหว่างเราสองคนฉันเดินทางออกจากชลันธรซึ่งเป็น เมืองที่เต็มไปด้วยฝุ่นละอองและการก่อสร้างอย่างส่งเดชตามบุญตามกรรมในปัญ จาบดูเหมือนเป็นหมู่บ้านที่ทะเยอทะยานอยากเป็นเมืองใหญ่ตั้งแต่อายุยี่สิบ ฉันฝ่าฝืนทุกๆกฎเกณฑ์ที่มีจนทำให้แม่ต้องหัวใจสลายฉันล้มเลิกการแต่งงานกับ ซาดาร์17คนหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะมีอนาคตดีกับอาชีพพ่อค้าขายถุงน่องทีแรกเป็น เพราะเด็กสาวทุกคนที่รู้จักกำลังจะแต่งงานโดยผู้ใหญ่จัดการฉันจึงคิดไปเอง ว่าตัวเองไม่มีทางเลือกอื่นใดแม้ตอนนั้นฉันจะอายุสิบแปดและสามารถจะตัดสินใจ ด้วยตัวเองตามกฎหมายแล้วโชคดีที่ธุรกิจขายชุดชั้นในคงช่วยปลดปล่อยฉันได้พอ นึกขึ้นได้ว่าตัวเองได้เรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเสื้อชั้นในคอวีกับบรา เสริมฟองน้ำแล้วก็ยังรู้ถึงความแตกต่างระหว่างเส้นใยสังเคราะห์กับเส้นใย ธรรมชาติดีแล้ว(ส่วนใหญ่ฉันได้เรียนรู้ตอนนั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์สกู๊ตเตอร์ ยี่ห้อเวสป้า18เป็นเวลานานๆซึ่งในที่สุดก็จะจบลงที่การเดินเล่นเตร็ดเตร่กันในไร่อ้อยที่มีต้นอ้อยขนาดสูงเหมาะเจาะพอดี) ฉันก็รู้สึกว่าตัวเอง

น่าจะเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นได้แล้ว

          ตอนนี้เมื่อกลับมายังเมืองเดิมฉันยังไม่ได้แต่งงานแต่เป็นผู้หญิงที่มี ประสบการณ์โชกโชนผ่านความรักมามากมายหลายครั้งเป็นนักเดินทางตัวยงเป็นผู้ เชี่ยวชาญเรื่อง‘ผู้หญิงที่ถูกจองจำ: สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อผู้หญิงขาดอิสรภาพ’   ยี่สิบห้าปีให้หลังเมื่อเวลาผ่านไปจะมีอะไรเหมือนกันบ้างระหว่างฉันกับเด็ก ผู้หญิงผู้หวาดกลัวที่เติบโตขึ้นมาในเมืองบ้านนอกอย่างนี้?

          ทุรคาดูแก่กว่าวัยฉันเคยเห็นรูปเธอทางโทรทัศน์แต่ตัวจริงเธอผอมกว่านั้นมาก จมูกรั้นริมฝีปากอิ่มเต็มบึ้งตึงอยู่บนใบหน้ารูปไข่ตอนที่เธอถูกพาตัวมายัง ห้องเล็กๆสำหรับนั่งรอข้างห้องพัศดีเรือนจำนั้น(ฉันยืนยันว่าต้องการความ เป็นส่วนตัว) เธอสวมชุดซัลวาร์กามีซ19สีฟ้าธรรมดาๆไม่ได้สวมเครื่องแบบของเรือนจำนับว่า เธอได้รับการผ่อนปรนเป็นพิเศษเพราะข้าราชการระดับสูงทุกคนในรัฐบาลรู้จักพ่อ แม่ของเธอและรู้จักเธอดีตั้งแต่เด็กๆพวกเขารู้สึกละอายที่เห็นเธอถูกคุมขัง ในตอนนี้ที่แย่ยิ่งกว่านั้นคือเธอยังเป็นเด็กอยู่เลย

ดังนั้นจึงมี ข้ออนุญาตพิเศษเล็กๆน้อยๆให้เธอไม่ว่าจะเป็นอาหารพิเศษที่ดีกว่า    เสื้อผ้าที่เหมาะสมและอนุญาตให้เธอดูโทรทัศน์ได้บ้างเป็นครั้งคราว(ถึงแม้ ฉันจะได้รู้ต่อมาว่าเธอไม่ได้รับอนุญาตให้ดูอีกหลังจากมีปฏิกิริยาอย่าง รุนแรงกับข่าวคดีฆาตกรรมของตัวเองที่เธอได้เห็นทางโทรทัศน์) ศาลอนุญาตให้ตำรวจขังเธอไว้ในห้องต่อไปได้

          ข้อยกเว้นเหล่านี้คงไม่ทำให้เธอเป็นที่ชื่นชอบในหมู่นักโทษด้วยกันเลยแม้แต่ น้อยแต่โชคดีที่เธอไม่ต้องเจอพวกเขาที่น่าเศร้าก็คือเธอไม่ควรต้อง

ไป อยู่ที่นั่นเลยด้วยซ้ำเธอควรได้เข้าไปอยู่ในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและ เยาวชนที่เหมาะสมโชคไม่ดีที่เมื่อเร็วๆนี้มีการบุกเข้าตรวจค้นสถานพินิจฯ หนังสือพิมพ์ประโคมพาดหัวข่าวกันยกใหญ่ว่าเด็กๆจำนวนมากที่อยู่ที่นั่นถูกหา ประโยชน์ทางเพศและบังคับให้ขายบริการทางเพศดังนั้นทุรคาจึงถูกส่งมาอยู่ที่ นี่ใน‘สถานคุมขังเยาวชน’ ชั่วคราว

          นารีนิเกตัน20 (โรงเรียนดัดสันดานสำหรับผู้หญิง‘ใจแตก’) ธรรมดาก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งแต่ก็ต้องถูกตัดออกไปเพราะเสี่ยงต่อการใช้ยา เสพติดและธุรกิจขายบริการทางเพศพวกเขาบอกอย่างนั้นน่ะนะจากประสบการณ์ของฉัน สถานที่ใดก็ตามที่ขโมยอิสรภาพของเราไปน่ะมักเป็นสถานที่ที่จะเกิดสิ่งชั่ว ร้ายได้ทุกชนิดนั่นแหละแต่ถ้าศาลตัดสินว่าเธอควรจะอยู่ที่นี่ฉันก็ไม่มี สิทธิ์ตั้งคำถามอีกทั้งถ้าหากเธอยังไม่ยอมพบทนายเราก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีตอน นี้เธอยังอ่อนแอและเศร้าโศกเกินกว่าเราจะบังคับให้ทำอะไรได้

          ทุรคาไม่ใช่คนสวยแต่ผิวพรรณอิ่มเอิบอมชมพูดูสมบูรณ์แข็งแรงเหมือนสาวๆในปัญ จาบส่วนใหญ่ที่เป็นกึ่งๆบ้านนอกของอินเดียพวกเธอเติบโตขึ้นมาด้วยนมสดและ อาหารการกินที่ปลูกเองแต่เธอก็นั่งหลังงองุ้มพยายามไม่ให้ตัวเองเป็นที่ สังเกตหรือไม่อยากให้ใครสนใจเสื้อผ้าของเธอหลวมโพรกและแม้จะมีรูปร่างสูง แข็งแรงแต่เธอก็ดูแบบบางอ่อนแอบวกกับท่าทางอ่อนน้อมถ่อมตนของเธอก็ยิ่งทำให้ ดูอ่อนแอยิ่งขึ้นไปอีก

          ฉันแนะนำตัวเอง

          เธอมองฉันแวบหนึ่งแล้วเมินมองไปทางอื่นราวไม่พอใจสิ่งที่เห็นฉันขอให้เธอเล่าเรื่องของตัวเอง

          ‘หนูอยู่เกรด10โรงเรียนเซนต์แมรี่คอนแวนต์’ เธอเงียบไปเห็นเหงื่อเม็ดเล็กๆเกาะเหนือริมฝีปากเธอไม่เล่าเรื่องครอบครัว เลยแม้แต่น้อยบางที

การนึกถึงพวกเขาอาจจะทรมานเกินไป

          ‘วิชาอะไรบ้างจ๊ะ?’

          ‘วรรณคดีประวัติศาสตร์…คอมพิวเตอร์ค่ะ’ ตอนนี้เสียงเธอแทบจะกลายเป็นเสียงกระซิบไปแล้วภาษาอังกฤษที่เธอพูดไม่แปร่ง เลยแม้แต่น้อย เป็นสิ่งที่ชี้บอกอีกอย่างว่าพ่อแม่ของเธอเป็นชนชั้นกลางระดับสูงของปัญจาบ ที่จะพูดภาษาอังกฤษกันอย่างชัดเจนและแทบจะบอกไม่ได้ว่ามาจากภูมิภาคไหน

          ‘ทุรคา…’ ฉันเอื้อมมือไปแตะมือเธอเบาๆเธอผงะนิดๆราวกับถูกตี

ฉันสังเกตเห็นรอยสักแปลกๆที่แขนมันดูเหมือนชื่อคนแต่เธอรีบเอาผ้าพันคอปิดแขน โดยเร็วฉันเห็นแสงแวววับในตาเธอเป็นครั้งแรกดูเหมือนจะยิ้มนิดๆหรืออาจเป็น เพียงรอยกระตุกอย่างตื่นๆที่มุมปากเท่านั้นก็เป็นได้

          ‘ฉันมาช่วยเธอนะจ๊ะทุรคาฉันจะมาหาทุกวันแล้วเราจะคุยเรื่องอะไรก็ได้ที่เธออยากคุยเธออยากได้อะไรบ้างไหมล่ะจ๊ะ?’

          ‘หนูต้องอยู่ที่นี่นานแค่ไหนคะ’ เธอถามเบาๆก้มหน้ามองพื้นที่มีฝุ่นจับเขรอะ

          ‘ฉันก็ตอบไม่ได้เหมือนกันแต่หวังว่าคงจะไม่นานนะ  เธออยากคุยเรื่องอะไรกับฉันบ้างไหมจ๊ะ’

          เธอก้มศีรษะนิ่งไม่พูดอะไรหลังจากนั้นก็กลับเข้าไปในโลกส่วนตัวจ้องมองพื้น ราวกับแผ่นคอนกรีตสี่เหลี่ยมนั้นมีบางอย่างที่ทำให้เธอนึกฉงน

ฉันหยิบกระดาษให้เธอบอกให้เธอเขียนอะไรก็ได้ที่อยากบอกฉันฉันลูบศีรษะเธอนิดหนึ่งแล้วจากมา

          ยังเด็กเหลือเกิน! ความคิดนั้นวนเวียนไปมาอยู่ในหัวไม่เคยเลยที่ฉันจะเลิกรู้สึกสะเทือนใจหลาย ปีที่ผ่านมาฉันได้พบเด็กๆที่ประกอบอาชญากรรมร้ายกาจที่สุดมากมายและฉันก็จะ ต้องรู้สึกเศร้าสร้อยเสมอวัยเด็กที่สูญหายไปนานๆทีพวกเขาก็จะได้รับการปล่อย ตัวออกมาเป็นอิสระแต่โดยทั่วไปเด็กๆเหล่านั้นมักต้องเติบโตในห้องขังและแม้ ฉันจะพยายามให้การศึกษากับพวกเขามากเพียงใดฉันพาพวกแกไปเล่นโยคะสอนร้องเพลง และเล่นดนตรีหรือแม้แต่เล่นละครแต่ฉันก็รู้ดีว่าเด็กๆส่วนใหญ่ต่างเฝ้ารอ เวลาที่จะได้แก้แค้นโลกที่ปล้นเอาสิ่งเดียวที่พวกแกจะไม่มีวันได้รับอีกต่อ ไปนั่นก็คือวัยเด็กของพวกแกนั่นเอง

          ฉันต้องออกไปจากที่แคบๆของเมืองและเรือนจำแห่งนี้อยากได้เบียร์เย็นๆสักแก้ว จริงๆแต่ฉันรู้ดีว่าการที่ผู้หญิงจะดื่มในที่สาธารณะในชลันธรคงเป็นเรื่อง ผิดปกติมากเกินไปจริงๆแล้วในยุคของการก่อการร้ายแบบนี้ผู้หญิงถูกบีบบังคับ ให้ใช้ผ้าคลุมปิดศีรษะและเลิกสวมกางเกงยีนส์หันมาสวมแต่ชุดซัลวาร์กามีซ  ซึ่งก็ไม่ได้ดีไปกว่าพวกตาลีบัน21เลย

          ตอนนี้ฉันนอนอยู่บนเตียงในบ้านพักอันอุดอู้ยามเช้าตรู่ยังได้ยินเสียงของเธอ ที่อู้อี้ด้วยความโศกเศร้าอาดูรหรือบางทีอาจเป็นความรู้สึกที่ไม่อาจจะเข้า ใจไพ่ที่ชีวิตหยิบยื่นมาให้ก็ได้ฉันได้แต่หวังว่าในอีกสองสามสัปดาห์ข้าง หน้าทุกอย่างก็คงจะดีขึ้นเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ฉันนึกสงสัยความสามารถของ ตัวเองกับการที่จะจัดการเรื่องต่างๆเธอทำให้ฉันนึกถึงตัวเองตอนอายุสิบสี่ หรือเปล่า  ทั้งสับสนและซึมเศร้า  ฉันจะฆ่าคนได้ไหมนะ?

          ฉันขยี้บุหรี่ทิ้งแล้วพยายามนอนให้หลับที่สำคัญก็คือต้องจำไว้ว่าตัวเองต้อง หาเหล้ามาเก็บไว้บ้างถ้าจะอยู่ที่นี่ต่อน่าจะหยิบเหล้าใส่มาในกระเป๋าเดิน ทางตอนออกจากเดลีด้วยซ้ำ     

••

ถึง simransingh@hotmail.com

สวัสดีคุณไม่รู้จักฉันหรอกแต่ฉันได้อีเมลของคุณมาจากอมรจิตรน่ะค่ะเขาช่วยพวกเราได้มากทีเดียวฉันเป็นพี่สะใภ้ของทุรคาค่ะเรื่องที่เกิดขึ้นทำให้พวกเราทุกคนแย่กันไปหมดฉันอยากกลับไปมากแต่ว่าฉันครบกำหนดคลอดลูกแล้วฉันรักทุรคาค่ะได้โปรดช่วยดูแลเธอด้วยนะคะเธอต้องผ่านอะไรมามากมายฉันก็เหมือนกันแต่อย่างน้อยฉันก็ได้อยู่บ้านกับพ่อแม่ถ้าคุณมีโอกาสมาเซาท์เธลละก็…คงรู้นะคะว่าต้องติดต่อใครสวัสดีค่ะจากบรินด้า

ปล. คุณเรียกฉันว่าบินนี่ก็ได้นะคะ                                                                                

ถึง binnyatwal@gmail.com

บินนี่ที่รัก

ดีเหลือเกินที่ได้ติดต่อกับคนที่รู้จักทุรคาดีและเป็นห่วงเธอคุณคงนึกออกนะคะว่าเธอเศร้าขนาดไหนและฉันกำลังพยายามอย่างมากที่จะทำให้เธอยอมพูดกับฉันถ้ามีอะไรที่คุณคิดว่าอาจช่วยทำให้เธอรู้สึกสบายใจมากพอที่จะคุยละก็โปรดบอกฉันด้วยและถ้าคุณคิดว่ามีอะไรที่ฉันควรจะรู้ไว้ก็โปรดบอกฉันเช่นกันเชื่อเถอะนะคะว่าฉันจะเก็บมันไว้เป็นความลับแน่

••

คุณมีรูปถ่ายของครอบครัวบ้างไหมคะ? ถ้าคุณจะกรุณาส่งอีเมลมาให้ฉันก็คงจะดีสำหรับทุรคามากถ้าคุณคลอดลูกแล้วโปรดบอกเราด้วยนะคะ

ด้วยความปรารถนาดีและขอบคุณจากซิมราน