Click to Sanskrit Homepage
   สินค้าในตะกร้า (จำนวน 0 เล่ม) check out
search
my lines

 

my bookmark

ข้อมูลหนังสือ

ผู้กำกับคิมจองอิล

A KIM JONG IL PRODUCTION

ผู้แต่ง : พอล ฟิชเชอร์
ผู้แปล : คำเมือง
ราคา 380  บาท 


add to cart


ก่อนก้าวขึ้นเป็นผู้นำ คิมจองอิลเคยเป็นรมต.กระทรวงโฆษณาคุมการผลิตภาพยนตร์ เขาสั่งให้ลักพาตัวดาราสาวชาวเกาหลีใต้ผู้โด่งดังกับสามีผู้อำนวยการสร้าง ทั้งคู่
ติดอยู่ในเกาหลีเหนือหลายปี ต้องสร้างหนังตามคำสั่งท่านผู้นำ และทำทุกวิถีทาง
เพื่อให้ท่านผู้นำตายใจ จนได้รับอนุญาตให้ไปกรุงเวียนนาเพื่อศึกษาเรื่องภาพยนตร์ พวกเขาขอลี้ภัยที่นั่น

 

เรื่องย่อ


คิม จองอิล คลั่งไคล้ภาพยนตร์
ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำเผด็จการ
เขาเป็นรมต.กระทรวงโฆษณามาก่อน
ศูนย์รวบรวมภาพยนตร์ที่รัฐสะสมไว้คือที่สิงสู่ของเขา
เขาขลุกอยู่ที่นั่น ดูหนังเรื่องแล้วเรื่องเล่า
สำหรับชายหนุ่มที่วันหนึ่งจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศ
มีอำนาจควบคุมกองทัพ คอมมานโด หัวรบนิวเคลียร์และชีวิตคนนับล้าน
ภาพยนตร์คือประตูสู่โลกภายนอกของเขา
เรื่องราวที่เขารู้ ไม่ว่าจะเป็นจากอเมริกาหรือยุโรป
ถ้าไม่มาจากรายงานของรัฐก็มาจากภาพยนตร์

คิม จองอิล รู้ซึ้งถึงอิทธิพลของภาพยนตร์
เขาสั่งการให้ลักพาตัวผู้กำกับชื่อดัง
และภรรยานักแสดงชาวเกาหลีใต้
เพื่อสร้างหนังของเกาหลีเหนือให้เทียบเท่าโลกตะวันตก

เผยเรื่องราวการลักพาตัวที่ฉาวโฉ่ในทศวรรษ 70
และการใช้ภาพยนตร์เป็นเครื่องมือของเกาหลีเหนือ
 

ทดลองอ่าน


สิ่งสุดท้าย ที่ชิน ซังอก จำได้คือ เขานั่งอยู่ในห้องขังเดี่ยว ได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้น อ่อนเพลียเกินกว่าจะเคลื่อนไหวหรือลุกขึ้นยืน เขาถูกคุมตัวอยู่ที่ศูนย์กักกันในเกาหลีเหนือมาเกือบสองปีแล้ว ถูกขังในห้องขังเดี่ยวที่เล็กเสียจนแทบไม่มีที่พอจะลงนอน สูงขึ้นไปมีช่องหน้าต่างแคบๆ และลูกกรงเหล็ก แมลงพรั่งพรูออกมาจากรอยแตกบนพื้น นอกจากเวลาพักกินอาหารกลางวันสามสิบนาที อาหารเย็นสิบนาที และอีกสามสิบนาทีสำหรับ “รับแสงแดด” ในลานกว้างของเรือนจำแล้ว ชินจะถูกบังคับให้นั่งอยู่ในท่าเดิมที่ต้องก้มหน้านิ่งไม่ไหวติงทั้งวัน หากขัดขืนก็จะถูกลงโทษอย่างอื่นที่รุนแรงกว่า
เขาประท้วงด้วยการอดอาหารมาห้าวันก่อนจะหมดสติไป ตอนนี้เมื่อกลับได้สติขึ้นมาในโรงพยาบาลของเรือนจำ แม้แต่การหายใจยังเป็นเรื่องลำบาก อากาศเดือนสิงหาคมร้อนระอุและหนาหนักด้วยความชื้น เขาปวดหัวแทบแตกจนคิดอะไรไม่ออก ปากแห้งเป็นผง ท้องบีบตัวเพราะเป็นตะคริว แค่ขยับนิดหน่อยก็ปวดแล้ว
“ไอ้คนนี้น่าจะรอด” เสียงใครคนหนึ่งพูด “นิ้วเท้ามันกระดิกแล้ว”
ชินกะพริบตา พนักงานสอบสวนคนหนึ่งยืนอยู่ข้างเตียง ถัดไปเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ด้านหลังมีผู้คุมยืนตัวตรง สองคนข้างหน้าพูดรัวเร็วแต่ไม่ได้พูดกับชินโดยตรง ครู่หนึ่งหลังจากนั้น คนทั้งสามก็ผละไป
ตอนนั้นเองที่ชินเพิ่งจะรู้ว่ายังมีนักโทษอีกคนอยู่ในห้องด้วย เขาลากเก้าอี้มาข้างๆ เตียงชินก่อนจะยกถาดอาหารมาให้เขา ชินรู้จักผู้ชายคนนี้ เขาเป็นนักโทษชั้นดีที่ได้รับมอบหมายให้ทำงานพื้นๆในเรือนจำ งานจำพวกกวาดถู ยกอาหารหรือเดินหนังสือ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการมีอิสระมากขึ้น ได้ออกมาอยู่นอกห้องขังมากขึ้น ส่วนมากแล้วนักโทษชั้นดีมักจะคาบข่าวไปฟ้องผู้คุมด้วย แต่นั่นคือวิธีการที่ทำให้เขาได้สถานะนั้นมา ทั้งยังเป็นวิธีที่เขาใช้รักษาสถานะนั้นไว้ด้วย
“กินซะ” เขาบอก
ชินก้มลงมองในถาด ข้าวต้ม สตูและไข่หนึ่งฟอง หากจะนับตามมาตรฐานของเรือนจำแล้ว อาหารมื้อนี้เรียกว่าหรูหรามาก อย่างไรก็ตาม ชินปฏิเสธที่จะกิน เมื่อนักโทษชั้นดีตักข้าวและพยายามจะป้อนเขา ชินเม้มปากแน่น “กินเถอะน่า” อีกฝ่ายรบเร้า “มันจะทำให้แกดีขึ้น ร่างกายแกจำเป็นต้องกิน” เขารบเร้าไม่เลิก ในที่สุดชินก็ยอมคล้อยตาม แรกทีเดียว แค่คิดถึงอาหารก็คลื่นเหียนแล้ว แต่พอได้ลิ้มรสแค่คำเดียว ความหิวก็ประดังประเดกลับมา ชินสวาปามอาหารเกือบหมดแต่ยังมีน้ำใจเหลือให้คนที่ป้อนข้าวเขานิดหน่อย
“เกิดอะไรขึ้น” ชินถาม
“เมื่อวานแกไม่ได้มาขานชื่อ” นักโทษชั้นดีบอก “ฉันไปตามเจอแกนอนหมดสติอยู่บนพื้น แกน่าจะได้เห็นหน้าไอ้พวกผู้คุม พวกนั้นกลัวจะมีความผิดเพราะปล่อยให้แกตายเลยรีบไปตามหมอมา หมอมาถึงก็จับชีพจรแกแล้วส่งตัวแกมาที่นี่ พวกนั้นคงโล่งอกแล้วที่รู้ว่าแกไม่ตายแน่”
นักโทษชั้นดีพินิจพิเคราะห์ชิน “ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าแกต้องเป็นคนสำคัญแน่
ในนี้ไม่มีใครสนใจถ้านักโทษจะตาย ฉันเคยอดข้าวประท้วงครั้งหนึ่ง ผู้คุมบอกว่าผู้ชายจะอดตายในสิบวัน ส่วนผู้หญิงจะทนได้สิบห้าวัน ไม่กี่วันฉันก็ยอมแพ้และร้องขออาหาร ฉันเคยได้ยินว่ามีนักโทษที่เป็นคนสำคัญประท้วงอดอาหารแล้วโดน
ผู้คุมจับกดพื้นกรอกอาหารเข้าปากด้วยกรวย แต่พวกนั้นไม่ทำกับแก เห็นว่าเพื่อไว้หน้าแก เรื่องนี้แสดงว่าแกสำคัญมากแค่ไหน”
“นายทหารคนนั้นเป็นใคร” ชินถาม “คนที่เราไม่เคยเห็นหน้าน่ะ”
นักโทษชั้นดีอธิบายว่านั่นคือรัฐมนตรีกระทรวงความปลอดภัยแห่งประชาชน หัวหน้าหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของประเทศ “นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นรัฐมนตรีกระทรวงความปลอดภัยถ่อมาถึงในคุกเพราะว่ามีนักโทษคนหนึ่งกำลังจะอดตาย เขาเล่นงานพวกผู้คุมเสียยับ”
“แกล้อเล่นน่า”
นักโทษชั้นดีส่ายหน้าอย่างครุ่นคิด “แกต้องมีอะไรดีสักอย่างที่ทำให้พวกนั้นใส่ใจ แกรู้จักใครหรือ”
ชินหลับตาลงคิดถึงสภาพแวดล้อมในเรือนจำรอบตัวเขา คิดถึงการสื่อสารระหว่างนักโทษที่ใช้การเคาะผนังห้อง คิดถึงนักโทษที่จู่ๆ ก็ถูกลากตัวออกไปประหารตามอำเภอใจ คิดถึงผู้คุมที่โหดเหี้ยม สองปีมาแล้วที่เขาใช้ชีวิตต้องขังที่แสนทารุณ แต่เขาไม่รู้จักใครในประเทศนี้เลย
ชิน ซังอกอายุห้าสิบห้าปี หย่าขาดจากภรรยาแล้วและมีลูกสี่คน เขาเป็นผู้สร้างภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในเกาหลีใต้ อันเป็นประเทศของเขา ภาพยนตร์ที่เขาสร้างดังระเบิด ได้รางวัลทุกรางวัลที่มี เขาได้กระทบไหล่กับประธานาธิบดี สี่ปีก่อนหน้านี้ เชวฺ อึนฮี อดีตภรรยาของเขาหายตัวไปขณะอยู่ที่ฮ่องกง เมื่อชินไปที่นั่นเพื่อตามหาเธอ เขาถูกหลอกลวงและลักพาตัว แรกทีเดียวเขาเพียงถูกจำกัดบริเวณในที่พักโดยไม่เข้มงวด แต่ตอนนี้เขาถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำหมายเลข 6 ห่างจากกรุงเปียงยางของเกาหลีเหนือออกมาสองชั่วโมงไม่ ชินไม่รู้จักใคร ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถูกจับตัวมาเพราะเหตุผลอะไร แต่เขารู้อยู่อย่างหนึ่งรู้ว่าใครสั่งให้ลักพาตัวเขา

ในเปียงยาง ห่างจากห้องขังและทางเดินเน่าเหม็นของเรือนจำหมายเลข 6 หลายไมล์ คิม จองอิลกระดกแก้วเฮนเนสซี่ดื่มจนหมดก่อนจะวางแก้วลง บริกรรินเติมให้งานเลี้ยงกำลังสนุกสุดเหวี่ยงรอบตัวเขาเป็นงานรับรองประจำสัปดาห์ที่คิมเป็นเจ้าภาพจัดเลี้ยงสมาชิกระดับบนที่เป็นกรรมการกลางพรรคแรงงาน ห้องโถงใหญ่สว่างไสวประดับดอกไม้ปลอมสีฉูดฉาดและโคมไฟหมุนหลากสี โต๊ะที่รายรอบฟลอร์เต้นรำ มีเจ้าหน้าที่พรรคและกรรมการกลางกำลังกินอาหารที่ดีที่สุดทั้งแบบตะวันตก (กุ้งล็อบสเตอร์ สเต๊กและขนมอบ) แบบเกาหลี (มีทั้งหมี่เย็น กิมจิ โพชินทังหรือสุนัขตุ๋น หูฉลามตุ๋น จกปาลหรือคากิตุ๋นซอสถั่วเหลืองและเครื่องเทศ และอุ้งตีนหมีที่บินตรงมาจากรัสเซีย) พวกเขาดื่มคอนยัค แชมเปญ โซจู (เหล้าเกาหลีหมักจากข้าว) และสุราเลิศรสของเกาหลีเหนืออย่างเหล้าหมักโสมที่ยังมีรากโสมขดอยู่ในขวด หรือเหล้าดองงูที่มีงูพิษตัวใหญ่หนาแช่อยู่ในขวดเหล้าที่หมักจากธัญพืช ในห้องยังมีหญิงสาวสวยอายุสิบห้าถึงยี่สิบสองนุ่งน้อยห่มน้อยขยับเคลื่อนเลื่อนไหวไปมา เต้นรำ ยั่วเย้า หัวร่อต่อกระซิก บางคนกำลังนวดให้แขก หลายคนจะให้บริการทางเพศแก่แขกในภายหลังด้วย พวกเธอเหล่านี้รู้จักกันในชื่อ ดีพึมโจ หรือแผนกหฤหรรษ์ สมาชิกของแผนกถูกคัดตัวมาจากโรงเรียนทั่วประเทศเพื่อนำมาฝึกฝนกิริยามารยาท การวางตัว เทคนิคการนวดและเทคนิคทางเพศเป็นเวลาหกเดือน ระหว่างที่ทำงานในสังกัดนี้ พวกเธอจะไม่ได้รับอนุญาตให้ติดต่อกับครอบครัว แต่ครอบครัวจะได้รับการตอบแทนเป็นรางวัลก้อนโตที่มีลูกสาวทำงานที่ท่านผู้นำโปรดปราน ว่ากันว่า จองอิล คัดเลือกสมาชิก ดีพึมโจ ด้วยตัวเอง
  วงดนตรีเล่นเพลงพื้นเมืองเกาหลีและรัสเซียสลับกับเพลงป๊อบร่วมสมัยของเกาหลีใต้ ผู้ชายชาวเกาหลีในยุคนั้นสูบบุหรี่กันทุกคน ในห้องจึงคละคลุ้งด้วยควันบุหรี่ หลังอาหาร ผู้ชายเหล่านี้จะเปิดวงเล่นการพนัน มาห์จองหรือแบล็คแจ๊ค จากนั้นก็เต้นรำจังหวะฟ็อกซ์ทรอท ดิสโก้ หรือบลูส์ กับผู้หญิงที่ถูกมอบหมายให้มาบริการพวกเขา
  จองอิลนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ ใบหน้ารูปไข่อวบอูม ดวงตาสีดำ ริมฝีปากเต็มอิ่ม สวมแว่นตาสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีดำที่เล็กกว่าอันที่เขาสวมในภายหลังจนเป็นที่จดจำไปทั่วโลก วันนั้นเขายังคงโปรดปรานเสื้อนอกคอตั้งสีเทาหรือน้ำเงินแบบเหมา ไม่ใช่สีกากีที่เขาหันมานิยมในช่วงทศวรรษท้ายๆ ของชีวิต เขาสูงห้าฟุตสองนิ้วแต่ใส่รองเท้าพื้นหนาห้านิ้วและไว้ผมทรงฟูฟ่องอย่างเด็กหนุ่ม เพื่อปิดบังรูปร่างเตี้ยเล็ก (หญิงสาวในแผนกหฤหรรษ์จึงมีความสูงได้ไม่เกินห้าฟุตสองนิ้วเพื่อไม่ให้ขัดตาเขา) เขาเป็นบุตรชายของจอมพลผู้ยิ่งใหญ่ คิม อิลซุง วีรบุรุษทางทหาร ผู้ก่อตั้งและผู้นำสูงสุดของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนแห่งเกาหลี ตามตำแหน่งที่เป็นทางการ จองอิลเป็นผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์และหัวหน้าแผนกภาพยนตร์และศิลปะของกองนี้ ในขณะที่บิดาเขายังคงเป็นผู้นำประเทศอย่างเป็นทางการ แต่ในปี 1982 จองอิลกุมอำนาจทุกอย่างไว้ในมือแล้ว คำบอกเล่าที่เด็กนักเรียนทั่วประเทศได้รับรู้คือ เขาเป็นคนใจดี อ่อนไหวและใส่ใจกับทุกเรื่อง พวกเด็กๆ ถูกสอนให้เรียกเขาว่า ท่านผู้นำอันเป็นที่รัก ตอนนั้นจองอิลอายุสี่สิบเอ็ดและสาธารณรัฐเกาหลียังไม่เคยได้ยินเสียงเขาเลย
โดยปรกติแล้วจองอิลคือศูนย์กลางของงานแบบนี้ เขาจะพูดคุยเสียงดัง เล่าเรื่องตลกลามก สั่งวงดนตรีให้เล่นเพลงที่เขาชอบและสำราญไปกับการประจบประแจงของบรรดาบริวารในเครื่องแบบ ที่จะกระโดดลุกขึ้นยืนทันทีเมื่อเขาเอ่ยชื่อ แต่คืนนี้จองอิลมีความในใจ เขากำลังคิดถึงภาพยนตร์ หลังจากงานเลี้ยงเลิกราเมื่อใกล้สาง คนหยิบมือหนึ่งจะติดตามจองอิลผู้ซึ่งมีอาการนอนไม่หลับไปยังห้องฉายภาพยนตร์เพื่อดูภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่ผลิตออกมาจากสตูดิโอที่รัฐเป็นผู้ดำเนินการ ในทศวรรษสุดท้ายนี่จองอิลพบว่าทีมสร้างภาพยนตร์ของเขาผลิตงานซ้ำซาก ปราศจากชีวิตชีวามากขึ้นเรื่อยๆ ผลงานอย่างนี้คงจะดึงดูดความสนใจของประชาชนต่อไปได้ไม่นาน ส่วนเรื่องที่จะประทับใจโลกภายนอกซึ่งเป็นสิ่งที่เขาฝันมาชั่วชีวิตนั้น ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย คนพวกนี้ยังมือไม่ถึง อย่างน้อยก็ตอนนี้ สี่ปีที่แล้วเขาวางแผนปฏิบัติการอย่างหนึ่งเพื่อแก้ปัญหานี้ แต่แผนนั้นไม่ได้คืบหน้าไปไหน เขาดูแลรับรอง ชิน ซังอกและเชวฺ อึนฮี ที่เขาเชิญมาเป็นแขกอย่างดี แต่ดูเหมือนทั้งคู่จะตั้งใจแน่วแน่ที่จะไม่ให้ความร่วมมือ นั่นคือตอนนี้ หลังจากนี้ไม่ถึงหกเดือน ชินจะยอมทำตามแผนของจองอิล และพวกเขาทั้งสองจะร่วมมือกันเปลี่ยนแปลงความเป็นไปในประวัติศาสตร์ของเกาหลีเหนือ